บุญของฉันหมดแล้ว อานิสงส์การถวายสังฆทาน

‘บุญของฉันหมดแล้ว’

(อานิสงส์การถวายสังฆทาน)

“เมื่อตอนที่ฉันอายุ ๓๓ ปี ฉันได้ก่อสร้างโบสถ์วัดประดู่อารามหลวง แต่ไม่แล้วเสร็จ ฉันเป็นหนี้ค่าก่อสร้างอยู่ประมาณ ๑ ล้านบาทเศษ ฉันเลยปรึกษากับกรรมการวัด มีมติกันว่าน่าจะออกเหรียญเพื่อให้ญาติโยมเช่าบูชา ฉันจึงนำเหรียญของอาจารย์ของฉัน คือ หลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ ฉันได้นำเหรียญหลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ ไปให้โรงงานทำการผลิตจำนวน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ เจ้าของโรงงานกล่าวว่า ‘เหรียญจำนวน ๑๐,๐๐๐ เหรียญนี้ผมทำให้ฟรี แต่ผมขอแลกกับเหรียญหลวงพ่อหยอดที่เป็นต้นแบบ’ ฉันจึงตอบตกลง

เมื่อเดินทางกลับมาถึงวัดก็แจ้งกับกรรมการวัดรวมทั้งญาติโยม กรรมการวัดบอกว่า สร้างน้อยไป ถึงจำหน่ายหมดก็ไม่พอใช้หนี้ค่าก่อสร้าง จึงอยากให้ฉันสร้างเพิ่มอีก ๑๐,๐๐๐ เหรียญ จึงไปบอกโรงงานให้โรงงานสร้างเพิ่มอีก ๑๐,๐๐๐ เหรียญ โรงงานคิดฉันเหรียญละ ๒ บาท รวมเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้ฉันมีหนี้เพิ่มอีก ๒๐,๐๐๐ บาท

จากนั้นก็กลับมาบอกกรรมการและญาติโยม กรรมการกับญาติโยมบอกกับฉันว่า ไหน ๆ จะสร้างแล้ว ก็สร้างเหรียญเงิน เหรียญนวะ เหรียญทองคำด้วย ฉันจึงไปบอกโรงงานให้สร้างตามที่กรรมการและญาติโยมบอกไว้ เบ็ดเสร็จแล้วฉันเป็นหนี้โรงงานรวมเป็นเงิน ๓๓๓,๐๐๐ บาท และวิธีใดเล่าที่จะจำหน่ายเหรียญทั้งหมด กรรมการวัดจึงตกลงว่า ให้มีการจัดงานฉลองวันสงกรานต์ ๗ วัน ๗ คืน การฉลองสงกรานต์ ๗ วัน ๗ คืน ฉันก็ต้องไปจ้างมหรสพ วันหนึ่งมีค่าใช้จ่ายวันละประมาณ ๓-๔ หมื่นบาท นั่นหมายความว่าฉันเป็นหนี้เพิ่มขึ้นมาอีกประมาณสองแสนกว่าบาท รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก คิดตัวเลขกลม ๆ ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งเป็นหนี้เหรียญอีก ๓๓๓,๐๐๐ บาท และค่าก่อสร้างโบสถ์ ๑ ล้านกว่าบาท รวมแล้วเป็นหนี้เกือบสองล้านบาท

แต่โยมรู้ไหม ? ฉันได้เงินจากการจำหน่ายเหรียญและเก็บค่ามหรสพเพียง ๘๒,๐๐๐ บาท

สรุปแล้ว โบสถ์ก็สร้างไม่เสร็จ และเป็นหนี้ใหม่เพิ่มมาอีกหลายแสนบาท ในขณะนั้นมีกำนันท่านหนึ่งก็มาช่วยฉัน โดยจ้าง ‘คริสติน่า อากีล่าร์’ มาแสดงที่วัด กำนันบอกกับฉันว่า เก็บตังค์ได้เท่าไหร่หลวงพ่อเอาไปให้หมด ส่วนค่าจ้างผมออกเอง โดยจ้างคริสติน่า อากีล่าร์ เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าทางวัดเก็บเงินค่าการแสดงได้เพียง ๑๐๐,๐๐๐ เศษ ขาดทุนอีก แต่ฉันไม่ได้ออกตังค์นะ กำนันเป็นคนออกตังค์

ตอนนั้นฉันรู้สึกว่า ‘บุญของฉันหมดแล้ว’ เพราะว่ายิ่งพยายามที่จะแก้ไขปัญหา กลับมีแต่มีปัญหาเพิ่มขึ้น ราวกับว่ายิ่งดิ้นรนเท่าไรเชือกยิ่งรัดแน่นเท่านั้น ฉันรู้ว่าเทวดาอารักษ์ที่อยู่ที่วัด อดีตเจ้าอาวาสทุกรูป ครูบาอาจารย์ของฉันที่ฉันเคารพนับถือพยายามจะช่วยฉัน แต่ช่วยฉันไม่ได้ เพราะฉันได้ใช้บุญนั้นไปหมดแล้ว

ฉันจึงตั้งจิตอธิษฐานว่า เมื่อบุญของฉันหมด ฉันจะสร้างบุญ สะสมบุญของฉันขึ้นมาใหม่ ฉันจึงถวายสังฆทานโดยนิมนต์พระในวัดของฉันนี่แหละ นิมนต์ครั้งละ ๕ รูป แต่ถวายสังฆทานเพียงรูปเดียว

ดังนั้น การถวายสังฆทานก็คือการสร้างบุญสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ เมื่อฉันบุญหมด ฉันก็ต้องสร้างบุญของฉันขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาฉันถวายสังฆทานทุกเดือนไม่เคยขาด จนทำให้วัดประดู่แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองจนมาถึงทุกวันนี้

ดังนั้น ถ้าโยมรู้สึกว่าโยมบุญหมด มีปัญหาแต่แก้ไม่ได้เหมือนเรื่องของฉัน จงไปถวายสังฆทาน อย่างน้อยเดือนละครั้งก็ยังดี แล้วผลบุญที่โยมสร้างขึ้นมาใหม่สะสมมาใหม่ เมื่อถึงเวลาบุญกุศลที่โยมสร้างมาจะมาช่วยโยมเอง”

พระภาวนาวิสุทธิโสภณ วิ. (สุรศักดิ์ อติสกฺโข ป.ธ.๕)

วัดประดู่ ต.วัดประดู่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

Cr ไม้ขีด

Share: