ดวงแก้วพญานาค วัดหลวงพ่อสด

เล่าสู่กันฟังดวงแก้วพญานาคสีม่วง โดย ทวีวัฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋) บันทึกเมื่อ 23 กันยายน 2558
ผม (อู๋) เพิ่งได้รับดวงแก้วพญานาคดวงนี้มาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2558 เมื่อคืนนี้ก็ได้มีนิมิตฝันเห็นงูใหญ่มาหา ตัวท่านใหญ่มากลำตัวขนาดประมาณเกือบเท่าเสาไฟฟ้า เกล็ดสีทอง ท่านชูตัวขึ้นมาขนาดหน้าอกของผม ในฝันนี้ผมกลับไม่รู้สึกกลัวท่านเลย คล้ายกับว่าเป็นเพื่อนกัน ท่านชูหัวขึ้นมาจนผมมองเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน ท่านดูยิ้มๆ (เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นงูยิ้ม) ไม่อ้าปากแล้วก็ไม่มีการเอาลิ้นแลบออกมาเหมือนงูทั่วไป ท่านทำตัวสงบอยู่นิ่งๆ ไม่ส่ายไปส่ายมา แล้วก็มาอยู่ใกล้กับผมห่างกันแค่ประมาณเมตรเดียว
ผมจึงเอามือเอื้อมไปลูบจับหัวและลำคอของท่าน เพื่อแสดงความเป็นมิตรและทักทาย (ทำเหมือนกับการเชคแฮนด์ แต่ท่านไม่มีมือให้ผมจับ) ดูเหมือนท่านมาเพื่อจะแนะนำตัวกับผม ในฝันได้คุยอยู่กับท่านเป็นเวลานานแต่เมื่อตื่นขึ้นมากลับจำบทสนทนาอะไรไม่ ได้เลย ขอกราบขอบพระคุณท่านมุจจรินทร์นาคราช ที่ประทานดวงแก้วพญานาคสีม่วงนี้มาให้ ซึ่งเป็นดวงแก้วที่ผมได้เพียรขอมานานนับเดือน เมื่อได้มาผมก็พยายามจะถ่ายรูปท่านแต่ก็ถ่ายไม่ได้เพราะกล้องที่ใช้อยู่ ประจำกลับไม่สามารถโฟกัสภาพได้ ผมเลยเอาแบตเตอรี่ไปชาร์ตไฟใหม่เพราะคิดว่าแบตคงอ่อน เมื่อชารต์ไฟเสร็จแล้วก็เอากล้องมาถ่ายใหม่ก็ยังถ่ายไม่ได้อยู่ดีเพราะกล้อง ไม่ยอมโฟกัสภาพ ผมจึงต้องกำหนดจิตขออนุญาตจึงถ่ายมาลงเฟสได้ ผมคิดว่าท่านคงมาหยอกล้อกับผมนะครับ… (สีม่วงในภาพตรงกับสีจริงของดวงแก้วพญานาค)
ก่อนหน้านั้นผมก็เคยมีนิมิตถึงท่านพญานาคีเจ้าของดวงแก้วพญานาคสีน้ำตาล (ดวงเล็กของในภาพ 2 ดวง) โดยได้ฝันว่ามีสตรีสูงศักดิ์มาหาพร้อมด้วยเหล่านางสนมกำนัล 4-5 คน ผู้หญิงท่านนี้มีหน้าตาสวยงาม ผิว 2 สี เกล้าผมเป็นมวยสูงดูแล้วสง่างามมาก สวมชุดแบบไทยโบราณมีสไบออกเป็นสีโทนน้ำตาลเข้ากับสีผิว ท่านได้อยู่สนทนาพูดคุยกับผมนานทีเดียว เมื่อถามชื่อก็บอกว่าชื่อ “สุทัศนี………….” ชื่อยาวมากแบบเจ้านายสมัยโบราณตื่นมาก็ยังพอจำได้ แต่ตอนที่เขียนบทความนี้ก็ลืมไปแล้วครับ ในฝันก็ทราบว่าท่านคือพญานาคีเจ้าของดวงแก้วพญานาคของผม ท่านมาพบเพื่อทำความรู้จักเพราะว่าผมอธิษฐานอยากพบเจ้าของดวงแก้วนี้
ดวงแก้วพญานาคนี้เป็นของหนึ่งเดียวในโลก ที่เกิดมีขึ้นที่วัดหลวงพ่อสดเพียงแห่งเดียว ผมยังไม่เคยได้ข่าวว่ามีที่ไหนมาก่อน ที่เกิดมีขึ้นได้ก็เพราะเหล่าพญานาคและเทพเทวาที่สำคัญ ท่านต้องการมาช่วยกันสร้างพระมหาเจดีย์ของวัดหลวงพ่อสดให้สำเร็จโดยไวนั่น เอง

—————————————————–

ดวงแก้วพญานาคชุดใหม่เสด็จมาแล้วครับ
เพิ่งเสด็จมาเมื่อคืนนี้เอง (12 ก.ย.59) ท่านกาลนาคราชซึ่งจำศีลอยู่ใต้แม่น้ำเนรัญชราในประเทศอินเดียประทานมาให้ เพื่อช่วยหลวงป๋าสร้างพระมหาเจดีย์ เทพเทวา พญานาค ยักษ์ คนธรรพ์ ตอนนี้ลงมาช่วยหลวงป๋ากันมากเพราะทางวัดไม่มีเงินแล้ว งานพระมหาเจดีย์ยังค้างอยู่ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะถ้าหลวงป๋าไม่อยู่แล้วงานสร้างพระมหาเจดีย์ยิ่งจะทำได้ยาก
ใครที่รอคอยดวงแก้วพญานาคขอให้เตรียมปัจจัยไว้ได้เลย ดวงแก้วนี้เป็นของศักดิ์สิทธิ์และหวงแหนยิ่งของเหล่าพญานาค หนึ่่งเดียวในโลกมีแต่ที่วัดหลวงพ่อสดเท่านั้นครับ

——————————————————————————————

ดวงแก้วพญานาค โดย ทวีวัฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋) 26 พ.ย. 2555

เรื่องดวงแก้วพญานาคนี้เริ่มจากวันหนึ่ง ผม (อู๋) คุณวิโรทัยและคุณหน่อยได้ชวนกันไปหาหลวงพี่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ขณะนั้นเป็นช่วงบ่ายหลวงพี่กำลังพักผ่อนอยู่ในกุฏิ ในขณะนั้นเองผมเหลือบไปมองเห็นงูเขียวตัวหนึ่งมีขนาดลำตัวเท่านิ้วก้อยยาวประมาณ 60 ซม. ลำตัวสีเขียวสดแบบสีโปสเตอร์ มีลวดลายสีดำเป็นลายตาข่ายสลับกับสีเหลือง นับว่าเป็นงูเขียวที่สวยงามมาก ผมเองก็ไม่เคยเห็นงูเขียวที่มีลวดลายสวยงามแบบนี้มาก่อนเลย มันทำตัวยาวพาดอยู่บนคานเหล็กของจักรยานรุ่นโบราณคันหนึ่งยี่ห้อราเล่ย์ (Raleigh) โดยไม่พันที่คานนั้นเหมือนงูทั่วไปมันทำตัวตรงยาวขนานไปตามคานของรถจักรยาน มันนอนสงบนิ่งตาแป๋วไม่ตกใจทั้งๆ ที่มีคนยืนอยู่ใกล้ๆ ผมเลยบอกให้คุณวิโรทัยขยับออกมาโดยกลัวว่างูจะฉกกัดเอา

ขณะนั้นเองคุณหน่อยก็ตะโกนมาบอกว่าหลวงพี่เปิดกุฏิแล้วให้พวกเราเข้าไปได้ ผมจึงหันไปตามเสียงเรียกของคุณหน่อยพอหันกลับมาอีกทีงูตัวนั้นก็หายไปแล้ว มันหายไปได้อย่างไรเพียงแค่พริบตาเดียว ที่พื้นก็เป็นพื้นคอนกรีตสะอาดๆ ไม่มีอะไรรกตาเลย ผมอดสงสัยไม่ได้จึงออกเดินดูจนทั่วก็ไม่พบสร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก จึงนำเรื่องนี้ไปเล่าให้กับคุณหน่อยและคุณไก่ (นามสมมุติ) ฟังว่าได้พบกับงูเขียวประหลาดสงสัยว่าคือพญานาค

คุณไก่ไม่เชื่อว่าจะเป็นพญานาคจริงจึงตรวจสอบทางจิตถึงเรื่องงูตัวดังกล่าว เมื่อถอดกายมาที่วัดและตรวจมาถึงจุดบริเวณที่ผมเล่าบริเวณหลังกุฏิ จึงได้ไปพบเข้ากับท่านพญานาคท่านหนึ่งในบริเวณนั้น หลังจากที่ได้คุยกันไปมาจึงทราบว่าท่านมีชื่อว่า “ภุชงค์นาคราช” ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ดูแลรักษาวัดแห่งนี้ โดยวิมานของท่านก็อยู่ในเมืองบาดาลลึกลงไปใต้วัด งูเขียวตัวที่ผมเห็นนั้นก็เป็นพญานาคแปลงกายมาให้เห็นจริงๆ

หลังจากนั้นท่านภุชงค์พญานาคจึงได้มีเมตตาถามคุณไก่ว่าอยากได้อะไรไหม คุณไก่จึงบอกว่าอยากได้ของศักดิ์สิทธิ์จากท่านเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้มีการพบกันจริง ไม่ใช่คิดฝันไปเองและขอไว้เพื่อเป็นที่ระลึกในการได้พบกันครั้งนี้ โดยคุณไก่ได้ขอของที่ระลึกนี้ให้แก่ 3 คน คือให้กับคุณทวีวัฒน์ (อู๋) คุณหน่อยและตัวของคุณไก่เอง ท่านภุชงค์พญานาคจึงบอกว่าก็ได้โดยจะให้ทั้ง 3 คนเพื่อเป็นที่ระลึกว่าทั้ง 3 คนนี้เคยเกิดเป็นพี่เป็นน้องกันมาหลายภพหลายชาติแล้ว ท่านจึงได้คายของสิ่งหนึ่งที่มีลักษณะกลมมีรัศมีภายในออกแดงๆ วูบวาบๆ เหมือนสิ่งมีชีวิตออกมาจากปากของท่าน

โดยคายไว้ให้ที่ขื่อรูป 3 เหลี่ยมบนหลังคากุฏิของหลวงพี่นั้นเองจำนวน 4 ลูก (เผื่อให้หลวงพี่อีก 1 ลูก) ต่อมาจึงทราบว่าของสิ่งนั้นก็คือ “ดวงแก้วพญานาค” ซึ่งเป็นของศักดิสิทธิ์ประจำตัวของพญานาคแต่ละตน นับเป็นของสำคัญประจำตัวของรักของหวงของพญานาคทีเดียว

ดวงแก้วนี้เมื่อคายออกมาใหม่ๆ จะเป็นของทิพย์แล้วค่อยๆ แปรสภาพทีละน้อยจากผิวนุ่มนิ่มจนกลายเป็นของแข็งที่มีน้ำหนักมาก กินเวลาทั้งหมดประมาณ 3-4 อาทิตย์ ดวงแก้วนี้ลักษณะภายนอกมีสีน้ำตาล-อมทอง (บางลูกก็น้ำตาลอมแดง) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 นิ้ว ภายในน่าจะเป็นลูกแก้วสีชมพูอ่อน ผู้ที่สัมผัสได้จะบอกว่าดวงแก้วนี้มีพลังธาตุที่เข้มขลังมากถึงมากที่สุด ช่วงหลังที่ได้มาเพิ่มเติม (ท่านนำมามอบให้วัดเพื่อร่วมสร้างพระมหาเจดีย์) แต่จะมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม ใครได้ไปอย่าเอาไปทุบเพื่อดูข้างใน เพราะถ้าเขาแตกออกเขาจะกลายเป็นไอระเหยไปในอากาศเลย แล้วคนที่ทุบก็จะโดนวิบากกรรมเล่นงานด้วยนะครับ

แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ลูกหนึ่งใน 4 ลูกนี้เขาไม่สมบูรณ์ เนื่องจากหลวงพี่ท่านอยากรู้ว่าเรื่องที่เล่าให้ฟังนั้นเป็นจริงหรือไม่และดวงแก้วนี้มีลักษณะเป็นอย่างไร ท่านจึงปีนขึ้นไปบนหลังคาเอามือไปจับโดนลูกแก้วลูกหนึ่ง ซึ่งเป็นการเอามือมนุษย์สัมผัสโดนก่อนเวลาที่ท่านพญานาคจะอนุญาตจึงทำให้ลูกนั้น “ฝ่อ” ไม่แข็งเหมือนกับอีก 3 ลูก ลูกที่ฝ่อนี้จะมีสีออกชมพูอมน้ำตาลอ่อนและมีน้ำหนักเบากว่าอีก 3 ลูกมาก หลวงพี่ท่านจึงต้องเก็บดวงแก้วที่ฝ่อลูกนั้นไว้เป็นของท่านเอง

ท่านภุชงค์พญานาคบอกว่าดวงแก้วนี้จะอยู่กับผู้ที่มีบุญเท่านั้น เจ้าของจะต้องหมั่นทำบุญทำทานรักษาศีล ดวงแก้วจึงจะบันดาลทรัพย์สินเงินทองเพิ่มพูนให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ ทั้งยังช่วยป้องกันภัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าตกไปอยู่ในมือของผู้ทุศีลก็จะบันดาลทุกข์ภัยให้แก่ผู้นั้นเหมือนกัน (ท่านว่าเอาถึงชีวิต) เหตุการณ์นี้จึงถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของดวงแก้วพญานาคที่เกิดขึ้นที่วัด

ในวัดนี้ท่านภุชงค์พญานาคเองก็เป็นหนึ่งในพญานาคที่ดูแลวัด โดยยังมีพญานาคที่มียศศักดิ์ใหญ่อีกคือท่านนันโทปนันทนาคราช และยังมีพญานาคที่เป็นญาติว่านเครือของท่านอีกมาก โดยมีการสร้างเมืองบาดาล (วังพญานาค) ไว้อยู่ที่ใต้วัดนั่นเอง และท่านมักจะขึ้นมาเล่นน้ำและปฏิบัติธรรมกันที่บริเวณโบสถ์และวิหารกลางน้ำของวัด

ครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับดวงแก้วพญานาค ผมก็รู้สึกว่าเขามีพลังวิ่งเข้ามาสู่ตัวของผมทันที เป็นพลังเย็นทำให้เกิดขนลุกขนชันซาบซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย รู้สึกว่าเขาทักทายด้วยมิตรไมตรีทำให้รู้สึกรักและหวงแหนดวงแก้วนี้ขึ้นมาจนบอกไม่ถูก เมื่อนำมาไว้ในมือขณะนั่งสมาธิก็ปรากฏว่าสามารถเข้าสู่สมาธิได้ง่ายขึ้นมาก เหมือนกับเขามาช่วยประคองจิตของเราให้เกิดสมาธิได้เร็วขึ้น รู้สึกว่านั่งไปแป๊บเดียวแต่ปรากฏว่าแท้ที่จริงแล้วเวลาผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมงทีเดียว

ก่อนถึงกำหนดเวลาที่จะรับดวงแก้วพญานาค วันหนึ่งผมได้เข้าไปนั่งสมาธิที่บริเวณชั้นลอยใต้ถุนโบสถ์ของวัดซึ่งที่นี้เป็นที่ๆ ผมชอบมานั่งสมาธิเป็นประจำเพราะสงบเงียบดีเหมาะแก่การนั่งสมาธิ ผมนั่งไปประมาณ 30 นาทีก็ลืมตาขึ้นเพราะรู้สึกว่ามีคนเดินผ่านข้างหน้า พอมองไปทางซ้ายมือก็เห็นว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งชุดขาวเข้ามานั่งอยู่คนเดียว หน้าตาจัดว่าหล่อเหลาเหมือนพระเอกหนัง คนที่มาวัดผมก็ไม่เคยเห็นใครที่จะหล่อเหลาขนาดนี้มาก่อน ผิวขาวคิ้วเข้ม หน้าตาออกไปทางลูกครึ่งไทยและแขกขาว รูปร่างสง่างามสูงราว 180 ซม. นั่งสมาธิหลับตาพริ้มไม่สนใจกับการที่ผมจ้องมอง ผมคิดในใจว่าใครหนอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยแถมยังมานั่งสมาธิคู่กันกับผมซะอีก หรือจะมานั่งสมาธิแข่งกันกับผม

ผมก็เลยนั่งสมาธิต่อไปอีกราวๆ 20 นาทีก็ได้ยินเสียงพระตีระฆังบอกเวลาเพล ได้เวลาที่ผมจะต้องไปแล้ว จึงลืมตาขึ้นมาก็ยังเห็นชายหนุ่มคนนั้นนั่งสมาธินิ่งเป็นรูปปั้นไม่ไหวติงเหมือนเดิม ผมแกล้งกระแอมกระไอเผื่อเขาจะลืมตาขึ้นมา หวังว่าจะคุยถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนามรู้จักกันไว้บ้างแต่เขาก็ไม่ยอมลืมตาขึ้นมา ผมก็เลยลุกขึ้นเก็บอาสนะเข้าที่แล้วเดินออกไปเพื่อรีบไปถวายเพลหลวงป๋าที่ตึกสมเด็จ ระหว่างเดินจึงกำหนดจิตคิดถึงชายหนุ่มคนดังกล่าวพลันก็คิดขึ้นได้ว่า “อ๋อ..เป็นท่านพญานาคนี่เอง” ท่านคงอยากให้ผมได้เห็นกายเนื้อของท่านว่า เมื่อแปลงกายเป็นคนแล้วจะหล่อขนาดไหน เพราะตอนเป็นงูก็เป็นงูที่สวยที่สุดที่ผมได้เคยพบเคยเห็น

เมื่อได้ดวงแก้วพญานาคมาแล้วก็ใช้ติดตัวเรื่อยมา ทำบุญอะไรก็บอกเขาให้ได้บุญทุกครั้ง วันหนึ่งจึงได้ฝันว่ามีสตรีสูงศักดิ์มาหาพร้อมด้วยเหล่านางสนมกำนัล 4-5 คน ผู้หญิงท่านนี้มีหน้าตาสวยงาม ผิว 2 สี เกล้าผมเป็นมวยสูงดูแล้วสง่างามมาก สวมชุดแบบไทยโบราณมีสไบออกเป็นสีโทนน้ำตาลเข้ากับสีผิว ท่านได้อยู่สนทนาพูดคุยกับผมนานทีเดียว เมื่อถามชื่อก็บอกว่าชื่อ “สุทัศนี………….” ชื่อยาวมากแบบเจ้านายสมัยโบราณตื่นมาก็ยังพอจำได้ แต่ตอนที่เขียนบทความนี้ก็ลืมไปแล้วครับ ในฝันก็ทราบว่าท่านคือเจ้าของดวงแก้วพญานาคของผม ท่านมาพบเพื่อทำความรู้จักเพราะว่าผมอธิษฐานอยากพบเจ้าของดวงแก้ว

ดวงแก้วพญานาคนี้ท่านพญานาคบอกมาว่าใครมีติดตัวจะไม่ตายในน้ำ เขาจะมาช่วยเขาไม่ยอมให้เจ้าของดวงแก้วต้องตายในน้ำ แม้ในถ้ำที่มืดมิดหรือในลิฟท์ที่ไม่มีอากาศหายใจ เขาก็บอกว่าเขาจะสร้างอากาศให้เองไม่ให้ตายเพราะขาดอากาศเด็ดขาด…เขาบอกมาอย่างนี้นะครับ มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อผมเองก็เพิ่งเคยได้ยิน

ในเวลาต่อมาผมเลยมีความคิดว่าอยากให้ท่านพญานาคมาช่วยสร้างพระมหาเจดีย์ จึงได้ไปอธิษฐานในจุดที่ได้พบท่านในครั้งแรกว่า “ขอท่านพญานาคผู้มีฤทธิ์บารมีมาก ข้าพเจ้าขอความเมตตาจากท่านให้ช่วยนำดวงแก้วพญานาค ซึ่งเป็นของประเสริฐของวิเศษประจำตัวของพวกท่านนั้นมามอบให้แก่วัด เพื่อให้วัดมอบเป็นของที่ระลึกคุ้มครองให้แก่ผู้ที่มาทำบุญสร้างพระมหาเจดีย์ เพื่อให้การสร้างพระมหาเจดีย์สำเร็จโดยเร็ว เป็นการสร้างบุญบารมีร่วมกันด้วยเทอญ” มาถึงวันนี้ความปรารถนาของข้าพเจ้าก็ได้เป็นจริงขึ้นแล้ว โดยท่านนันโทปนันทนาคราช ท่านกาลนาคราช และท่านภุชงค์นาคราชพร้อมบริวารของท่าน ได้ทยอยมอบของวิเศษนี้มาให้แก่พวกเราได้ร่วมสร้างบุญบารมีร่วมกันครับ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ (เมษายน 2557) ผมและภรรยาได้ช่วยกันตัดแต่งกิ่งต้นบัวสวรรค์ที่ปลูกไว้ในบริเวณบ้าน ขณะที่ช่วยกันอยู่นั้นได้มีผึ้ง 4-5 ตัว ไม่รู้ว่ามาจากตรงไหนตรงเข้าต่อยบริเวณมือและแขนของภรรยาจนทำให้แขนบวม ภรรยาของผมตกใจและรู้สึกเจ็บปวดจึงวิ่งหนีเข้าไปในบ้านปล่อยให้ผมยืนงงอยู่มารู้ตอนหลังว่าถูกผึ้งต่อย แต่ก็แปลกที่ผึ้งฝูงนั้นมันไม่เข้ามาต่อยผมเลยแม้แต่ตัวเดียว ทั้งๆ ที่ผมและภรรยาก็ยืนอยู่ในบริเวณเดียวกัน นี่อาจเป็นอานุภาพหนึ่งของดวงแก้วพญานาคที่ผมห้อยพกติดตัวอยู่ตลอดเวลาก็เป็นได้

รอดตายเพราะดวงแก้วพญานาค

คุณกุมาร ซึ่งเป็นชาวอินเดียมีอาชีพค้าขายระหว่างไทยและอินเดียโดยนำสินค้าจากอินเดียเข้ามาขายที่สำเพ็งเป็นประจำ เขาได้รับดวงแก้วพญานาคจากพระองค์หนึ่งของวัดหลวงพ่อสดซึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน เลยนำดวงแก้วพญานาคไปเลี่ยมแขวนติดคอไว้

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเขาพาเพื่อนๆ ชาวอินเดีย 5-6 คนไปเที่ยวที่แคชเมียร์โดยเช่าเรือยางล่องแก่งลงมาตามแม่น้ำ ปรากฏว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งน้ำเชี่ยวมากและเป็นจุดที่เกิดน้ำวนดูดเรือแพยางให้พลิกคว่ำ คนที่อยู่ในเรือ 5-6 คนต่างโดนน้ำดูดลงไปสู่ใต้แม่น้ำทั้งหมด แม้ว่าคุณกุมารจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เขาก็ยังนึกถึงดวงแก้วพญานาคได้เพราะพระที่ให้ได้กำชับว่าให้แขวนติดตัวไว้จะไม่ตายในน้ำ เขาจึงกำดวงแก้วพญานาคแล้วเอามือนั้นชูขึ้นเพื่อให้ดวงแก้วพญานาคช่วย ปรากฏว่าตัวเขาได้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างอัศจรรย์ น้ำได้พัดเขาให้ลอยเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย แต่เพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันจมน้ำตายหมด กว่าเจ้าหน้าที่จะติดตามศพได้ทั้งหมดก็ต้องใช้เวลานานเพราะน้ำเชี่ยวมาก คุณกุมารจึงได้ติดต่อพระเพื่อนที่วัดหลวงพ่อสดแล้วก็เล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟังเพื่อบันทึกไว้ว่าดวงแก้วพญานาคนี้ได้เคยช่วยชีวิตเขาไว้…ดวงแก้วพญานาคของวัดหลวงพ่อสดดีจริงๆ


https://drive.google.com/open?id=0B5reTWVk2cAZaXVJc25rQXJ1QkE

ดวงแก้วพญานาค เป็นดวงแก้วประจำตัวของพญานาคที่บำเพ็ญเพียรทางจิตจนถึงระดับหนึ่งแล้วจึงจะเกิดดวงแก้วพญานาคนี้ขึ้นเอง เป็นของประจำตัวเพื่อใช้เป็นดวงแก้วสารพัดนึกของพญานาค แต่เมื่อพญานาคตนนั้นสิ้นอายุจึงจะมอบต่อให้แก่ลูกหลานของท่านต่อไป นับเป็นของศักดิ์สิทธิ์และหวงแหนยิ่งของพญานาคเพราะไม่ใช่ว่าพญานาคทุกตนจะมีดวงแก้วนี้ได้ เชื่อกันว่าภายในดวงแก้วนี้ข้างในก็คือแก้ว 7 สีมณี 7 แสงตามตำนานที่เล่าขานกันมานั่นเอง ดวงแก้วนี้ได้จากที่วัดหลวงพ่อสด จ.ราชบุรีครับ

ขอโทษครับ ลูกที่ใสนั้นไม่ใช่ ลูกใสนั้นเป็นลูกแก้วของหลวงพ่อโอภาสีครับ คนที่ถ่ายรูปนี้เอาลูกแก้วหลวงพ่อโอภาสีมารวมไว้เพื่อการเปรียบเทียบเท่านั้น

ดวงแก้วพญานาคนี้จะถูกหุ้มด้วยเปลือกนอก (ค่อนข้างหนา) เพื่อป้องกันลูกแก้วซึ่งอยู่ภายในครับ

คือตอนที่เขามาคายลูกแก้วพญานาคให้นั้น ตอนใหม่ๆ ผิวเขาจะมันวาวตามรูปนี้แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานผิวเขาก็จะออกด้านๆ เหมือนลูกอื่นๆ ครับ ผิวมันจะเกิดตอนที่เขานำมาถวายใหม่ๆ เท่านั้น

ทางวัดไม่ได้ให้บูชาแต่ให้เป็นของที่ระลึก เมื่อไปทำบุญสร้างพระมหาเจดีย์หรือร่วมสร้างพระนั่งเมืองแก้ว 24,000 บาทครับ เป็นของที่ระลึกให้นึกถึงบุญตามเจตนาของท่านกาฬนาคราชที่มอบให้แก่ทางวัดครับ

ชุดแรกได้มาประมาณ 40 ดวงก็หมดไปแล้ว ชุดที่ 2 ได้มาอีกประมาณ 20 ดวง ตอนนี้ไม่ทราบว่าเหลือกี่ดวง แต่ชุดที่ 3 ก็ไม่รู้ว่าท่านจะให้มาอีกหรือไม่ เพราะทางวัดไม่ได้ทำขึ้นมา (ทำไม่เป็น) เป็นของที่ท่านพญานาคให้มาครับ ใครมีญาณก็เชิญตรวจสอบดูได้เลยครับ


ChokChai Kittiyanpanya ดวงแก้วพญานาคมาใหม่และคร้า
บ เยอะเลย หลวงป๋าบอกว่า “อะไรไม่รู้แหล่ะ (เว้นวรรคแปร้บนึง) รู้แต่ว่าแรง!!!”
ปล. เครื่องหมายตกใจเติมเองคร้าบ
เท่าที่จำได้หลวงป๋าเล่าว่า ดวงแรกที่มา เกิดจากพญานาคมาเล่นนำ้ฝนที่กุฏิ1(น่าจะเป็นที่วัดเพราะหลวงป๋าอยู่กุฏิ9) แล้วก็กระโดดไปที่พระที่ได้ธรรมกายไปปฏิบัติธรรมที่อินเดียตรงบริเวณที่พระพุทธเจ้าได้ฉันข้าวมธุปายาสแล้วอธิษฐานลอยถาดทอง พอไปแล้วพญานาคคายดวงแก้วมาให้เพิ่ม ผมฟังแล้วก็งงๆ ประติดประต่อเรื่องแบบงงๆ แล้วหลวงป๋าก็ทิ้งท้ายว่า “แรง!!!”
อ่อ นึกได้อีกคำนึง หลวงป๋าบอกว่า ใครได้ไปให้นึกอธิษฐานว่าตนจะร่วมบุญสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จ เพราะพญานาคที่มาแต่ละตนต้องการร่วมบุญช่วยกันสร้างมหาเจดีย์ครับ (อันนี้คิดเอง พอเครื่องจูนเรื่องเดียวกันสัญญาณเลยแรงชัดขึ้นครับ)

Surasit Jaisai พญานาคมาคายดวงแก้วที่กุฏิ ๑ แล้วพระที่ได้ธรรมกายก็นำดวงแก้วดวงนั้นไปอินเดียตอนไปแสวงบุญ และนำดวงแก้วอธิษฐานตรงที่พระพุทธเจ้าลอยถาด ทำให้ท่านกาฬนาคราชและบริวารรับทราบ ก็เลยตามมาถวายดวงแก้วที่วัดหลวงป๋าเพื่อร่วมสร้างพระนั่งเมืองด้วยครับ

สุวิชัย ธุระกิจถาวร เมื่อวานผมได้ไปรับกับมือหลวงป๋า 2 ดวง แล้วหลวงพี่ทีวิหารกลางน้ำบอกว่ามีประมาณ 40 ดวง และหลวงป๋าได้ทำพิธีบวชให้แล้วครับ สาธุครับ

Baramee Raktham เรื่องนี้อย่าสงสัย ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เรื่องเกิดมาเกือบ 2 ปีแล้ว พอชุดแรกได้มา (4 ดวง) ประมาณเดือนตุลาคม 2555 ต่อมาท่านก็ขอเพิ่ม แต่ท่านพญานาคให้ครั้งหนึ่งก็แค่ไม่กี่ดวงไม่พอที่จะให้วัดออกให้คนบูชา เมื่อหลวงพ่อที่ได้ธรรมกายท่านได้มีโอกาสไปแสวงบุญที่อินเดียท่านก็นำติดตัวไป พอมีโอกาสท่านก็เลยไปขอท่านพญานาคที่แม่น้ำเนรัญชรา ท่านกาฬนาคราชและบริวารจึงได้ถวายมาพอสมควรพอจะนำมาให้คนบูชา ไม่กี่วันมานี้ท่านก็คงจะนำมาถวายอีกหลวงป.ท่านก็เลยออกให้ทำบุญอีก (ท่านพญานาคท่านเดินทางระหว่างอินเดียและไทยเพียงแค่ลัดนิ้วมือ เร็วกว่าการบินไทยเยอะ) ช่วงที่ท่านพญานาคมาเล่นน้ำฝนบนหลังคากุฏินั้นเป็นล็อต 2 ครับ บอกแล้วว่าเรื่องมันเกิดมานานจึงมีมาหลายล็อต แต่ได้มาครั้งละ 3-4 ดวงเท่านั้น ล็อตหลังนี้แหละที่มาจำนวนมากพอ

Baramee Raktham ไม่น่าจะใช่ครับคุณ Non Nontirat ที่เห็นสีน้ำตาลอมทองบ้างอมแดงบ้างนั้นน่าจะเป็น “เครื่องหุ้ม” ข้างในน่าจะเป็นดวงแก้วครับ เคยมีคนลองทุบออกดูปรากฏว่าเขาระเหยกลายเป็นไอไปในอากาศ แล้วคนทุบนั้นก็ป่วยหนักครับ

Baramee Raktham ลูกแก้วพญานาคชุดที่ออกให้ทำบุญกันนี้ก็ตามที่หลวงพ่อธนกรเขียนไว้ ได้มาจากท่านกาฬนาคราชและบริวารที่แม่น้ำเนรัญชรา ประเทศอินเดีย โดยปาฏิหาริย์ผุดขึ้นมาจากพื้นทรายที่ริมแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อร่วมบุญสร้างพระมหาเจดีย์ที่วัดหลวงพ่อสด และสร้างพระนั่งเมืองแก้วพระประธานในพระมหาเจดีย์

Share:

Author:

นวกะ48 http://dhammakaya.tv http://dhammakaya.biz

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.