เธออย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ โดย หลวงตาอู๋

หลวงตาอู๋

เธออย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ โดย หลวงตาอู๋

ในสมัยที่หลวงป๋าท่านยังครองสังขารอยู่ เมื่อมีเวลาว่างอาตมาก็มักจะเข้าไปคุยสนทนากับท่านเพื่อหาความรู้ใส่ตัว หากเรื่องอะไรที่จะเป็นเรื่องลึกๆ ของท่าน หลวงป๋าท่านก็จะหันมามองแล้วพูดว่า “เธออย่าเอาไปเล่าให้ใครฟังนะ” ท่านพูดกำชับบ่อยๆ ทำให้อาตมาไม่ค่อยกล้าที่จะเล่าออกไป ตอนนี้หลวงป๋าท่านไม่อยู่แล้วเลยคิดว่าน่าจะเล่าออกไปได้เพื่อมิให้เรื่องเหล่านี้เลือนหายไป

หลวงป๋าท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ดังนั้นองค์พระธรรมกายของท่านจึงปรากฏมีฉัตร 3 ชั้น อยู่เหนือพระเศียรขององค์พระธรรมกายของท่าน หลังจากที่ท่านออกบวชและสร้างบารมีตอนนี้ฉัตรได้เพิ่มขึ้นเป็น 5 ชั้น ตามบารมีธรรมที่เพิ่มมากขึ้น และก่อนที่ท่านจะละสังขารท่านก็เปรยๆ ว่าฉัตรของท่านปรากฏเพิ่มขึ้นเป็น 7 ชั้นแล้ว (สุดยอดของฉัตรจะเป็นฉัตร 9 ชั้น) เวลาท่านออกไปอยู่กลางแจ้งฉัตรนี้จะทำหน้าที่เป็นร่มกั้นแสงแดดให้ท่าน เพราะฉัตรนี้ไม่ใช่เป็นของตายแต่เป็นของเป็น เป็นฉัตรกายสิทธิ์

เวลาหลวงป๋าเดินทางออกไปนอกวัด จะมีพญาครุฑมาคอยอารักขาตลอดเวลา ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์พญาครุฑก็จะบินเหนือรถคันนั้น ถ้าเดินทางโดยเครื่องบินพญาครุฑก็จะบินแบกเครื่องบินลำนั้นไว้ เพื่อให้หลวงป๋าเดินทางได้อย่างปลอดภัย

อาตมาเคยถามหลวงป๋าว่าท่านกำหนดจิตอย่างไรเวลานอน ท่านบอกว่าจะต้องเอาใจไปตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอด ให้หลับไปในศูนย์กลางกาย ดังนั้นท่านจึงไม่ฝันและตื่นตามเวลาที่กำหนด

หลวงป๋าท่านเป็นน้องคนสุดท้องของพี่น้อง 3 คน คนโตก็คือท่านพระอินทร์ คนกลางก็คือท่านท้าวเวสสุวรรณ หลวงป๋าเป็นน้องคนเล็ก พี่ชายทั้งสองของท่านตอนนี้ก็เป็นพระอริยบุคคลชั้นพระอนาคามีไปแล้ว เมื่อพระศรีอาริย์ตรัสรู้ท่านทั้งสองจะลงมาฟังธรรมแล้วจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในการฟังธรรมเพียงครั้งเดียว หลวงป๋าท่านมีอะไรท่านก็มักจะขอกับท่านท้าวเวสสุวรรณ ท่านบอกว่าพี่รองของท่านหน้าดุแต่ใจดีตามใจน้องคนเล็กขออะไรก็ให้ ส่วนพี่ใหญ่คือท่านพระอินทร์หลวงป๋าบอกว่าท่านดุ แต่หลวงป๋าก็ขอเหมือนกันเพราะถือว่าน้องขอจากพี่ได้

ก่อนหลวงป๋าจะสิ้นราวๆ 2 ปี หลวงป๋าท่านได้ขอยืมช้างเอราวัณจากท่านพี่พระอินทร์มาเพื่อให้ช่วยงานของท่าน เวลาท่านเดินทางท่านก็จะขี่ทรงช้างเอราวัณไปด้วย ท่านพี่ให้ยืมมาใช้งาน แต่ตอนนี้ท่านเอราวัณ (เป็นเทวดา) ก็คงกลับคืนไปอยู่กับท่านพระอินทร์ตามเดิมแล้ว

ก่อนที่หลวงป๋าจะละสังขาร ท่านก็พอจะรู้ตัว เพราะก่อนหน้านั้นราวๆ 2 อาทิตย์ หลวงป๋าท่านได้พูดกับอาจารย์ฆราวาสท่านหนึ่งที่ท่านรักเหมือนน้องชายว่า “หลวงป๋าจะไปแล้วนะ เขามาทวง 2-3 ครั้งแล้ว” และก่อนหน้านั้น 3-4 เดือน เวลาหลวงป๋าเทศน์หลังจากทำวัตรเย็นเสร็จ ท่านก็จะพูดแต่เรื่องความตายว่ามันจะเกิดเวลาไหนก็ไม่มีใครรู้ ความตายนี้เกิดกับทุกคนรวมทั้งตัวหลวงป๋าเองด้วย ท่านได้มอบหมายงานให้กับทุกคนแล้ว ท่านได้วางรากฐานของวัดและงานต่างๆ ให้แล้ว ท่านจะพูดในแนวนี้ตลอด เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวรับสถานการณ์

เท่าที่อาตมาจำได้ พระภิกษุที่หลวงป๋าท่านเคารพมากที่สุดก็น่าจะเป็นหลวงปู่ทองทิพย์ วัดป่าสีดาพระรามลักษณ์รัตนโคตร จ.หนองคาย ส่วนพระที่หลวงป๋าเคารพยำเกรงที่สุดก็คือหลวงพ่อสมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศ องค์แรกนั้นท่านเป็นพระโพธิสัตว์เหมือนกันในอนาคตก็เชื่อกันว่าท่านจะมาเกิดเป็นพระศรีอาริย์ ส่วนองค์หลังท่านเคารพเหมือนเป็นพ่อของท่าน

หลวงป๋าท่านชอบดูมวยตั้งแต่ยังเป็นฆราวาส ทั้งมวยไทย มวยสากล อะไรที่ต่อสู้กันด้วยมือเปล่าท่านชอบ เวลาดูมวยก็ชอบที่จะท้าพนันกันกับโยมอุปัฏฐากของท่านว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ โยมแม่ป้อมดูมวยไม่เป็นแต่ก็ชนะพนันหลวงป๋าเสมอ…..

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.