อยากเรียนถามว่า :จะมีวิธีฝึกหรือรวบรวม สมาธิอย่างไรเพื่อให้สามารถทำงานได้เนื้อหางานมาก ในเวลาอันสมควร
ตอบ: ก็ดังที่ได้กล่าวแล้ว วิธีฝึกสมาธิตาม แบบวิชชาธรรมกายนี้ง่าย ๆ โดยประการที่ว่า เรานึก ให้เห็นด้วยใจ เพื่อให้ใจของเรามาอยู่ที่อารมณ์เดียว
คือ ดวงแก้วกลมใส ใจเห็นอยู่ที่ไหน เห็นอะไรอยู่ ที่ไหนด้วยใจ ใจก็อยู่ที่นั้น เพราะฉะนั้นเราต้องการ ให้ใจมาสงบตรงศูนย์กลางกาย ก็นึกให้เห็นอะไรอย่าง ใดอย่างหนึ่งก็ได้ ด้วยใจ ตรงไหน?
คือตรงศูนย์ กลางกายนี้ ใจก็มาที่นี้ แต่ว่าสิ่งที่ให้นึกให้เห็นด้วยใจ ให้ได้ผลดีที่สุด ก็คือ ดวงแก้วกลมใสหรือพระแก้วขาวใสก็ได้ให้นึกให้เห็นด้วยใจบ่อย ๆ ใจก็จะมารวมอยู่ที่นั่น
เพราะใจเห็นอยู่ที่ไหน ใจก็อยู่ที่นั่น นี้เป็นอุบายวิธี พอใจหยุดแล้ว เราไม่ต้องนึกแล้ว เพียงหยุดตัวเดียว เมื่อหยุดใจก็จะไม่ออกไปฟุ้งซ่านภายนอก ใจก็จะหยุดสงบนิ่ง ผ่องใส เมื่อผ่องใสก็หยุดในหยุดกลาง ของหยุดให้ใสละเอียดต่อ ๆ ไปยิ่งกว่า สุดละเอียด แล้วก็จะเห็นกาย ณ ภายในของเราเอง เริ่มตั้งแต่กาย มนุษย์ละเอียด ซึ่งมีอยู่ในตัวเรา ตัวเราไม่ใช่มีอยู่กาย เดียวเท่าที่เห็นนี่ แต่ยังมีกายละเอียด ๆ เริ่มตั้งแต่ กายมนุษย์ละเอียดนั้นต่อ ๆ ไปจนสุดละเอียด คิดง่าย ๆ เมื่อเรานอนหลับฝันไป ที่ฝันไปนั่นแหละ ใจ ของกายมนุษย์ละเอียดของเรานั่นเอง ไปรู้ไปเห็น เหตุการณ์อะไร ๆ ข้างนอก แล้วก็มารายงานที่ใจของ กายเนื้อ ทำให้เราจำได้บ้าง จะไม่ได้บ้าง หรือบางคน ก็ได้ทราบเหตุการณ์อะไร ๆ ที่อาจจะปรากฏขึ้นได้ตรง ตามที่เห็นในฝัน นั่นเพราะกายมนุษย์ละเอียดซึ่งมี ใจเหมือนกัน เขาทำหน้าที่ไปฝัน แต่ว่ากลางของ กลางกายในกายยังมีกายที่ละเอียด ๆ ต่อไปอีก ตาม ระดับภูมิของจิตที่สะอาดบริสุทธิ์อย่างเช่นในระดับ มนุษยธรรม ก็จะเห็นกายมนุษย์ละเอียดในระดับ เทวธรรมเราก็จะเห็นกายทิพย์ โตใหญ่กว่ากายมนุษย์อีกเท่าตัว ผ่องใสสวยงาม มีรัศมีสว่าง มีเครื่อง ประดับประดาปรากฏเองด้วย อำนาจของบุญปรุงแต่ง สุดละเอียดของเทวธรรมหรือทิพยธรรมก็จะถึงพรหมธรรม เราจะเห็นกายรูปพรหมและอรูปพรหมต่อ ๆ ไป ตามลำดับ ขนาดโตใหญ่และผ่องใสยิ่งกว่ากันไปตาม ลำดับ รัศมีก็จะสว่างยิ่งกว่ากัน ใจก็ใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่า กันไปตามลำดับ
พอสุดละเอียด สุดความบริสุทธิ์ของกายในภพ สาม คือ อรูปพรหมแล้ว ก็จะถึงกายที่บริสุทธิ์ที่สุด ด้วยพุทธธรรม คือ “ธรรมกาย” มีผู้ที่ถามว่า ธรรมกาย คืออะไร? ธรรมกายนี้เป็นธาตุธรรมที่บริสุทธิ์ พ้นจาก ธาตุธรรมของกายในภพสาม กล่าวคือตั้งแต่มนุษย์ ถึงอรูปพรหมซึ่งสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งกว่ากันไปตามลำดับ จนถึงที่สุดของความสะอาดบริสุทธิ์ ในระดับ “มนุษยธรรม” “เทวธรรม” “พรหมธรรม” ถึงอรูป พรหมจนสุดละเอียด ถึง “พุทธธรรม” จะเห็นองค์พระ ธรรมกายปรากฏ องค์ธรรมกายนั้นมีพุทธลักษณะ เหมือนพระปฏิมาเกตุดอกบัวตูมใสสว่าง รัศมีปรากฏ ขนาดหน้าตักและเส้นผ่าศูนย์กลางดวงธรรม ๔ วาครึ่งขึ้นไป ธรรมกายนั้นเป็นกายพ้นโลกแต่จัดอยู่ในระดับ โคตรภูบุคคล ต่อเมื่อละกิเลสได้อย่างน้อย ๓ ประการ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา
สีลัพพตปรามาสได้ ก็จะก้าวล่วงข้ามโคตรปุถชนเข้าสู่ความเป็นพระอริยบุคคล มีองค์พระอยู่ภายใน คือ “ธรรมกาย” นั่นแหละ
ธรรมกาย นั่นแหละเป็นพระพุทธรัตนะ เป็น พระธรรมรัตนะ เป็นพระสังฆรัตนะ ที่บรรลุมรรค ผลนิพพาน เมื่อตัดกิเลสดังกล่าวได้แล้ว ก็จะเห็น ปรากฏสว่างอยู่ ณ ภายใน ผู้ถึงธรรมกายย่อมเห็น กันได้ สำหรับท่านที่ปฏิบัติถึงนั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัส ว่า พระองค์เองเป็นธรรมกาย พระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อกล่าวถึงธรรมกาย ก็จะแสดงว่าท่านเป็นธรรมกาย อย่างนี้นะ
เพราะฉะนั้นถ้าจะสรุปธรรมกายก็คือ ธาตุ ธรรมที่บริสุทธิ์ที่สุดในระดับพุทธธรรมขึ้นไป เป็นกาย พ้นโลก มีชีวิตจิตใจ แต่เป็นกายและจิตใจที่ซ้อนกัน อยู่เป็นชั้น ๆ จากที่สุดของภูมิธรรมระดับมนุษยธรรม เทวธรรม พรหมธรรม สุดละเอียดเข้าไปแล้ว เป็น พุทธธรรม นั่นคือ “ธรรมกาย”
นี้แหละเป็นวิธีปฏิบัติภาวนาสมาธิตั้งแต่เบื้องต้น จนถึงธรรมกาย ผู้ปฏิบัติได้ถึงเพียงใด ก็ได้ผลดี เพียงนั้น แม้แต่ปฏิบัติยังไม่เห็นดวงไม่เห็นกาย ถ้า ฝึกปฏิบัติบ่อย ๆ เนือง ๆจิตใจก็จะเป็นสมาธิดีขึ้น ๆ สติสัมปชัญญะก็จะดีขึ้น ๆ เข้มแข็งขึ้น ให้สามารถ ทำกิจการงานดีขึ้นตามลำดับ
หลวงป๋า










