ประวัติการสร้างพระพรหม ณ วัดหลวงพ่อสดฯ

ท้าว อกนิฏฐพรหม ชั้นสุทธาวาส / ประธานพรหมโลก

ประวัติการสร้างพระพรหม
(ท้าว อกนิฏฐพรหม ชั้นสุทธาวาส / ประธานพรหมโลก)

ผมชื่อ นายปรีชา เอกอรัญพงศ์ ราวปี พ.ศ.2550 ในขณะที่บวชเป็นพระ (รอบที่ 2) ณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี คืนวันหนึ่ง หลวงป๋า (พระเทพญาณมงคล / เสริมชัย ชยมังคโล) เจ้าอาวาส ได้บอกบุญแก่พระภิกษุ และสามเณร ให้มีส่วนร่วมในการสร้างพระ และเทพองค์หนึ่ง ซึ่งมีเจ้าภาพสร้าง และนำมาถวาย (สร้างเสร็จแล้ว) ซึ่งเจ้าภาพจ่ายเงินไปทั้งหมดแล้ว แต่หลวงป๋าเห็นว่าการสร้างพระครั้งนี้เป็นบุญใหญ่ และสำคัญครั้งหนึ่ง จึงอยากให้พระเณรมีส่วนร่วมในบุญครั้งนี้ด้วย โดยให้พระเณรมีโอกาสร่วมทำบุญคนละ 10-20 บาท เพื่อเป็นกุศลติดตัวไป

หลวงป๋าเล่าว่า มีคืนหนึ่งได้ฝันว่ามีเทวดาเอาตำราบวชพระเครื่องให้เป็นพระสงฆ์มาให้ เทวดาท่านนี้บอกว่า ตำรานี้หายไปจากประเทศไทย 500 ปีที่แล้ว จึงนำมาให้หลวงป๋า เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาสืบต่อไป เมื่อหลวงป๋าตื่นมาตอนเช้า จึงนำกระดาษ A4 มาเขียนอักขระ และคาถา ได้ประมาณ 4-5 กระดาษ หลวงป๋าเล่าต่อว่า เทวดาท่านนี้เป็นพระอนาคามี และเป็นประธานของเทวดาในพรหมโลก ท่านขื่อ ท้าวอกนิฏฐพรหม อยู่ในพรหมโลก ชั้นที่ 16 (ชั้นสุทธาวาส) ในขณะที่ยังมีชีวิต ท่านบวชเป็นพระ อยู่ในประเทศไทย เมื่อมรณะภาพแล้ว ขึ้นไปอยู่ชั้นสุทธาวาส เป็นประธานของพรหมโลก แล้วกำลังจะบรรลุเป็นพระอรหันต์ เข้าพระนิพพานจากชั้นสุทธาวาสนั้นอีกไม่เกิน 50 ปี (ในโลกมนุษย์)

หลวงป๋าเห็นว่าท่านมีเมตตาสูง จึงนิมนต์ลงมาอยู่วัดหลวงพ่อสดฯ เป็นการชั่วคราวระยะเวลาหนึ่ง เพื่อเป็นเนื้อนาบุญแก่พุทธศาสนิกชน และเป็นสิริมงคลแก่ผู้มาสักการะกราบไหว้ ดีงนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างรูปเหมือนของเทวดาชั้นพรหมโลก แต่เกรงว่าคนที่มาเห็นจะเข้าใจว่าเป็นรูปปั้นเทวดาทั่วไป จึงจำเป็นต้องสร้างเป็นรูปพระพรหมสี่หน้า แต่ไม่ได้สื่อถึงพระพรหมเอราวัณ ของศาสนาฮินดูแต่อย่างใด เพียงแต่จะสื่อถึงความเป็นเทวดาชั้นพรหม จึงจำเป็นต้องสร้างเป็นพระพรหมสี่หน้าขึ้นมา เพื่อไม่เป็นการลบหลู่ท่าน การสร้างท้าวอกนิฏฐพรหมนี้ แกะจากหินหยกขาว (หินอะลาบาสเตอร์) ปัจจุบันประดิษฐานอยู่บริเวณประตูวัด

หลังจากที่ผมได้ลาสิกขาระยะหนึ่ง เพื่อน ๆ ชวนให้มาช่วยทำบะหมี่แห้งถวายพระเณรทั้งวัดอยู่เป็นประจำ วันหนึ่งก่อนกลับบ้านจึงขึ้นไปทำบุญที่ศาลาประชาสัมพันธ์ ในเวลานั้นได้นำพระพรหมมาประดิษฐานไว้ที่ประชาสัมพันธ์ โดยวางไว้ใกล้ที่จำหน่ายดอกบัว (หันหน้ามาทางโต๊ะที่ทำบุญ) ตรงกลางมีโต๊ะวางหนังสือแจกฟรี แล้วมีเก้าอี้วางไว้ ผมจึงเดินไปนั่ง แล้วมองเพื่อน ๆ ที่กำลังทำบุญ อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงขึ้นมาว่า

“ไม่อยากให้ฉันช่วยอะไรหรอ”

ผมจึงหันไปทางเสียงเรียกนั้น ก็เห็นพระพรหมองค์นี้อยู่ด้านหลัง จึงบอกท่านว่า “อยากช่วยอะไร ก็ช่วยมาเลย”

ท่านบอกว่า “ไม่ได้ … ผิดกฏสวรรค์ … ต้องขอก่อน จึงจะช่วยได้”

ผมจึงรอให้เพื่อน ๆ ทำบุญเสร็จ แล้วเล่าให้ทุกคนฟัง เพื่อไปกราบขอพรจากท่าน

หลังจากนั้น ขณะที่เดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้ครึ่งทาง ผมทนไม่ได้ที่จะเล่าให้เพื่อน ๆ ในรถฟังว่า ปกติผมจะได้พลัง และบุญจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นประจำจนชินไปแล้ว แต่วันนี้รู้สึกแปลก ๆ เหมือนสมัยที่ได้ใหม่ ๆ (ขณะที่กำลังเขียนอยู่นี้ / 20 ส.ค. 2561 ก็ได้อีกแล้ว) วันที่ผมเขียนเรื่องนี้ เหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 1-2 ปีที่แล้ว แต่ที่ต้องเขียนเรื่องนี้ เพราะมีเหตุดลใจบางอย่าง และมีหลายท่านที่ไม่รู้ประวัติการสร้าง จึงมีความสงสัยว่าทำไมวัดถึงสร้างพระพรหมเอราวัณ ของศาสนาฮินดู

ในวันนั้น เมื่อขอพรเสร็จ ก็กราบ 3 ครั้ง เพราะท่านเป็นพระอริยเจ้า ชั้นอนาคามี เมื่อกราบเสร็จปรากฏว่า เหมือนมีลูกกลม ๆ เท่าผลส้มตกลงกลางท้อง แล้วขยายใหญ่จนเต็มท้อง ทีละลูก ๆ แบบไม่หยุด … ตลอดเวลาที่กราบจนนั่งอยู่ในรถไม่น้อยกว่า 30 นาที ผมจึงทนไม่ได้ที่จะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง พอเล่าเสร็จเพื่อนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “เป็นเหมือนกันหรอ” แล้วคนอื่น ๆ ก็พูดเหมือนกันว่า “เป็นด้วยหรอ” สรุปว่า ทุกคนในรถมีอาการเดียวกันทุกคน แล้วท้าวอกนิฏฐพรหมก็พูดขึ้นมาว่า “ท่านเพิ่มบุญให้”

เหตุการณ์นี้เป็นมาตลอดการเดินทาง จนเข้าบ้านก็ยังเป็นอยู่ วันต่อมาเพื่อน ๆ นัดเจอกันที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมสำหรับการทำบุญสัปดาห์ต่อไป ในขณะที่ผมกำลังเดินออกจากบ้าน อาการดังกล่าวก็เกิดขึ้นอีก ผมรู้สึกตื้นตันใจมากที่ท่านมีเมตตา มาเพิ่มบุญให้อีก แล้วท่านก็บอกว่า

“มีอะไร ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ให้นึกถึงท่าน”

ผมรู้สึกดีใจ และขอบพระคุณท่านที่มีเมตตาสูงมาก อุตส่าห์ตามมาช่วยถึงบ้าน

ในวันนั้น ในท้องของผมเหมือนมีลูกกลม ๆ ค่อย ๆ ขยายจนเต็มท้องตลอดเวลา จนถึงวัดปากน้ำ

รูปแกะสลักนี้ ท้าวอกนิฏฐพรหมท่านมาอยู่บริเวณเศียรจนถึงคอ ส่วนที่เหลือตั้งแต่บ่า แขน นิ้ว ลงไปถึงเท้า จะมีเทวดาจากพรหมโลกตั้งแต่ชั้นที่ 15 ลงมาจนถึงพรหมชั้นล่างสุด มาประดิษฐานอยู่ที่องค์พระนี้ทั้งองค์เต็มไปหมด (หลวงป๋า กล่าวไว้)

เหตุผลของการเล่าเรื่องนี้ ก็เพื่อคลายความสงสัยของหลายท่านที่อาจเข้าใจผิดว่าทางวัดได้สร้างพระพรหมเอราวัณ และเพื่อให้รู้ว่าท้าวอกนิฏฐพรหมนี้ มาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้มากราบไหว้ และได้อานิสงค์ผลบุญของท่าน ก่อนที่ท่านจะเข้าพระนิพพานในอนาคตอันใกล้นี้

ปล. การสักการะ และขอพรจากพระ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนานั้น เราควรขอพรในสิ่งที่ดี เป็นมงคลแก่ตนเอง และผู้อื่น การอธิษฐานนี้เป็น 1 ใน 10 ของบารมี เรียกว่า อธิษฐานบารมี จัดเป็นกุศลจิตแบบหนึ่ง

แต่ยังมีหลายท่านที่เข้าใจผิด เมื่อขอเสร็จ มักจะติดสินบนด้วยคำว่า

“เมื่อสำเร็จ จะนำพวงมาลัย หรือไข่ต้ม ฯลฯ มาถวาย”

การกระทำเช่นนี้เป็นฝ่ายบาปอกุศล นอกจากจะติดหนี้บุญคุณกับเทวดาชั่นต่ำบริเวณนั้น ถึงแม้จะมาแก้บน ก็ยังติดหนี้บุญคุณในชาติต่อ ๆ ไปอีก หากจะตอบแทนบุญคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น ก็นำดอกไม้ ธูปเทียน มาสักการะในภายหลัง โดยไม่ต้องบน หรือสัญญาว่าจะให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นการตอบแทน หากเป็นผู้มีปกติเป็นคนกตัญญูรู้คุณ ก็ควรระลึกถึงท่าน ด้วยการทำทาน ถือศีล และเจริญภาวนา แล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนั้นให้แก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มาช่วย จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีกตัญญูกตเวที จึงจัดเป็นฝ่ายบุญฝ่ายกุศล

การนำพวงมาลัยมาถวายในภายหลัง ก็คือการสักการะบูชา เหมือนครั้งแรกที่มาขอพรเช่นเดียวกัน นำมาซึ่งผลบุญที่จะติดตัวเราไป แต่ท้าวอกนิฏฐพรหมท่านก็ยินดีที่จะช่วย แม้เพียงแค่นึกถึงท่าน

ผิดพลาดประการใด ขอขมาไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ขอบคุณพี่เก้าครับ by admin

v2

แถมอีกเรื่อง … พระพรหม หยกอ่อน (บริเวณประตูหน้าวัด)

ไหน ๆ ก็เล่าเรื่องรูปปั้นงู … ขอเพิ่มเรื่อง ศาลพระพรหมหน้าวัด

ประมาณปี 2551 ผมได้มาบวชกับหลวงป๋าอีกรอบ … วันหนึ่ง ที่วิหารกลางน้ำ หลวงป๋าบอกกับพระเณรในวัดว่า มีบุญสำคัญบุญหนึ่งที่อยากให้พระและเณรได้มีส่วนร่วม แต่ไม่บังคับให้ทำ … แค่คนละ 5 บาท 10 บาท ก็ได้บุญเท่ากัน เนื่องจากมีเจ้าภาพสร้างพระถวาย 3 องค์ (จำได้แค่ 2 องค์ คือพระจักรพรรดิ กับพระพรหม)

ซึ่งพระทั้งหมดมีเจ้าภาพสร้างถวาย แด่หลวงป๋าเห็นว่าเป็นบุญสำคัญ ท่านจึงขอกับเจ้าภาพว่า ขอให้พระเณรมีส่วนร่วมในการสร้างได้มั้ย … เจ้าภาพยินดีให้ร่วม

หนึ่งในนั้น คือ พระพรหมหยกขาว ที่อยู่หน้าวัด (ก่อนหน้านี้ วางไว้ที่ประชาสัมพันธ์นานมาก)

หลวงป๋าเล่าว่า พรหมองค์นี้ ชื่อ ท้าวอกนิฏฐพรหม เป็นประธานของพรหมโลก อยู่ชั้นสุทธาวาส

ท้าวอกนิฏฐพรหมท่านนี้ หลวงป๋าบอกว่า ตอนมีชีวิตท่านเป็นพระ พอมรณะภาพแล้วไปเกิดเป็นพรหม ชั้นสุทธาวาส (เป็นพระอนาคามี ที่กำลังจะเข้าพระนิพพาน เร็ว ๆ นี้)

ท้าวอกนิฏฐพรหมท่านเห็นว่า หลวงป๋าเป็นพระที่ดี ท่านจึงเอาตำรา “บวชพระเครื่อง ให้เป็นพระสงฆ์”

ซึ่งตำรานี้สูญหายไปจากประเทศไทย มากกว่า 500 ปี (ท่านเป็นรูปสุดท้ายที่ทำ)

ท้าวอกนิฏฐพรหมจึงเอาตำรานี้มาให้หลวงป๋า … หลวงป๋าบอกว่า พอได้ตำรา ท่านตื่นมาเขียนไว้ในกระดาษ A 4 ประมาณ 4-5 แผ่น … (ท้าวอกนิฏฐพรหม มาบอกในฝัน)

การบวชพระเครื่อง คือเอาพระเครื่องมา แล้วให้เทวดาที่อยู่ในองค์พระ มาบวชเป็นพระสงฆ์ แต่หลวงป๋าไม่บังคับ … ขอ อาสาสมัครเท่านั้น เทวดาท่านไหนไม่อยากบวช ก็ไม่เป็นไร

คราวนี้ พอมีคนรู้ เลยขอหลวงป๋าสร้างท้าวอกนิฏฐพรหมนี้ แต่หลวงป๋าบอกว่า พรหม มีลักษณะเป็นกายพรหม (1 ใน 18 กาย) … ถ้าสร้างออกมาแล้ว คนจะเข้าใจผิดว่า เป็นเทวดาทั่วไป ซึ่งจะทำให้คนที่คิดบาป เนื่องจากท่านเป็นพระอนาคามี … หลวงป๋าจึงจำเป็น ต้องสร้างเป็นพรหม 4 หน้า เพื่อให้รู้ว่า นี่คือเทวดาชั้นพรหม ((แต่ไม่ใช่พระพรหมเอราวัณ น๊ะ))

จากนั้น เมื่อสร้างเสร็จ หลวงป๋าไปนิมนต์ท่านมาจากชั้นสุทธาวาส ให้มาเป็นเนื้อนาบุญแก่พุทธศาสนิกชน ที่มากราบไหว้ ได้อานิสงส์บุญจากท่าน

ท้าวอกนิฏฐพรหมท่านมาอยู่บริเวณบ่า ถึงเศียร … ส่วนล่างลงมา มีพรหมชั้นที่ 15 ไล่ลงมาถึงชั้น 1 … มาอยู่ในองค์พระ

ปัจจุบัน ท้าวอกนิฏฐพรหม ท่านประดิษฐานอยู่ที่ศาลหน้าวัด

มีอีก … ทำไมต้องมี 3 ศาล

1. ศาลของท้าวอกนิฏฐพรหม (ฐานสูงสุด)

2. ศาลพระสยามเทวาธิราช (เตี้ยลงมานิด)

3. ศาลตายาย … เป็นเจ้าของที่ดินดั้งเดิม

หลวงป๋าบอกว่า ท้าวอกนิฏฐพรหม ท่านกำลังจะเข้าพระนิพพานเร็ว ๆ นี้ จึงนิมนต์ท่านมาอยู่วัดหลวงพ่อสดฯ ระยะนึง (ถ้านับปีในโลกมนุษย์ ก็ไม่เกิน 50 ปี) ท่านจะเข้าพระนิพพาน

… ตอนเล่า ประมาณปี 2551 … ตอนนี้ผ่านไป 10 ปี … แปลว่าท่านจะอยู่ที่วัดหลวงพ่อสดไม่เกิน 40 ปี

มีเวลา ไปขอบารมีท่านได้ (ถ้าไม่ขอ ท่านให้ไม่ได้ … เป็นกฏสวรรค์)

การขอบารมี เช่น ขอให้บรรลุธรรมเช่นท่าน, ขอให้ได้วิชชาธรรมกายตามความเป็นจริง, ขอสุขภาพ … แต่อย่าขอเรื่อง หวย หรือสลากกินแบ่ง

แชร์เลย

Comments

comments

Share: