ในเหตุการณ์ “เหยียบหินให้เป็นรอยเท้า” เพื่อสยบคำปรามาสของชาวบ้านที่ขาดความศรัทธา
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น….ในช่วงที่
#พระอาจารย์ครูบาพรหมจักร….ยังอยู่ในช่วง
“เดินธุดงค์รุกขมูล” บำเพ็ญสมณธรรมอย่างเข้มงวดในป่าเขา ก่อนที่ท่านจะมาปักหลักพัฒนาวัดพระพุทธบาทตากผ้า
ในยุคนั้น…. ชาวบ้านในบางพื้นที่ที่ห่างไกล
ไม่เข้าใจในวัตรปฏิบัติของพระกัมมัฏฐาน
ปฏิบัติธรรมสายเคร่งครัด
บางกลุ่มมองว่า…พระธุดงค์คือคนหนีงาน หรือเข้ามาเพื่อหวังลาภสักการะและของป่า
วันหนึ่ง…. ท่านได้ธุดงค์มาปักกลด
ใกล้กับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
ยามเช้า….เมื่อท่านออกบิณฑบาตด้วยกิริยาที่สงบ สำรวม และทอดสายตาลงต่ำตามพระวินัย
มีกลุ่มนักเลงโตประจำหมู่บ้านและชาวบ้านบางคนที่ใจบาปหยาบช้า ยืนจับกลุ่มหัวรำพึงและพูดจาถากถางเสียงดังเจตนาให้ท่านได้ยินว่า:
”พระหนุ่มๆ ร่างกายก็แข็งแรง ท่าทางคงจะขี้เกียจทำการทำงาน เลยหนีมาห่มผ้าเหลือง เดินขอข้าวชาวบ้านกินไปวันๆ ศีลธรรมปฏิบัติจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดีแต่ทำท่าทางให้คนกราบไหว้หลอกเอาบุญ!”
แม้….จะได้ยินคำสบประมาทที่รุนแรงถึงเพียงนั้น
หลวงปู่ครูบาพรหมจักร …ท่านก็ยังคงเดินบิณฑบาตด้วยความสงบนิ่ง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยเมตตา ไม่แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย
บทสนทนาและเหตุการณ์ “เหยียบหิน” สยบมาร
หลังจากรับบาตรเสร็จ….
ระหว่างทางเดินกลับไปยังที่พักกลด
กลุ่มชาวบ้านและนักเลงกลุ่มเดิม….ยังคงเดินตามมาท้าทายด้วยความคึกคะนอง
เพื่อต้องการ “ลองดี” และดูว่า…พระธุดงค์รูปนี้จะมีปฏิกิริยาอย่างไร
แกนนำชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาดักหน้าแล้วพูดท้าทายว่า:
ชาวบ้าน: “ท่านครูบา… เขาเล่ากันว่าพระธุดงค์ที่ปฏิบัติได้ฌานได้ญาณ มีฤทธิ์เดชสารพัด
ถ้าท่านเป็นพระดี พระแท้จริง ไม่ใช่พวกหลอกลวง ลองแสดงอะไรให้พวกข้าเห็นเป็นบุญตาหน่อยซิ? ไม่ใช่ดีแต่เดินบิณฑบาตเลี้ยงชีพไปวันๆ!”
หลวงปู่ครูบาพรหมจักร…. ท่านหยุดเดิน ทอดสายตามองชาวบ้านคนนั้น เป็นสายตา ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมที่
อยากจะโปรด …ให้พวกเขารู้จักบาปบุญคุณโทษ
ท่าน….จึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเยือกเย็นว่า…
ครูบาพรหมจักร: “อาตมาภาพ…ไม่ได้มาเพื่อโอ้อวดฤทธิ์เดช หรือต้องการให้ใครมาสรรเสริญ… การบวชเรียนและปฏิบัติธรรมนี้ ทำเพื่อมุ่งชำระกิเลสในใจตนเองต่างหาก”
ชาวบ้านอีกคนหัวเราะเยาะแล้วพูดสำทับ:
ชาวบ้าน: “นั่นไง! ดีแต่พูดแก้ตัว ถ้าไม่มีดีจริงก็บอกมาตรงๆ เถอะ อย่ามาอ้างธรรมะเลย!”
เมื่อ…..ท่านเล็งเห็นด้วยญาณวิถีว่า
หากไม่ยอมแสดงสัจจะปาฏิหาริย์ให้เห็น
ชนกลุ่มนี้…จะต้องสร้างกรรมหนักจาก
การปรามาสพระอริยสงฆ์ และอาจจะต้องตกนรกหมกไหม้ไปอีกนานแสนนาน
ท่านจึงตัดสินใจ “โปรดสัตว์” เพื่อดึงจิตของพวกเขากลับคืนสู่ความเลื่อมใส…
ท่าน…เหลือบไปเห็นก้อนหินใหญ่สีดำทึบก้อนหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างทาง เดินเข้าไปหยุดยืนข้างหินก้อนนั้น แล้วหันมากล่าวกับกลุ่มชาวบ้านว่า:
ครูบาพรหมจักร: “พวกโยมทั่งหลาย… หินก้อนนี้แกร่งนักใช่ไหม?
กายและใจ …ของมนุษย์…ที่มีอคติและกิเลสหนา
ก็แข็งกระด้างไม่ต่างจากหินก้อนนี้หรอก…
ถ้าหากอาตมา…ไม่มีความจริงใจในพระศาสนา
รอยเท้าของอาตมาก็คงไม่อาจประทับลงบนหินนี้ได้
แต่….ถ้าหากสิ่งที่อาตมา….ปฏิบัติมาเป็นของจริง
ขอให้….รอยเท้านี้
เตือนสติพวกโยมให้หันเข้าหาธรรมะเถิด”
พูดจบ .. หลวงปู่ครูบาพรหมจักร
ท่านได้…. ย่ำเท้าเปล่าข้างหนึ่งประทับลงไปบนพื้นผิวก้อนหินดิบๆ นั้นอย่างนิ่งสงบ
”แกร๊ค… ซู่…” เสียงเนื้อหินลั่นเบาๆ
ในวินาทีนั้น…. ก้อนหินที่แข็งแกร่ง…กลับอ่อนนุ่มดั่งดินเหนียวเหลวภายใต้ฝ่าเท้าของท่าน ![]()
เมื่อ….ท่านยกเท้าขึ้น ปรากฏเป็น “รอยฝ่าเท้าลึกลงไปในเนื้อหินอย่างชัดเจน นิ้วเท้าสี่นิ้วห้านิ้วติดครบถ้วน” ราวกับพิมพ์พระพุทธบาท
ผลลัพธ์แห่งสัจจะปาฏิหาริย์
กลุ่มชาวบ้านและนักเลงที่เคยปากดี
ถึงกับหน้าถอดสี ตาค้าง และเข่าทรุดลง
กราบแทบเท้าของหลวงปู่ครูบาพรหมจักร
ทันทีด้วยความกลัวและซาบซึ้งในอภินิหาร
ชาวบ้าน (เสียงสั่นเครือ): “กราบขอขมาเถิดครับหลวงปู่! พวกข้าพเจ้า…ตาต่ำ ใจบอด
ไม่รู้ว่าท่านเป็นพระอริยเจ้าผู้ทรงศีลบริสุทธิ์
ได้โปรดอโหสิกรรม….ให้พวกข้าพเจ้าด้วยเถิด ![]()
![]()
![]()
หลวงปู่ครูบาพรหมจักร
ท่านยิ้มด้วยความเมตตาแล้วให้โอวาทปิดท้ายว่า…
ครูบาพรหมจักร: “อาตมา…ไม่อโหสิกรรมให้พวกโยม เพราะอาตมาไม่ได้ถือโกรธตั้งแต่แรก…
จงเก็บรอยเท้านี้ไว้ดูเถิด วันใดที่ใจโยมแข็งกระด้างด้วยกิเลส
จงนึกถึงหินก้อนนี้ วันใดที่โยมคิดจะทำบาป จงจำไว้ว่าสัจธรรมความจริงมีอยู่จริง และกรรมนั้นสนองตอบแน่นอน”
หลังจากเหตุการณ์นั้น ชาวบ้านกลุ่มนั้นได้กลับตัวกลับใจ กลายเป็นอุปัฏฐากที่คอยส่งข้าวส่งน้ำและช่วยทำนุบำรุงศาสนาติดตาม
ครูบาพรหมจักร..ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
และรอยเท้าบนก้อนหินก้อนนั้น ก็กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ยืนยันถึง “จิตทรงฤทธิ์และวัตรปฏิบัติอันบริสุทธิ์” ของเนื้อนาบุญแห่งล้านนาองค์นี้
ถ่ายรูปและเรียบเรียงเรื่องราวเพื่อเป็นธรรมทานสืบไป
โดย Benjarat Sayaniwas
#ครูบาพรหมจักร#หลวงปู่ครูบาพรหมจักร#พระสุพรหมยานเถร#วัดพระพุทธบาทตากผ้า#พระพุทธบาทตากผ้า#เกจิล้านนา#พระอริยสงฆ์แห่งล้านนา


