วันที่ข้าพเจ้าลืมมิได้ นับได้ว่าเป็นวันพลิกชะตาชีวิตทีเดียว

๙ กันยายน ๒๕๒๗

วันที่ข้าพเจ้าลืมมิได้ นับได้ว่าเป็นวันพลิกชะตาชีวิตทีเดียว

⭕คืนนั้นเมื่อเสร็จภาระกิจต่าง ๆ ข้าพเจ้าจึงปลีกตัวปฏิบัติธรรม

การที่ข้าพเจ้าหันมาปฏิบัติธรรม ก็เนื่องจากบุตรสาวคนเล็ก

📍ตั้งแต่เกิดเป็นเด็กที่สุขภาพไม่ดี ต้องฝากโรงพยาบาลเลี้ยงดูมีปัญหาการหายใจและปอดมักบวมอักเสบอยู่เสมอ นำความทุกข์มาสู่ผู้เป็นแม่ กลัวว่าจะเลี้ยงลูกไม่รอด

อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนแนะนำให้ไปกราบคุณยายแม่ชีเธียร ธีรสวัสดิ์ ที่วัดปากน้ำ(ภาษีเจริญ) ข้าพเจ้าไปกับกับเพื่อนสองคน คุณยายแม่ชีเธียรแนะนำว่า ……….

“ให้ชีวิตแลกชีวิตทำเป็นไหม”

✒ข้าพเจ้าจึงรีบออกไปซื้อไก่ที่เขากำลังจะฆ่าที่ตรอกคาเธ่ย์ถนนเยาวราช โดยไม่ต่อรองราคา เมื่อนำไก่ตัวนั้นกลับมาที่วัด ฯ คุณยายแม่ชีเธียรให้ข้าพเจ้าเจาะเลือดจากปลายนิ้วแตะที่สำลีแล้วเอาสำลีนี้ไปคล้องไว้ที่คอไก่ ก่อนทำพิธี “ให้ชีวิตแลกชีวิต” เลือดที่หยดแทนเลือดของลูก(บุตรคือสายเลือดในอุทร)เมื่อทำพิธีเสร็จ ก็ให้นำไก่ตัวนั้นไปปล่อย

คุณยายแม่ชีแนะนำข้าพเจ้าว่า……..

♦ชีวิตลูกคนนี้ขึ้นอยู่กับข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้าอยากให้ลูก เลี้ยงรอด ข้าพเจ้าต้องหันมาปฏิบัติธรรม ถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะต้องปฏิบัติ เพราะบุญสมาธิภาวนาเป็นบุญสูงสุด ที่จะช่วยชีวิตลูก และข้าพเจ้ามีหน้าที่ในกาลข้างหน้า จงอย่าทิ้งการบำเพ็ญปฏิบัติ

“อย่าขี้เกียจนั่งธรรมะ ต้องปฏิบัติไปให้ถึงที่สุด วันหน้าคุณจะได้รู้จริงกับเขา ทำมากก็ได้มาก ทำน้อย ได้น้อย

ทำทุก ๆ วัน ก็ได้ทุก ๆ วัน เพราะฉะนั้นจงรีบกลับไปปฏิบัติภาวนาทำให้ถึงที่สุด บุญหยาบทำมามากแล้ว ให้ทำบุญละเอียดให้มากเพราะบุญละเอียดนี่แหละ ที่สามารถดับทุกข์ได้จริง และคุณคือ พวกขุดรูให้หนูอยู่ ให้จำคำของคุณยายไว้”

ข้าพเจ้ารับฟัง แต่ก็ไม่เข้าใจลึกซึ้งว่าคืออะไร

🚩เมื่อเป็นสิ่งดีเพื่อลูก ข้าพเจ้าจึงเริ่มต้นหัดสวดมนต์ทำวัตรเช้า วัตรเย็นจนกระทั่งวันวิสาขบูชาเวียนมาถึง

ข้าพเจ้าไปเวียนเทียนที่วัดปากน้ำ ฯและทราบมาว่า ทุกวันวิสาขบูชาทางวัดจะอาราธนาพระพุทธเจ้ามาปรากฏนิมิตให้ผู้ศรัทธาได้เห็นบนท้องฟ้า

(สมัยที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมีชีวิตอยู่
เมื่อถึงวันเวียนเทียนอันเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ท่านจะทำพิธีอาราธนาพระนิพพานให้ปรากฏในพิธีเวียนเทียน

🔮ฉะนั้นในวันเวียนเทียนจึงมีสาธุชนมาร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง เพื่อจะได้เห็นอานุภาพของวิชชาธรรมกายที่หลวงพ่อได้อาราธนาพระนิพพานให้ปรากฏแก่สายตาของผู้ที่มาเวียนเทียน

ก่อนจะถึงพิธี หลวงพ่อจะอธิบายถึงความสำคัญของการเวียนเทียนวันนั้นแล้ว สอนว่า

⏩ในขณะที่กำลังเวียนเทียน ให้ทุกคนทำจิตเป็นสมาธิไปด้วยคือทำใจให้หยุดนิ่ง ให้เวียนเทียนด้วยความสำรวม ระวัง ไม่พูดคุยไม่แสดงอาการคึกคะนองอย่างหนึ่งอย่างใด สำรวม กาย วาจา ใจให้สงบ

▶หลังจากนั้นท่านจะนำไหว้พระสวดมนต์ ขณะเวียนเทียนทักษิณาวรรต ๓ รอบ ให้ภาวนาว่า สัมมาอะระหัง เรื่อยไป เมื่อใจหยุดนิ่งดีแล้ว ให้มองขึ้นสู่ท้องฟ้าเท่าที่เคยปรากฏมาแล้ว

🔮บางท่านจะเห็นพระพุทธรูปลอยอยู่ในอากาศเป็นองค์ใสบ้าง ไม่ใสบ้าง เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์บ้าง ปางสมาธิบ้างปางประทานพรบ้าง บางคนเห็นครึ่งองค์ บางคนเห็นเต็มองค์บางคนเห็นเป็นกายเนื้อของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า )

ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเข้าไปอธิษฐานจิตในพระอุโบสถว่า……

📌”หากข้าพเจ้าสามารถปฏิบัติภาวนาเพื่อมรรคผลได้ ขอพระพุทธองค์ทรงโปรดแสดงนิมิตให้เห็นว่า ธรรมะมีจริงเพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติเถิด”

อธิษฐานเสร็จก็เดินออกจากวัดเพื่อไปขึ้นรถกลับบ้าน

🎯พลันต้องตกตะลึงขนลุกซู่ องค์พระธรรมกายลอยเด่นออกจากโบสถ์ใหญ่ขึ้น ๆ ๆ ๆ จนเต็มท้องฟ้า กายเนื้อเป็นสีทองเหลืองอร่ามเปล่งแสงสวยงามมาก พระพักตร์ยิ้มผุดผ่อง เหมือนมีชีวิตมิใช่พระพุทธรูป

ข้าพเจ้าและเพื่อนหลับตา ขยี้ตา ลืมตา มองซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าก็ยังเห็นงามจับใจ ความปีติแผ่ซ่านไปทั่วกาย – ใจ พูดไม่ได้และขนลุกอยู่จนข้ามวันข้ามคืนทีเดียว

🎴นับตั้งแต่นั้นมาข้าพเจ้าก็ตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง
สวดมนต์ทำวัตรเช้า วัตรเย็น ทำบุญใส่บาตร
และหัดเจริญสมาธิภาวนาก่อนนอนด้วยจิตตั้งมั่นใน
คุณพระศรีรัตนตรัยและก็ได้ผล บุตรน้อยหายเจ็บหายไข้ โตวันโตคืนจนสามารถกลับมาเลี้ยงเองได้

๔ เดือนต่อมา………

💎วันนั้น จำได้ เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐
(ซึ่งภายหลังจึงทราบว่าเป็นวันธรรมกาย
วันที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ฯ บรรลุธรรม)

🔮ขณะที่ปักธูปใส่กระถาง ปากก็เริ่มสวดมนต์ ปรากฏจุดเล็ก ใสสว่างจ้าวิ่งออกมาจากรูปบูชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ(ภาษีเจริญ) จุดเล็กใสวิ่งวนรอบตัวข้าพเจ้า ๓ รอบ แล้ววิ่งเข้าชนกลางหน้าผากอย่างจัง ข้าพเจ้านั่งก้นจ้ำเบ้าลงทันทีใน ท่านั่งสมาธิด้วยความตกใจ

🔮น่าอัศจรรย์…….จุดเล็กใสสว่างขึ้นเป็นดวงกลมใสแจ่มเลื่อนลงสู่ศูนย์กลางกาย ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งหมด
แม้ลมหายใจก็ละเอียดอ่อนจนแทบจะไม่หายใจ กายเบา ใจเบา ดุจอากาศธาตุ

🔮ดวงกลมใสแจ่มเปล่งแสงสว่างดุจพระอาทิตย์ แต่เย็นตาเย็นใจดังแสงพระจันทร์วันเพ็ญ ดวงขยายใหญ่จนลับตา ดวงใหม่ก็ผุดขึ้นมาแทนดวงแล้วดวงเล่า จิตเข้ากลางของกลาง ๆ ๆ ๆ ดับหยาบไปหาละเอียดกายแล้วกายเล่าจนถึงองค์พระธรรมกายใสดุจแก้วที่เจียรนัยแล้วโดยเฉพาะลูกคางมนกลมรูปลักษณ์ที่เหมือนข้าพเจ้าไม่มีผิด

🙏จริงหนอที่ว่า…พระธรรมเป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และได้ผลไม่จำกัดกาล

เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด……..
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้าใส่ตัว เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้แล

🙏โยโส สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก
โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ
ตะมะหัง ธัมมัง อภิปูชะยามิ
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ

ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่งเฉพาะพระธรรมนั้น
ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้นด้วยเศียรเกล้า

Comments

comments

Share: