หลวงพ่อจรัญไปเรียนกับหลวงพ่อสด

หลวงพ่อจรัญไปเรียนกับหลวงพ่อสด
เมื่ออาตมาไปอยู่กับหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ
อาตมาขอเล่าเรื่องพิเศษสักเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ อาตมาไปอยู่กับหลวงพ่อสดสองรุ่นด้วยกัน รุ่นแรก พ.ศ. ๒๔๙๓ รุ่นที่สอง พ.ศ. ๒๔๙๖
เวลาบ่ายสองโมงมีญาติโยมมาหามาก ใครมีทุกข์ร้อนให้เขียนชื่อ นามสกุล หรือวัน เดือน ปีเกิด ก็ได้ใส่บาตรไว้ ท่านจะออกรับแขกเวลาบ่ายสองโมง อาตมาก็ไปเป็นลูกศิษย์ท่าน
นอกจากนี้ยังมีการแจกพระและรูป บูชาองค์ละ ๒๕ บาท หรือ ๓๐ บาทก็มี รูปบานละ ๒๕ บาท อาตมาได้ตำรานี้มา
วันหนึ่งอาตมาบอกหลวงพ่อว่า “ขอบูชาพระสักกำเถอะ จะนำไปแจกญาติ” ท่านบอก “ไม่ได้ ต้องเอาไปองค์เดียว” อาตมาก็ไม่ทราบว่านโยบายท่านทำไมให้องค์เดียว
อาตมาก็ไปเซ้าซี้ถามท่าน ท่านก็ตอบออกมาคำหนึ่งว่า “นี่เธอให้เธอไว้มาก ๆ ถ้าเธอโลภมากเอาไปขาย เธอเป็นบาปนะ เขาไม่ได้เคารพนับถือก็ไปเที่ยวแจกเขาส่งไป ปัญหาอยู่ตรงนี้ และอีกประการหนึ่งถ้าเขาเคารพบูชา ให้เขามารับเอง” ท่านพูดมีเหตุผล
อาตมาก็บอกว่า “หลวงพ่อครับ ญาติผมเยอะนะ” ก็ยังไปเซ้าซี้กับท่านอีก วันสุดท้ายท่านบอก “ตามใจ”
อาตมาก็บอกว่า “ตามใจ อย่าให้เป็นบาปนะหลวงพ่อนะ” หยิบใส่ย่ามมา จะเป็นบาปหรือไม่ก็ไม่ทราบ ได้มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๖ เดี๋ยวนี้ไม่มีเหลือติดย่ามสักองค์เดียว
ประการที่สอง อาตมาได้ตำราอีก เวลาพักผ่อนท่านให้เข้าไปในห้อง ท่านให้คลี่กระดาษที่คนเขียนใส่บาตร อ่านให้ท่านฟังว่า เขาเขียนให้ช่วยเรื่องอะไร
อาตมาก็อ่านชื่อ ก. ชื่อ ข. นามสกุลนี้ วัน เดือน ปี นี้ ขอให้ช่วยลูกไปต่างประเทศ ขอให้ช่วยอย่างโน้นอย่างนี้
พอท่านฟัง บอก “อื้อ! ฉีกทิ้ง” ท่านบอกว่า “แผ่ไม่ออก ช่วยไม่ได้ คนนี้ช่วยไม่ได้ พรุ่งนี้เขาจะตายแล้ว” อาตมาก็ลักจดเข้าไว้ พรุ่งนี้ตายจริง ๆ
ท่านบอกว่า “คนที่ไม่มีกุศลนะ แผ่ไม่ออก”
อีกใบหนึ่งเขียนว่า “หลวงพ่อคะช่วยดิฉันด้วยค่ะ สามีทิ้งดิฉันแล้ว เขาขอฟ้องหย่าแบ่งสมบัติ วันนั้นขึ้นศาล มีบุตรด้วยกัน ๕ คน” ก็อ่านให้ท่านฟัง
ท่านบอกว่า “รายนี้เก็บไว้ ใส่อีกบาตรหนึ่ง รายนี้ช่วยได้”
วันหลังต่อมา อาตมากราบเรียนถาม “หลวงพ่อครับ ที่ช่วยได้กับช่วยไม่ได้ เป็นอย่างไรนะครับ”
ท่านบอก “ อ่านดูก็รู้แล้ว คนนี้กุศลไม่พอ กุศลไม่มี เลยช่วยไม่ได้”
ท่านอธิบายว่า “เหมือนคนช่วยตัวเองไม่ได้ จะช่วยเขาอย่างไรได้เล่า” แหม! อาตมาได้ตำรา
และท่านบอกว่า “กรรมฐานนี่ดีที่สุด ไม่ต้องใช้คาถา เรานั่งกรรมฐานก่อน ยกจิตให้เป็นกุศล มีเมตตา ไม่อิจฉาริษยาใคร หมดปัญหาไม่พอใจใคร แล้วแผ่ออกไปตามชื่อนั้น ๆ หรือจะแผ่ทั่วไปก็ได้ ถ้าเขามีกุศลพอช่วยได้ ถ้าไม่มีกุศลก็ช่วยไม่ได้”
คนเข้ามากราบท่านเวลาบ่ายสองโมง เขียนใส่บาตรเต็มเลย ได้เงินเข้าวัดมาก
ท่านบอกว่า “เราทำอะไรนะคุณนะ ถ้าโลภมากอยากได้ของเขาแล้วแผ่ไม่ได้ผล ถ้าเราไม่อยากได้ของใคร วางจิตให้เป็นกลาง ทำใจให้สบาย ทำจิตให้เป็นปกติมักจะได้”
อาตมาออกมาจากวัดได้เคล็ดลับนี้มา ก็ขอฝากไว้ด้วย
ท่านสอนอาตมาว่า “นี่เธอจะช่วยคนไหนก็ให้เขาช่วยตัวเองได้ ถ้าเขาช่วยตัวเองไม่ได้ คุณไปช่วยเขา คุณเสียเวลานะ คนช่วยตัวเองไม่ได้ ไม่ต้องสนใจ แผ่อย่างไรก็ออกไม่ได้”
อีกประการหนึ่ง คนนี้ช่วยได้แต่จิตเราไม่ดี จิตเราไม่เป็นกุศลกระแสไฟหมด จิตมันหดหมดอาลัยตายอยาก ช่วยเขาก็ไม่ได้ ขอฝากไว้ด้วยทุกคน
อาตมาได้ตำรานี้มาแผ่เมตตาได้ผลมาจนถึงทุกวันนี้
มีอยู่วันหนึ่ง หลวงพ่อสดกำลังแจกของ อาตมาก็นั่งอยู่ด้วย โยมท้วมมาบอกว่า “หลวงพ่อ มะพร้าวหมดแล้ว ข้าวสารก็หมด” ตอนนั้นยังไม่ร่ำรวยเหมือนสมัยนี้
หลวงพ่อร้อง “อือ ๆ โยมไม่เป็นไร โยมไปเถอะ เดี๋ยวเขาเอามาให้”
รุ่งขึ้นเช้า มะพร้าวมาจากบางช้าง ๒ ลำเรือ ข้าวสารมาจากไหนไม่ทราบ ขนกันแทบแย่เลย อาตมาก็ยังช่วยขน ไม่เห็นท่านว่าคาถาอะไร
อาตมาก็ได้ตำราท่านมา ท่านบอกว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด หมดก็ไม่มา เราไม่หวงกัน เราก็ไม่อด หมดก็มาเรื่อย ๆ”
ท่านบอกให้ยกจิตให้สูง แผ่เมตตาออกไปให้ได้ ผลจากการแผ่เมตตา ใครเป็นญาติอยู่ที่ไหนก็จะนำมาให้
อาตมาได้ใช้ตำราของท่านมาจนทุกวันนี้
เมตตาบารมีของหลวงพ่อ
คือหลวงพ่อภาวนาวิสุทธิคุณ เปี่ยมการุณเมตตาจะหาไหน
ช่วยดับทุกข์ดับร้อนช่วยรอนภัย เป็นร่มไทรให้ประชามาพักพิง ฯ
แชร์เลย

Comments

comments

Share: