เมื่อไปนั่งสมาธิกับหลวงป๋าครั้งแรก โดย หลวงตาอู๋

หลวงตาอู๋

เมื่อไปนั่งสมาธิกับหลวงป๋าครั้งแรก โดย หลวงตาอู๋

ในราวๆ ปีพ.ศ. 2520 ตอนนั้นอาตมายังเป็นนิสิตอยู่ปี 3 ของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เมื่อได้รู้จักกับหลวงป๋ามาสักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งตอนนั้นหลวงป๋าท่านก็ยังไม่ได้บวช ดังนั้นขอเรียกท่านว่าอาจารย์เสริมชัยก็แล้วกัน ท่านอาจารย์เสริมชัยท่านก็ชักชวนกลุ่มพวกอาตมาที่มีอาตมา พี่ตี้ คุณ ชุติชัย ชนากร และคุณ Udom Ruangsurat ให้มานั่งสมาธิด้วยกันโดยท่านจะสอนวิธีนั่งในแบบของธรรมกายให้

ในช่วงนั้นท่านจะใช้เวลาระหว่างพักกลางวันเพื่อนั่งสมาธิ คือทานข้าวให้เร็วหน่อยแล้วใช้เวลาระหว่างเวลา 12.30 ถึง 13.00 น. มานั่งสมาธิที่ในห้องๆ หนึ่งของสำนักข่าวสารอเมริกัน (USIS) ครั้งนั้นจึงถือว่าเป็นครั้งแรกที่ท่านอาจารย์เสริมชัยสอนให้แก่พวกอาตมา

ท่านสอนว่าให้นึกถึงองค์พระพุทธรูปขึ้นมาองค์หนึ่ง แล้วก็เอาพระองค์นั้นไปตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายภายในท้องของเรา บริเวณเหนือสะดือขึ้นมาประมาณ 2 นิ้วมือ (สูงเท่ากับความหนาของนิ้วมือของเรา 2 นิ้วชิดติดกัน) พวกอาตมาก็นั่งไปได้สักพักหนึ่งท่านอาจารย์เสริมชัยก็จะตรวจสอบสมาธิของแต่ละคนให้ ท่านพูดถึงใครบ้างอาตมาก็จำไม่ได้เพราะเรื่องนี้มันนานมาก 40 กว่าปีแล้ว แต่ที่จำได้ก็คือพอมาถึงอาตมานั้นท่านอาจารย์เสริมชัยได้พูดขึ้นว่า

“เอ เธอทำไมตั้งองค์พระเอียงล่ะ ทำไมไม่กำหนดให้องค์ท่านตั้งหน้าให้ตรงๆ เหมือนคนอื่น”

ก็เป็นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์เสริมชัยพูดนั่นแหละ ตอนนั้นอาตมากำหนดองค์พระให้ท่านนั่งอยู่ในท้องโดยหันหน้าไปทางเดียวกันกับเรา แต่องค์พระของอาตมาท่านจะหันหน้าเอียงออกไปทางขวามือหน่อยๆ อาตมาก็นั่งมององค์พระไปแบบเอียงๆ นั่นแหละเพราะพยายามบังคับให้ท่านหันหน้ามาให้ตรงไม่ได้ แล้วอาตมาก็ไม่คิดว่าท่านอาจารย์จะเห็นองค์พระของอาตมาเอียงด้วย ทำให้อาตมาอดทึ่งในความสามารถรู้เห็นของท่านไม่ได้ ตั้งแต่อาตมานั่งสมาธิมากับหลายครูบาอาจารย์ ก็ไม่เคยพบครูคนไหนจะสามารถมองเห็นภายในจิตใจของเราได้เหมือนกับท่านอาจารย์เสริมชัยเลย

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาอาตมาก็เลยเคารพในท่านอาจารย์เสริมชัยมาก เพราะนานๆ จะได้เจอครูบาอาจารย์ที่สอนได้จริงเห็นจริง สามารถล่วงรู้ได้ว่าลูกศิษย์คนไหนเห็นหรือตั้งนิมิตแบบไหนได้ ท่านสอนแบบไม่ได้มั่ว ครูบาอาจารย์แบบนี้ซิที่อาตมากำลังมองหาอยู่ ลูกศิษย์คิดอะไรติดขัดอย่างไรท่านก็สามารถบอกได้ ไม่ใช่แค่สอนไปตามตำราเท่านั้น

แม้แต่เมื่ออาตมาได้มาบวชเป็นพระแล้วก็ตาม วันหนึ่งอาตมาได้เข้าไปกราบท่านตอนเช้า (อาตมาจะไปกราบท่านเกือบทุกวันเป็นปกติ) ระหว่างที่ท่านกำลังฉันเช้าอยู่นั้น พอกราบท่านเสร็จแค่เงยหน้าขึ้นมาท่านก็ทักอาตมาว่า “เอ้านี่อู๋ เธอเห็นดวงแก้วชัดแล้วใช่ไหม” อาตมาก็ตอบท่านไปว่า “หลวงป๋ารู้ด้วยหรือครับ” หลวงป๋าท่านก็ยิ้มๆ แล้วก็ถามซ้ำมาอีกว่า “เห็นแล้วใช่ไหม”

คืออาตมามีนิสัยที่ไม่ค่อยเหมือนคนอื่น คือไม่ค่อยชอบรายงานความคืบหน้าของการนั่งสมาธิให้หลวงป๋าทราบ เพราะอาตมาชอบทดสอบท่านว่าท่านจะรู้เองเห็นเองหรือเปล่า ถ้าท่านเก่งจริงท่านก็จะต้องทักอาตมาก่อน อาตมาจึงจะเชื่อว่าท่านเก่งจริง อาตมาไม่บอกท่านก่อนหรอก เพราะตามจริงนั้นอาตมาได้ฝึกกำหนดเพ่งลูกแก้วมาได้ประมาณ 3 ปีแล้วก่อนที่จะออกบวช พอบวชมาได้ 6-7 เดือนก็สามารถที่จะกำหนดให้เห็นดวงแก้วได้ชัดบ้าง แต่เวลาที่มันเห็นมันจะชัดเหมือนตาเห็นเลย พอเริ่มที่จะเห็นดวงแก้วยังไม่ทันได้บอกหลวงป๋าท่านก็มาทักอาตมาก่อนนี่แหละ

ไม่รู้หลวงป๋าท่านแอบมาดูอาตมานั่งสมาธิตอนไหน แต่เมื่ออาตมาก้าวหน้าไปบ้างเพียงแค่ไม่กี่วันท่านก็มาทักซะแล้ว ครูบาอาจารย์แบบนี้ยังจะพอมีเหลืออีกบ้างไหม….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.