ถาม: การที่หลวงพ่อได้อยู่ใกล้ชิด และรู้จักหลวงพ่อวัดปากน้ำมานาน อยากให้เล่าถึงเรื่องเด่นๆของท่าน?
ตอบ: ท่านนี่ … ความจริงหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ท่านเป็นพระปฏิบัติ แม้ในตอนกลางคืนท่านก็สอนวิชชาคือมีฝ่ายหนึ่งเป็นอุบาสิกา … คือแม่ชีที่อยู่อีกด้านหนึ่ง โดยมีฝากั้นอยู่ ส่วนตัวหลวงพ่อท่านก็อยู่อีกด้านหนึ่ง ก็มีพระอยู่กับท่านบ้าง
วิธีปฏิบัติของท่านนี้ทีแรก ๆ เราก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไร เพราะว่าเราก็เดินแค่ ๑๘ กาย
แล้วก็พิสดารกาย แล้วก็เดินวิชชาไปอย่างที่ท่านเคยสอน เราก็เดินวิชชาไปตามที่ท่านสั่ง
เราก็เห็นตลอดนะ ทางฝ่ายแม่ชีเขาก็เดินวิชชาของเขาตลอด
อันนี้เขาก็มีเวรกันคืออย่าง ๒ ทุ่มถึงเที่ยงคืน เป็นเวรที่ ๑
เที่ยงคืนถึงตี 4 เป็นเวรที่ ๒
ตี 4 ถึงแปดโมงเช้าเป็นเวรที่๓
จากแปดโมงเช้าถึง ๑๒ โมงเป็นเวรที่ ๔
๑๒ โมงถึง 4 โมงเย็นเป็นเวรที่ ๕
ไปเรื่อย ๆ เขาอยู่กันคนละ 4 ชั่วโมง
ถาม: อันนี้ก็เป็นเรื่องเด่นของหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่องหนึ่ง?
ตอบ: อันนี้ที่เขาเรียกว่า“ โรงงาน” เป็นแหล่งที่ทำวิชชา พอคนไม่รู้ไม่เข้าใจ เลยคิดว่าหลวงพ่อทำโรงงานบุ้งกี๋บ้างอะไรบ้าง
ถาม: หลวงพ่อวัดปากน้ำมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะเผยแพร่วิชชาธรรมกายให้ได้รู้จักกันทั่วไปท่านได้พูดถึงความหวังของท่านอย่างไรบ้าง?
ตอบ: ความจริงวิชชาธรรมกายนี่
ที่ท่านทำ ก็เพื่อจะปราบความชั่วให้หมดไปจากตัวเราพูดง่าย ๆ ก็คือต้องการทำกิเลสให้หมดไป
แต่ว่ากิเลสที่มีอยู่ในตัวเรามันมีมานานแล้ว
ทีนี้เราจะเอาวิชชาธรรมกายเข้าไปปราบมันก็ปราบได้ แต่ในส่วนละเอียดมันก็ยังไม่หมด
เพราะมันมีมากท่านก็แนะนําวิธีปฏิบัติให้
และให้เดินตามหลักวิชชาของท่าน
ท่านก็ได้เผยแพร่มานาน โดยความมีความประสงค์ว่าต้องการให้กิเลสมันหมดไปนี่คือความหวังของท่าน
กิเลสต้นธาตุฝ่ายต่ำซึ่งในตอนแรกเราก็ยังไม่รู้
ส่วนวิชชาฝ่ายขาว ก็คือพระพุทธเจ้าต้นธาตุต้นธรรมภาคขาว คือเรายังไม่ทราบมาก่อนว่ามีต้นธาตุต้นธรรมมีอยู่๓ภาค
คือภาคขาว ภาคดำ ภาคกลาง
ทีหลังเรามาเป็นธรรมะแล้ว เราถึงได้รู้
ได้ค่อย ๆรู้ มาเป็นลำดับแล้วท่านเคยบอกว่าวิชชาของท่านนี้“ ถ้าทำยังไม่ถึง๑๐ปี ก็ยังไม่รู้เรื่องดี”
ท่านบอกว่า ๑๐ ปีไปแล้วค่อยรู้เรื่องดี
ถาม: ถ้าอย่างนั้นหลวงพ่อสด ก็มีความปรารถนาในส่วนลึก ๆ ที่อยากจะให้คนทั้งหลาย ได้รู้ลึกซึ้งกว้างขวาง ในวิชชาธรรมกาย?
ตอบ: คือหมายถึงว่าถ้าเราทำวิชชาถึง ๑๐ ปีแล้วนี่
ก็จะรู้วิชชาอะไรมากขึ้น ประโยชน์ได้มากขึ้นมีความรู้ความละเอียดมากขึ้น เมื่อเราได้เข้าถึงลึกซึ้งถึงความละเอียดมากกว่าก็ทำให้การทำวิชชาของเราละเอียดมากขึ้น
ถาม: ธรรมกายนั้น จริงๆแล้วคืออะไร
ตอบ: “ ธรรมกาย” ตามหลักนั้น
หมายถึงเป็นธรรมขันธ์ เป็นวิสุทธิขันธ์
คือเป็นกายละเอียด ที่มีสภาพเป็นอสังขตธาตุอสังขตธรรม คือไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง
ไม่เหมือนกายมนุษย์กายทิพย์ กายพรหม อรูปพรหม
ที่เป็นกายสังขตธาตุ สังขตธรรม
ซึ่งหมายถึงว่า มันยังมีปัจจัยปรุงแต่งอยู่
มันยังแก่ ยังเจ็บ ยังตายได้
ส่วนกายธรรม ไม่มีแก่ ไม่มีเจ็บ ไม่มีตาย
เพราะฉะนั้นมันจึงตรงกันข้ามกับเบญจขันธ์และเป็นธรรมขันธ์
ถาม: สภาวะจิตของผู้เข้าถึงธรรมกายเป็นการชั่วคราวหรือไม่?
ตอบ: ถ้าพูดถึงได้ธรรมกายแล้วและเดิน ๑๘ กายแล้วมันไม่ใช่ชั่วคราว ซึ่งหมายความว่ามีธรรมกายติดอยู่ในตัวตลอดเวลา
เราจะเข้าธรรมกายเมื่อไรก็ได้ แต่ถ้าเข้าได้เพียงปฐมมรรค ยังไม่ได้เดินเข้าถึงธรรมกายนั้น
ก็ยังไม่เห็นธรรมกายนะ เพราะว่าถ้าถึงธรรมกายแล้วและเดิน ๑๘ กาย ธรรมกายจึงจะติด
สัมภาษณ์
พระราชพรหมเถรหลวงปู่วีระ คณุตฺตโม
นิตยสารธรรมกายเล่ม๑











