เล่าเรื่องมนุษย์ต่างดาวที่พี่เคยเจอให้ฟังหน่อย

Mongkol Siriwat รู้สึกมีความสุขกับ อำพร เจ้ติ๋ม มงคลศิริวัฒน์ ที่ Ang Sila caladium

44 นาที  ·

#เรื่ิองเล่ายามนิทรา 57

#ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม

#มนุษย์ต่างดาว

วันก่อนเจอพี่ขาว เลยบอกกับพี่ขาวว่า

พี่ขาวครับ เล่าเรื่องมนุษย์ต่างดาว ที่พี่เคยเจอ ให้ฟังหน่อย มีคนอยากฟัง เอาแบบละเอียดเลยนะครับ ยังพอจำได้รึป่าว

พี่ขาว : อื่มมมม เดี๋ยวนึกก่อน มันหลายปีมาละ จำไม่ค่อยได้ ค่อยๆลำดับเรื่องก่อนนะ

พี่ขาว : เมื่อสัก ประมาณ 20 ปีก่อน ตอนนั้นเข้าวัดหลวงพ่อสดแล้วนะ มีรุ่นพี่สนิทกันเป็นช่างเขียน ชอบอ่านหนังสือ ทั้งหนังสือธรรม หนังสือต่วย ตูน ฯลฯ แกก็นั่งคุยกับพี่ แกบอก แกชอบเรื่องจานบิน เรื่องมนุษย์ต่างดาว มาก คุยไปคุยมา แกหันมามอง แล้วแกก็บอกว่า ขาว เอ็งลองดูทีซิ ว่าพวกนี้มีจริงมั๊ย เป็นไง ดูได้มั๊ย

พี่เลยบอกแกว่า พี่“หลวงป๋าไม่ให้ดูนั่น ดูนี่นะ ”หลวงป๋าย้ำมาก แกก็คะยั้นคะยอ ให้ดูหน่อย ช่วงบ่ายตอนกลับขึ้นรถ แกก็ยังขอให้ดูอยู่

พี่เลยบอกแกถ้าเห็นยังไงแล้วจะบอกแต่ถ้าไม่เห็นอย่าว่ากันนะ

ครั้นคืนนั้นที่บ้าน พี่ทำสมาธิตามปกติ ใจก็กระดิกไปถึง เรื่องมนุษย์ต่างดาว สักแป๊ป ! พี่เห็นจานบิน อยู่ไกลๆ และค่อยๆบินมาพอได้ระยะใกล้ๆ และเห็น คนดล้ายๆมนุษย์เรานี่แหละอยู่ในนั้น

เลยบอกเค้าไปว่า อยากคุยด้วย ดูอาการแล้วเหมือนเค้ารู้ความต้องการของเรานะ

ถึงตอนนี้เหมือนใช้จิตคุยกัน เพราะเค้าก็ยัง ไม่เข้ามาหา ไม่เข้าใกล้เรา

ตอนนั้นพี่ก็ไม่รู้จะเรียกชื่อเค้ายังไง แต่พี่บอกเค้าว่า พี่ขอเรียกเค้าว่า “ปีเตอร์” นะจะได้คุยกันแบบเข้าใจยิ่งขึ้นเวลาจะถามอะไร เค้าตอบตกลง

พี่เลยขอปีเตอร์ขอเข้าไปใกล้ๆ ดูรูปร่างหน้าตาหน่อยนะ ว่ารูปร่างหน้าตา เป็นยังไง

พอดูแล้ว คล้ายๆ หนังฝรั่ง เรื่อง ET สมัยก่อน

แต่รูปร่างหน้าตาดีกว่าเยอะ

ผมเลยเริ่มถามว่าพี่ครับแล้วรูปร่างหน้าตา เป็นยังไงครับ พี่พอจำได้มั๊ย

พี่ขาวเริ่มบรรยายรูปร่างหน้าให้เราฟังหน้าตาของปีเตอร์

หัวเป็นทรงสามเหลี่ยม มนๆ ตาโตแต่ไม่โตมาก มีจมูก มีปาก สมส่วนกลมเกลือน ปากโปนเล็กน้อย ใบหูไม่มี มีแต่รูหู เล็กๆ เล็กมาก คอสั้นๆสมส่วน แขน ขา ยาวนิดหน่อย มีสี่นิ้ว คล้ายนิ้วกบ ปลายนิ้ว ทุกนิ้วเป็นทรงกลม หุ่นรูปร่างสมส่วน เหมือนคนสูงโปร่ง

พี่ขาว : พี่เลยคุยกับปีเตอร์ ว่า ปีเตอร์ รูปร่างหน้าตาปีเตอร์ เป็นแบบนี้เหรอ

ปีเตอร์ : ใช่ ที่เห็น เป็นชุดที่ใส่ประจำ เหมือนกับมนุษย์นี่เหละ ต้องมีเสื้อผ้า

(ปีเตอร์พูดแบบไม่อ้าปาก)

พี่ขาว : ขอเข้าไปดูที่จาน หน่อยได้มั๊ย

ว่าแล้ว ปีเตอร์ก็พาไป ทั้งพี่และปีเตอร์ก็ยืนอยู่หน้าจาน

พี่ขาว : พอเค้าอนุญาต ทั้งพี่และปีเตอร์ก็มายืนที่หน้าประตูยาน ทันที

ปีเตอร์ ยืนและเอามือไปเตะ ที่ประตูประตูก็เปิด แต่ตอนนั้นพี่เข้าไปข้างในแล้วนะ เข้าไปก่อนเค้า ตอนประตูยังไม่เปิด

