Mongkol Siriwat รู้สึกมีความสุขกับ อำพร เจ้ติ๋ม มงคลศิริวัฒน์ ที่ Ang Sila caladium
#เรื่องเล่ายามนิทรา (17)
#สัมพันธ์กับตอน(12)
#คุยกับคนธรรพ์วิทยาธร (ผู้สำเร็จ2)
#ประสบการ ในการปฏิบัติธรรมของ อ.จำลอง
(ต่อ จากตอนที่16)
………………………..
ครั้งหนึ่งขณะอยู่บนเขาเขียวได้พบกายละเอียดท่านหนึ่ง พอคุยกันแล้วจึงทราบว่า เขาเป็นคนธรรพ์วิทยาธร คือ ผู้สำเร็จวิชา และถูกตำตัวไปอยู่สวรรค์ชั้นแรก โดยไม่ต้องทิ้งร่างกายไว้ คือ พาร่างกายนี้ไปดัวย
เขาเล่าให้ฟังว่า การเป็นคนธรรพ์ คือ ผู้เกิดในสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกาแล้วเกิดทางทิศตะวันออกเป็นบริวารของท้าวทศรส ส่วนตัวเขาเองนั้น เรียนวิชาสำเร็จ ก็ได้ไปอยู่ที่นั่น ไปเที่ยวตามที่ต่างๆบ้าง
ก็ด้วยมีความสนใจในเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว ก็เลยถามว่า การเรียนวิชาให้สำเร็จจนเป็นคนธรรพพ์นั้น เรียนอย่างไร เขาเล่าให้ฟังว่าการเรียนวิชาให้สำเร็จนั้นมีอยู่หลายอย่างหลายวิธี เช่น
– การ เล่นแร่แปรธาตุ คือ การทำปรอทสำเร็จ
– การ สำเร็จด้วยยา คือ ยาบางชนิดกินไปเรื่อยๆ ก็สำเร็จเป็นคนธรรพ์วิทยาธรได้เหมือนกัน
-การ ทำผง ก็สำเร็จได้ เช่นกัน
-การ ทำน้ำมนต์ ก็สำเร็จได้อีกเช่นกัน
จึงถามถึงวิธีต่อไปว่าเขากระทำกันอย่างไร เขาบอกว่า เช่น ปรอท ทำไปกินไป น้ำมนต์ ทำไปอาบไป ในที่สุดร่างกายก็จะค่อยๆเปลลี่ยนไปเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งวิญญาณค่อยๆละเอียดไปคือกายยังไม่ละเอียดแท้ แต่ก็สามารถไปไหนๆได้ดุจเดียวกับพวกวิญญาน
ส่่วนการทำน้ำมนต์นั้น เมื่อทำแล้วอาบ ร่างกายก็สอาด มีพลังสถิตอยู่ทั่วกาย พอไปทำน้ำมนต์อีก น้ำมนต์ที่ทำนั้นก็สูงขึ้น เมื่อนำมาอาบพลังที่สถิตย์ก็สูงขึ้นกว่าเก่า ก็ทำน้ำมนต์อายอีก ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดุจขึ้นบรรไดไปทีละขั้น จนกายละเอียดขึ้น ละเอียดขึ้นไปทีละขั้น จนสำเร็จ
ส่วนการทำผงนั้น ก็เช่นเดียวกัน ทำไปกินไปจนร่างกายค่อยๆเปลี่ยนไปทีละน้อย ทีละน้อยจนสำเร็จ
ผู้สำเร็จนั้นมีหลายวิชามากบางวิชาก็ศูนย์หายไปเช่นกัน
การที่จะทำเช่นนี้ได้ ผู้ทำ ต้องมีความรู้ มักน้อยสันโดด มีคุณธรรมและมีวาสนาบารมีพอสมควร ไม่เช่นนั้นก็จะถูกขัดขวางจากพวกวิญญาน
ยกตัวอย่าง : มีพระท่านหนึ่ง มีคนนับถือมาก มีวิชาขลัง และมีวาจาสิทธ์ อยู่มาวันหนึ่งขณะทำวัตร มีเณรถือดอกบัวมาหนึ่งดอก มาถามหาท่าน เณรก็รอจนท่านทำวัตรเสร็จ พอท่านมาเจอเณร เณรส่งดอกบัวให้ท่าน ท่านรับแล้วจูงมือเณรขึ้นกุฏิ แล้วหายไปทั้ง2องค์ ตั้งแต่บัดนั้นมา ยังไม่เคยมีใครเห็นท่านอีกเลย ชาวบ้านเข้าใจกันว่า เณร คือ ผู้สำเร็จ มารับท่านไปเรื่องนี้เป็นเรื่องทางใต้
อีกตัวอย่าง ปี 2511 : คนนี้เป็นหมอยา หมอกลางบ้าน อยู่บางปะกง เป็นฆารวาส เสียดายผมจำชื่อแกไม่ได้ซะแล้ว เก่งวิชามากๆ ชาวบ้านนับถือมาก ใครเป็นอะไรรักษาไม่หายแกรักษาได้หมด วิธีการรักษาของแกใช้น้ำมนต์ รักษา ในโองน้ำมนต์มีจักรที่แกทำด้วยขี้ผึ้งอยู่ 1 อัน ก่อนที่แกหายตัวไป แกไหว้ครูประมาณเดือน6 มีพิธีใหญ่โต ทำน้ำมนต์เป็นโอ่งๆ พอไหว้ครูเสร็จ แกหายไปเลย หาไม่พบ หายไปพร้อมจักร ชาวบ้านเข้าใจว่า ผู้สำเร็จคงมารับตัวไป เพราะก่อนแกจะหายไป แกบอกกับชาวบ้านที่มาหาแกว่า แกจะอยู่บนโลกมนุษย์นี้อีกไม่นาน.
…………………………….
จากที่เคยคุยกับ อาจารย์ อ.จำลอง บอกว่า: สมัยโบราณ วิชาของผู้ที่เรียนจนสำเร็จนั้นมีแทบทุกแขนง แต่ต้องเรีบนจนสุดวิชา ใช้บุญบารมีและศีล สมาธิ เป็นหลัก ผู้เรียนวิชาบางท่าน อาจแค่อยากไปเที่ยวภพอื่นๆและอาสัยอยู่แบบถาวร บางท่านแค่ อยากไปเที่ยวและออกมาใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ บางท่านเมื่อรู้ว่าสมาธิจิต ของตนนั้นสูงกว่านี้ได้ ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ สู่ภพภูมิที่สูงกว่า
…………………….
ส่วนตัว : โบราณมีกุศโลบายที่แยบยน ใช้วิชาเป็นที่ฝึกจิต เมืีอจิตมีกำลังดีแล้ว อยุ่ในชั้นโลกีย์วิชชา เพื่อพัฒนาไปสู่ โลกุตะละวิชชา
โลกีย์วิชชา ที่เห็นและทำได้ ด้วยชั้นฌาโลกีย์ มีทั้งของไม่จริงและของจริง ปะปนกันอยู่
#หลวงป๋า เราจึงมีคำกล่าว่า : อย่าประมาทหลงฤทธิ์ หลงตัว หลงตน
ที่อุตส่าพิมพ์ให้อ่านเพื่อที่จะเอาคำครูบาอาจารย์บรรทัดสุดท้านมาให้อ่าน.






ไลน์ "@wlps" เพื่อรับข่าวสารจากทางวัด