#หลวงป๋าได้กล่าวอบรมในวิชชาสะสางธาตุธรรม
กิจของเรา เมื่อไปถึงธาตุล้วนธรรมล้วน คือต้นธาตุต้นธรรมแล้ว จะต้องเก็บเค้าอยู่เสมอ
#หลวงพ่อท่านว่าให้ทำนิโรธ ให้ละเอียดอ่อนอยู่เสมอจึงชนะเขาได้และต้องเป็นไปโดยเด็ดขาด ต้องทำบ่อยๆ
แม้แต่เราเห็นขาวใสแล้ว ก็ยังต้องเก็บ ดูให้เต็มที่ว่า เบื้องหลังของ ขาวใส่ นั้น ยังมีซ่อนเร้นมาอีก
หรือเขาอธิษฐาน ปาฏิหาริย์มาเป็น ขาวใส แต่ว่าเมื่อเราพิศดารทับทวีถี่เข้า เค้าจะถูกระเบิด ธาตุธรรมเค้าถูกระเบิดหายไป
อันนี้แสดงว่าเขาซ่อนเร้นธาตุธรรมมา ให้เราเห็นว่าใสแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าทำวิชชาละเอียดไปถึงขั้นที่จะระเบิดซึ่งกันและกันแล้ว
ให้จำไว้ว่าเราทับทวีอสงไชยไม่ถ้วนไปในธาตุธรรมใด ธาตุธรรมนั้น แม้ขาวใสหากระเบิดพึงรู้ว่านั้นเป็นกายอษิฐาน ปาฏิหารของเขา
แต่ถ้าเป็นของแท้ ต้นธาตุต้นธรรมของแท้นั้น ยิ่งทับทวีเข้าไปเท่าไหร่ ยิ่งใสละเอียดไม่ระเบิด จงดับหยาบไปหาละเอียดเป็นองค์ต้นนั้นๆ นี่ต้องเข้าใจแบบนี้
แล้วในขณะที่ปฏิบัติ เค้าก็ระเบิดเราเหมือนกัน ถ้าเราจิตไม่อยู่ในกลางของกลาง
เพราะฉนั้นในส่วนหยาบเราต้องรู้หมดเลย รู้ว่าใจเราต้องผ่องใสอยู่เสมอด้วยปัญญาอันเห็นชอบอยู่เสมอ อย่าไปเผลอสติ ให้มันเกิดปัญหาในใจ เพราะหยาบเกิดจากละเอียด คือกำจัดกิเลสในใจเรา หยาบ ละเอียดต้องตรงกัน
สรุป เบ็ดเสร็จสติต้องพร้อมเสมอ อย่าเผลอสติ มีสติอย่างเดียวไม่พอ และ ต้องมีปัญญาอันเห็นชอบด้วย สุดท้าย คือ ทุกอย่างเป็น อนิจัง ทุกขัง อนัตตา เพราะฉะนั้นใจเราจึงเป็นกลางวางเฉย
ไม่ให้ตกอยู่ในอำนาจ กิเลส ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ โกธร พยาบาท อาฆาต จองเวร อิจฉา ริษยา มานะ ทิฐิ แม้แต่ความอยากเด่นอยากดังก็ไม่ควร
#ผู้ปฏิบัติยิ่งสูง ต้องไม่อยากเด่นอยากดัง เป็นคนจิตใจสม่ำเสมอปกติ รักษาสติสัมปชัญญะและปัญญาอันนี้ไว้ นี่แหละจึงควร
20.39 น
12/5/69






ไลน์ "@wlps" เพื่อรับข่าวสารจากทางวัด