เค้าก็คงเข้าใจบางอย่าง บางอย่างเค้าก็คงไม่เข้าใจ

ผมถามต่อ พี่ขาวข้างในเป็นยังไงครับ

พี่ขาว : ข้างใหญ่โตมาก เวลาเราไปยืน แล้วมองออกไป หน้าจอรอบๆยาน จะมีภาพ เหมือนภาพยนต์ ให้เห็นอยู่ตรงหน้า

เป็นภาพจริงๆ เพียงแค่นึกคิด อยากดูดาวดวงไหน ก็จะเห็นดวงนั้น คือ เหมือนวิวัฒน์นาการของโลกเค้า ล้ำยุคกว่าโลกเรามาก ที่จานบินเค้า แค่เรานึกคิดว่าจะดูอะไร เรื่องราวต่างๆก็จะอยู่ที่จอตรงหน้า

ในจานมีแต่ปุม ไม่มีแท่นอะไรทั่งนั้น ใช้ความรู้สึก นึกคิด เครื่องก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ ปุ่มที่ปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า และชุดทึ่ใส่ ของปีเตอร์ เป็นตัวเชื่อมกับจานบิน แค่นึกว่าจะบินไปไหน เครื่องก็ทำงาน สังเกตุ พอประมาแล้ว

ปีเตอร์ถามว่า

ตอนที่ประตูยังไม่เปิด เข้ามาได้ยังไง

พี่เลยตอบเค้าไปแบบง่ายๆว่า ร่างเรานี้

เป็นกายละเอียด ผ่านสิ่งที่หยาบกว่าได้ แต่ร่างจริงที่หยาบ ก็นั่งอยู่ที่บ้าน ที่ปีเตอร์เห็นนั่นแหละ ถ้ามนุษย์จะไปในจักรวาลไหน หรือมิติไหน เค้าจะเอากายละเอียดไป

แล้วปีเตอร์ถามว่า บางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้ใช่มั๊ย

พี่เลยบอกเค้าไปว่า ใช่

แล้วพี่พูดต่อว่า พระพุทธเจ้าของเรา ทรงบอกอยู่แล้วว่า ระบบสุริยจักรวาล ไม่ได่มีแค่โลกนี้ที่เดียว มีหลายที่ ที่ไกลมากๆก็มี ดาวบางดวงก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ บางดวงก็มีสิ่งมีชีวิตอยู่ จริงมั๊ย

ปีเตอร์ตอบว่าจริง

พี่เลยถามเค้าต่อว่า แล้วที่เค้ามาโลกเราเนี่ย มาทำอะไร

เค้าตอบว่า เค้าเป็นนักสำรวจตามดาวต่างๆ โลกเราสวย เค้าสำรวจแล้วก็มาเที่ยวด้วย ถ้าเค้ากลับ ก็จะมีกลุ่มอื่นที่เป็นนักสำรวจมาสำรวจอีก หมุนเวียนกันไป

พี่ขาวเล่าว่า ได้คุยกับปีเตอร์ 3-4 ครั้ง หลังจากนั้น เค้าคงกลับไปแล้ว ไม่ได้ติดต่อกันอีก

พี่ขาวก็เอาเรื่องพวกนี้มาเล่าให้พี่อีกท่านและผมฟัง แบบย่อๆ

และผมก็เอาเรื่องที่พี่ขาวเล่า มาเล่าให้พี่ๆน้องๆฟัง ช่วงพักขา ตอนนั่งเสร็จ บางครั้งก็เล่าตอนกินข้าวบ้าง ถ้าใครยังไม่ได้ฟัง

เรื่องก็มีแค่นี้ จบ.

……………

ระบบสุริยจักวาล กาแลคซี่ ทางช้างเผือกหรืออะไรก็ตามแต่ที่มนุษย์โลกเราเรียกพระพุทธองค์ เคยกล่าวไว้แล้วว่า มีเยอะ

ดาวบางดวงไม่มีสิ่งมีชิตอยู่ บางดวงก็มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

……….

ระบบสุริยจักรวาล ทางวิทยาสาตร์ กับ จักรวาล ทางพระพุทธศาสนา ต่างกัน

คนละโลก คนละมิติ คนละภพ

…………

ระบบสุริยจักรวาล มี พระอาทิตย์เป็นแกนกลาง

จักรวาล ทางพระพุทธศาสนา มี เขาพระสุเนรุ เป็นศูนย์กลางจักรวาล

…………..

#การพัฒนาทางจิต ย่อมทำให้ผู้ปฏิบัติ ค้น ไปถึงเรื่องราว ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้ อย่างไม่มีขอบเขตและไม่มีสิ้นสุด

ทางจิต จะรู้ถึง ต้นของต้นเหตุ และรู้ว่าต้นเหตุนั้นจะดับได้ด้วยเหตุอันใด

#การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาให้เจริญก้าวหน้าแค่ในทางปัจจุบันและอนาคตได้ แต่ยังมีขอบเขตจำกัด

#ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปัจจัตตัง

#เป็นเรื่องอจิณตรัย ควรใช้วิจารณณาน ในการอ่านการเชื่อ อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน

#ยามหลับและยามตื่น อย่าลืมภาวนา

#สัมมาอะระหัง นึกเห็นที่กลางกายเหนือสะดือ สองนิ้วมือ

Share: