#เรื่องเล่ายามนิทรา (26) ออกทิศ
#ประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรมของอาจารย์จำลอง
คำว่าออกทิศนั้น คือการ ถอดจิตออกไปตาม ทิศต่างๆ ซึ่งเป็นพวกโลกวิญญาณ ถ้าว่าจะเป็นสวรค์ ก็เทียบกับชั้น จตุมหาราชิกา หรือคน
โบราญมักชอบเรียกว่า นอกฟ้าป่าหิมพานอะไรทำนองนั้น
เมื่อถอดจิตได้แล้ว ส่วนมากจะออกเที่ยว เพื่อให้ได้รู้ ได้เห็น ให้ชำนาญ และเป็นการฝึกไปในตัว ให้เกิดเป็นวสี ในการไปทิศโน้นทิศนี้
นั่นเอง ทิศต่างๆเหล่านี้ มีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่ทุก ทิศ ตามบาลีมีปรากฏว่า
ทิศตะวันออก มีท้าวทษรต เป็นหัวหน้า มี
บริวารเป็น คนธรรณ์
ทิศใต้ มีท้าววิรุฬหก เป็นหัวหน้า มีบริวารเป็น
พวกครุฑ
ตะวันตก มีท้าววิรูฟปักษ์ เป็นหัวหน้า มีพวกนาค เป็นบริวาร
ทิศเหนือ มีท้าวกุเวร เป็นหัวหน้า มีพวกยักษ์
เป็นบริวาร
เมื่อออกทิศไหน ก็จะพบกับพวกนั้น บางที
พวกเขาไม่รู้จักเรา ก็หาว่าแปลกปลอม เขาจะ จับมัดไว้
มีอยู่ครั้งหนึ่งผมออกทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศ
ของพวกคนธรรณ์ ปรากฏว่า ที่นีมีป่าเขียวชะอุ่ม มีสระน้ำ สวยงามไปหมด ไม่เคยเห็มาก่อน
รู้สึกสบาย น่าเพลิดเพลินมาก กำลังมองหาอะไรแปลกๆดู พอดีมีคนเหมือนมนุษย์ทุกประการ แต่การแตงกายนั้นแปลก คือ ใช้ผ้าผืนใหญ่ๆทั้งผืนคลุมกาย บ้างก็นุ่งโจงกระเบน
เรียบร้อยรัดรูป
พอมาถึงไม่พูดพล่ามทำเพลง ตรงเข้าจับผม ทันที ช่วยกันพาไปที่ศาลาใหญ่หลังหนึ่ง ยกพื้น
สูงธรรมดา เอาเชือกอะไรมาผูกไม่ทราบแน่น ดินไม่หลุด ตรึงแน่นกับเสา
เขาบอกว่าต้องทูลท้าวมหาราชให้ทราบ ไม่รู้
ว่ามาจากไหน ก็นึกในใจว่า ทำไมไม่ถามเรา
ก็เลยอธิษฐานจิตขอให้ตัวเล็ก ให้หลุดรอดจากเชื่อกนี้ได้ ก็เลยหลุดออกมา ห่างจากตรงนั้นสัก 1 เส้น
เสียงเขาพูดกันดัง นั่น หนีไปแล้ว หนีไปแล้ว
โน่นๆ ระวั้งบ่อน้ำเงิน น้ำทอง ผมก็เลยไม่อยาก
ให้มันจับได้อีก ก็รีบอธิษฐานจิต กลับวัด
ก็มาช่วยงานทีวัดเกตุมฯ เห็นรูปปั้นท้าวมหาราชทั้งสี่ มีคนไปบูชากันเยอะ ขณะนั้นทางวัดจัดให้มีทอดผ้าป่า
ผมเลยทอดบ้าง ถวายท้าวมหาราชทั้งสี่คนละกอง คลาวหลังออกทิศอีก แต่ออกทิศเหนือ ซึ่งมีท้าวกุเวร ที่มียักษ์เป็นบริวาร ปรากฏว่าเขาไม่จับมัดแต่ประการใด ยิ้มแฉ่งๆออกมา ต้อนรับกันเป็นแถวๆ
ลักษณะตัวใหญ่โตผมหยิกตาพอง แต่ไม่ยักมี
เขี้ยว นุ่งผ้าโจงกระเบนขาวเสื้อขาว บางคนก็
ห่มผ้าข้าว ผมยังไม่เคยพบชนิดที่ใส่เครื่องทรงเลยซักตน ก็เลยลากลับ ไม่ไดไปเที่ยวในเมืองของเขา สังกตุดู ตัวจะใหญ่ประมาณ 5 เท่าของ
มนุษย์
***การออกทิศนี้ มีลุงคนหนึ่ง ทำสมาธิตั้งแต่
เด็ก เคยเล่าให้ฟังว่า แกเรียนจากอาจารย์คนหนึ่ง ซึ่งเป็นฆารวาสเหมือนกัน เขาก็สอน การออกทิศให้ และ ให้ขวานลงเวทย์มนต์ มาเล่มหนึ่ง สำหรับติดตัวตอนออกทิศ
****ปรากฏว่าออกไปทิศเหนือ ซึ่งมีท้าวกุเวร เป็นหัวหน้าควบคุมยักษ์ ปรากฏว่ามีแมลงป่องยักษ์ตัวหนึ่งใหญ่มาก หางมีเก้าป้อง ตัวคล้ายทองแดง มันไม่ยอมให้ผ่านไป ก็เลยเกิดการต่อสู้กัน พอแกโดดขึ้นหลังได้ แกก็ฟันด้วยขวาน
***สู้กันไปมา ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะ เพราะแกก็ฟันแมงป่องไม่เข้า แมลงป่องก็ไม่สามารถทำอะไรแกได้ หนักเข้าต่างคนต่างหยุด แต่แกก็ผ่านด่านเข้าไปไม่ได้ แกเลยกลับบ้าน
***พอแกกลับมาบ้านได้ 1 อาทิตย์ ลูกสาวแกป่วยไม่รู้สาเหตุ หมอไม่สามารถรักษาได้ แม่เด็กก็พาไปหาหมอเข้าทรง อีกหมู่บ้านหนึ่ง
***คนทรงเห็น ก็ถามทันทีว่า พ่อเด็กไปไหนละไม่มาเหรอ แม่เด็กบอกว่าอยู่บ้าน ไม่ได้มาด้วย
***คนทรงบอกว่า ไม่รักษา ถ้าพ่อของเด็ก ไม่มาพูดกัน เลยต้องให้คนไปตามพ่อเด็กมา
***พอพ่อเด็กมา คนทรงหัวเราะชอบใจใหญ่ แล้วถามว่า จำกันได้ไหมละ
แกก็ตอบว่าจำไม่ได้ ไม่เคยเห็น
***คนทรงบอกว่า นี่แหละอ้ายแมลงป่องหางเก้าป้องละ
พ่อเด็กก็เลยถาม จริงๆแล้วท่านเป็นใครกันละ ก็ได้รับคำตอบว่า
เราคือท้าวกุเวร ผู้รักษาด้านทิศเหนือ แกก็เลยยกมือไหว้ บอกว่า ลูกช้างขออภัยด้วย ที่ไม่ทราบว่าท่านมหาราชไปเฝ้าด่านเอง และได้ทำการล่วงเกินไป ขอจงงดโทษแก่ลูกช้างด้วย
ท่านก็ตอบว่าไม่เป็นไร แล้วก็เรียกเด็กเข้าไปเป่า2-3ที แล้วชีไปที่โอ่งน้ำมนต์ บอกว่าให้เอาไปให้เด็กกินก็จะหาย.
การออกทิศนั้น บางครั้งก็อันตราย เท่าที่ได้ศึกษามา ควรจุดธูปเทียนชุมนุมเทวดาเสียก่อนแล้วบอกแก่เทวดาเหล่านั่นถึงท้าวมหาราชทั้งสี่ ขออณุญาตเข้าไปเที่ยว ในเขตนั้นๆ ก็จะปลอดภัยด้วยประการทั้งปวง หรือ ถ้ารู้จักกับท้าวมหาราช ก็ไม่ต้องกลัว
……………………..
ดังจะเห็นได้ว่า ผู้ทรงฌาณ สามารถออกท่องเที่ยวไปที่ต่างๆได้ หากมีความชำนาญ
ในฌาณนั้นๆ ท่องเที่ยวไปในภพภูมิที่ละเอียด ซึ่งกายหยาบไม่สามารถจะไปได้.
#อ่านเพื่อความเพลิดเพลินเพราะเป็นเรื่องอจิณไตย ใช้วิจารณฌาณในการอ่าน










ไลน์ "@wlps" เพื่อรับข่าวสารจากทางวัด