หลวงปู่หงษ์ ประสบการณ์ตรง

หมาวัด ตัวหนึ่ง หมาวัด เฟสน้องเต้นต์

วันนี้ขออนุญาตพื้นที่ Facebook ของหมาวัดตัวหนึ่งเล่าเกี่ยวกับหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ว่าทำไมถึงไปรู้จักท่านได้ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2535 ครอบครัวของดิฉันเป็นครอบครัวข้าราชการครูพ่อแม่มีลูกลูกทั้งหมดสี่คน ดิฉันเป็นลูกคนที่สอง แม่ของดิฉันมีอาการป่วย เหนื่อยหายใจไม่ออกบางครั้งก็เวียนหัวบางครั้งก็ปวดท้องมากกินข้าวไม่ได้จนทำให้ผอมเหลือหนัง หุ้มกระดูก พ่อของดิฉันพาไปรักษาทุกที่ทุกโรงพยาบาลใครบอกว่าที่ไหนดีพาไปหมด ไปตรวจทุกอย่าง เข้าอุโมงค์ตรวจคลื่นหัวใจไปจิตเวช ทำทุกอย่างที่สามีคนนึงจะทำได้ วันแล้ววันเล่าจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปีจากปีเป็นสองปี แม่ของดิฉันก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ทำให้ขาดโรงเรียนบ่อยมากจนชาวบ้านทั้งหมู่บ้านลือกันว่า ยังไงแม่ของดิฉันก็ต้องตายแน่นอน พาไปรักษาทุกที่จนไม่รู้จะไปรักษาที่ไหนจนต้องเอาสิ่งที่มองไม่เห็นมาช่วย ที่เรียกกันว่าผีฟ้า หลายครั้งที่พ่อดิฉันนำผีฟ้ามารำที่บ้านกับแม่ที่นอนป่วยอยู่ จนพวกยายยายที่มารำพากันร้องไห้ แล้วพูดขึ้นมาว่า แม่มาช้ากว่าเขาเค้าเอาเอาวิญญาณไส้หม้อไปไว้ในป่าซ่า ให้ไปหาครูบาอาจารย์ยเกจิเมืองซางถึงจะช่วยได้ พอพูดถึงเกจิอาจารย์ดังที่เมืองช้าง เวลานั้นพี่สาวที่เป็น ลูกของอาน้องชายแท้แท้ของพ่อ ไปเรียนที่ราชภัฏสุรินทร์จึงทำให้รู้จักหลวงปู่หงษ์ แล้วได้แนะนำครอบครัวเราให้พาแม่ไปหาหลวงปู่หงษ์ที่จังหวัดสุรินทร์ วันที่เรากำลังจะออกเดินทาง แม่เป็นหนักกว่าทุกๆครั้งจนทุกคนต้องร้องไห้แม่กระวนกระวายหายใจไม่ออกเหมือนคนกำลังจะตายยิ่ง ใกล้จะถึงวัดอาการยิ่งออกชัดมากแต่เราไปถึงก็ประมาณบ่าย 2 โมงหลวงปู่มีกิจนิมนต์ไปที่วัดอื่นเราก็เลยหาที่พักแถวนั้นเพื่อที่จะรอพบหลวงปู่ในวันพรุ่งนี้

เช้าวันรุ่งขึ้นพอครอบครัวเราเข้าไปกราบหลวงปู่มีกล้วยดอกไม้ที่ทางวัดเตรียมให้  ส่วนปัจจัยและของที่จะถวายเรานำไปเองจำได้ว่าดิฉันอายุแค่ 12 ปีกำลังจะขึ้น ม. 2 ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอมพอดีเลยได้มีโอกาสไปกับครอบครัว พอก้มลงกราบหลวงปู่แล้วยื่นพานดอกไม้ไปให้ท่านเพื่อที่จะจะให้ดูแม่ว่าแม่เป็นอะไร หลวงปู่ท่านเลยพูดขึ้นมาว่าครูไปมาทุกที่แล้วใช่ไหม ตรวจตับไตไส้พุงอะไรดีหมดหาโรคอะไรก็ไม่เจอ ครูเป็นหนักมาก หลวงปู่เลยให้แบ่งพายแบ่งพายคือการทำพิธีตามครูบาอาจารย์ที่หลวงปู่เรียนมาสมัยนั้นทำพิธีชุดใหญ่ 2500 บาท พอทำพิธีเสร็จ หลวงปู่บอกให้อยู่ที่วัดเพื่อรักษา เหมือนคนอื่นๆตอนนั้นอยู่ที่วัดเพชรบุรีจะมีผู้คนมากมายมารักษากับหลวงปู่ทั้งคนที่เป็นโรคมะเร็งทั้งคนที่เป็นบ้าทั้งโดนคุณใสมีผู้คนมากหน้าหลายตา ที่มารักษากับหลวงปู่เหมือนกับที่เราพาแม่ไปรักษา พ่อได้ทิ้งเราไว้กับแม่และยายหลวงปู่บอกว่าให้หมั่นภาวนา นาลาอะระหัง เป็นคาถาลดกรรมช่วยบรรเทากรรมและให้เอาสีผึ้งเท่าหัวไม้ขีดไฟผสมกับน้ำอุ่นหนึ่งแก้วกินบ่อยบ่อย เดี๋ยวมาเล่าต่อนะคะ

พอเช้าวันรุ่งขึ้นหลวงปู่นั่งรถสองแถวมาเมื่อก่อนท่านพักที่สุสาน และยังไม่ได้อนุญาตให้ใครไปสุสานท่านจะมาของท่านเองมาถึงที่วัดเพชรบุรีประมาณตีสี่เพื่อที่จะมาอาบน้ำมนต์ให้ญาติโยมที่มารักษา การอาบน้ำมนต์ของหลวงปู่ สมัยก่อนผู้หญิงและผู้ชายอาบรวมกันเลยจะมีเหมือนชานและมีโอ่งหลายหลายโอ่งท่านจะขึ้นไปอยู่ข้างบนส่วนด้านล่างจะมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะแยะมากมายทั้งผู้หญิงผู้ชายรออาบน้ำมนต์จากหลวงปู่แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนที่เป็นประจำเดือนท่านจะไม่อนุญาตให้ไปอาบ เด็ดขาด ตอนนั้นที่ฉันยังเป็นเด็กด้วยความที่อยากให้แม่หายก็วิ่งไปรับหลวงปู่ที่กำลังจะลงจากรถสองแถวและถามท่านว่าหลวงปู่คะแม่หนูหายไหมคะ หลวงปู่ตอบว่า หลวงปู่ขอเวลาสามวันจะให้คำตอบว่าหายหรือไม่หายเพราะแม่เป็นหนักแล้ว เค้าเอากระดูกผีตายโหงไปฝังเจ็ดป่าช้าเค้าทำให้ถึงตายเลย แต่ท่านก็ได้บอกว่าไม่ต้องไปอาฆาตแค้นเค้าไม่ต้องไปจองเวรจองกรรมเค้า เพราะถ้าหลวงปู่ถอนของออกให้แล้วอะไรที่ไม่ดีจะสะท้อนกลับไปหาคนนั้นคนที่ทำใส่เรา แล้วหลวงปู่ก็ยังถาม คิดออกไหมว่าเคยทะเลาะกับใครหรือเปล่า เราเลยได้มาถามแม่กับพ่อว่าเคยมีปัญหากับใครไหม พอเค้าจะเอาถึงตาย แม่ก็เลยพูดให้ฟังว่ามีครูคนนึงที่อยู่โรงเรียนเดียวกันได้มายืมเงินประมาณ 200,000 บาทจากแม่ตอนนั้นสามีของครูคนนี้ทำงานเป็นผู้จัดการที่ธนาคารแห่งนึงในจังหวัดมหาสารคาม เค้านัดแล้วนัดอีกแต่ก็ไม่มีเงินมาคืนสักทีแม่ก็แค่ทวงถาม พอเวลาผ่านไปนานเข้าเค้าไม่มาโรงเรียนจึงได้ไปหาเค้าที่บ้านแฟนเค้าก็เลยโวยวายและด่าทอจนเราได้กลับมาเฉยเฉยแต่แฟนของเค้าเป็นคนจังหวัดศรีสะเกษ หลังจากที่เราได้ไปทวงถามเงินครั้งเดียวที่บ้านเค้าหลังจากนั้นเค้าไม่เคยมาโรงเรียนอีกเลยนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาโกรธแค้นเรามากเพราะทำให้ เค้าได้ออกจากราชการครูเพราะไม่มาโรงเรียนเอง เมื่อก่อนที่วัดเพชรบุรีน่ากลัวมากเพราะสมัยนั้นจะเป็นถนนลูกรังนานนานทีถึงจะมีรถวิ่งผ่านและวัดของหลวงปู่ก็ยังไม่มีรั้วมีชะนีอยู่สองสามตัวเราได้อาศัยนอนอยู่บนศาลาใต้ระฆังที่วัดมีหลายมุ้งที่อยู่ตรงข้ามกันสมัยนั้นไฟฟ้ายังไม่มีต้องจุดเทียนตอนกลางคืน เสียงคนที่มารักษากับหลวงปู่ภาวนาเสียงดังไปทั่ววัดต่างคนต่างภาวนานาลาอะระหัง ด้วยความที่ทุกคนอยากหายจากโรคภัยไข้เจ็บที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่หลวงปู่ท่านบอกว่าถ้าสายเลือดเดียวกันแม่ลูกกันสามารถช่วยภาวนาได้แต่ถ้าเป็นผัวเมียคนละสายเลือดไม่สามารถช่วยกันได้ ดังนั้นเราเป็นลูกและยายที่ ที่ไปด้วยคือสายเลือดเดียวกันต่างพากันจุดเทียนภาวนานาราอรหังเดินนั่งยืนนอนเราช่วยกันภาวนาตลอดจนเช้าของวันที่สามหลวงปู่ท่านได้เดินทางมาที่วัดเพชรบุรีเหมือนเดิมเรารีบวิ่งที่จะไปหาท่านแต่เช้าตามประสาเด็กในสมัยนั้นแล้วถามท่านว่าวันนี้วันที่สามแล้ว แม่ของหนูจะหายไหมคะหลวงปู่หลวงปู่ได้แต่หัวเราะและตอบว่าน้ำมันในตะเกียงแม่ใกล้จะหมดแล้วแต่หลวงปู่ได้เติมให้แล้วเดี๋ยวแม่ก็หาย

แต่เราก็ยังใช้ชีวิตในวัดเหมือนเดิมเช้ามาสมัยนั้นยังไม่มีน้ำประปาเราได้ช่วยแม่ชีตักน้ำที่บ่อน้ำและใส่รถเข็นไปไว้ให้หลวงปู่ใช้อาบให้คนป่วยในวันถัดไป และอีกหน้าที่ของเราคือกวาดลานวัดในสมัยนั้นมีโขดหินต้นไม้ต้นไทรใหญ่ในวัดเพชรบุรีเยอะมากแต่วัดเพชรบุรีสะอาดมากเพราะญาติ คนป่วย แม่ชี พระตากพากันช่วยกันกวาดลานวัดแม่ชีและพระส่วนใหญ่ที่บวชอยู่ตอนนั้นคือคนป่วยที่รักษาหายแล้วขอบวชอยู่กับหลวงปู่ต่อเราจำได้ว่าคืนวันที่หกที่เราอยู่ที่วัดเพชรบุรีประมาณสี่ทุ่ม เราได้จุดเทียนเหมือนทุกๆวันเพื่อจะภาวนาช่วยแม่เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกเราไปแล้วแต่คืนนั้นพิเศษกว่าทุกคืนเพราะมีผู้หญิงคนนึง ใส่เสื้อสีแดงกระโปรงสีแดงทาปากสีแดงทาเล็บสีแดง ผมอยากโศกและไว้ยาวมากเปิดมุ้งเข้ามาในมุ้งที่เรานอนจะมีแม่ มียาย และตัวดิฉันเอง ยายและตัวดิฉันเองยังตกใจเลยว่าเค้าคนนี้คือใครและเข้ามาทำไมเราจึงได้ถามเค้าไปว่าเค้ามาหาใครเค้ามาจับตรงขาแม่ลูบไปลูบมาแล้วก็ถามว่าเจ็บตรงไหนตรงนั้นไหมตรงนี้ไหมแล้วอาการตอนนี้เป็นยังไง แม่ตอบเค้าไปว่าเหนื่อยหายใจไม่ค่อยอิ่ม เค้าได้แต่ยิ้มและตอบว่าเดี๋ยวก็หายเรากับยายก็เลยถามไปว่าเค้ามาทำอะไร เค้าตอบว่าเค้ามางานที่สถานีตำรวจที่อยู่ตรงข้ามวัดในสมัยนั้นคือสภ. ทุ่งมน เค้าบอกว่าเค้าเป็นเมียตำรวจมางานก็เลยแวะมาในวัด ด้วยความที่เราเป็นเด็กเราก็ไม่ได้ถามอะไรไปมากกว่านี้แต่พอเค้าจะกลับเค้ากลับเลยเค้าบอกเค้าขับมอเตอร์ไซค์มา

แต่พอตอนขากลับเราก็ไม่ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ของเค้าเพราะเราได้วิ่งลงไปดูด้วยความที่อยากรู้อยากเห็น และแปลกใจที่คนไม่รู้จักกันมาพูดเหมือนรู้จักและสนิทสนมกัน เราและยายได้แต่แอบสงสัยไว้ในใจ ตอนเช้าเรารีบวิ่งไปหาหลวงปู่ตั้งแต่ท่านยังไม่ลงรถแล้วพูดให้หลวงปู่ฟังว่าเมื่อคืนมีผู้หญิงปากแดง ชุดแดงมาหาแม่หลวงปู่ได้แต่หัวเราะและยิ้มมุมปากแล้วพูดออกมาว่า หลวงปู่รู้แล้วรู้ตั้งแต่เมื่อคืนว่าเค้ามานั่นแหละเค้าคือปีศาจหลายคนเคยเห็นแบบนี้บ่อยบ่อยเค้ามาเอาโรคออกให้ ตอนนั้นเราก็ไม่ค่อยเชื่อเพราะไม่คิดว่าปีศาจจะมีจริงๆ แต่หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นมาอาการของแม่ดีวันดีคืนจนวันวันที่เก้าของการอยู่วัดลืมบอกไปว่าทุกๆวันตอนเย็นตอนพ่อเลิกเรียนพ่อจะเทียวจากวาปีปทุมไปที่จังหวัดสุรินทร์ทุกวันเพื่อที่จะไปดูว่าแม่เป็นยังไงบ้าง พอดูเสร็จพ่อก็จะขอตัวกลับเที่ยวแบบนี้ทุกๆวัน แต่วันนี้ไม่เหมือนทุกๆวันเพราะหลวงปู่เรียกพ่อเข้ามาหาตอนพ่อกลับลาบอกหลวงปู่ว่ากำลังจะกลับหลวงปู่ท่านเลยบอกว่าอาจารย์เข้ามารดน้ำมนต์ก่อนเพราะวันนี้จะมีรถขับมาเฉี่ยวมาชนพ่อก็ทำตามที่หลวงปู่ท่านบอกเข้าไปรดน้ำมนต์กับหลวงปู่พอวันถัดมาที่พ่อ มาหาเรากับแม่ที่วัดได้บอกกับเราว่าพอถึงท่าตูมมีรถขับมาเฉี่ยวจริงๆแต่โชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมากจากที่พ่อไม่เคยเชื่ออะไรเรื่องพวกนี้กับกลายเป็นเชื่อสนิทใจเพราะเกิดกับตัวเองและครอบครัวพอวันที่ 10 แม่พ่อตัวดิฉันและยายได้มากราบหลวงปู่ เพราะสมัยก่อนตอนเช้าและตอนเย็นคนป่วยที่ไปรักษาที่วัดเพชรบุรีต้องถือกรวยมากราบหลวงปู่เช้าเย็นหลวงปู่ท่านเลบอกว่าอาจารย์ป่านนี้เด็กคงคิดถึงแย่แล้วจะให้กลับบ้านได้

แต่อาจารย์ไม่ได้กินข้าวนานให้ขอครูบาอาจารย์หลวงปู่ไปอยู่โรงพยาบาลสามวันเพื่อที่จะไปให้น้ำเกลือนะดิฉันและครอบครัวได้กราบลาหลวงปู่เพื่อที่จะกลับกลับบ้านก่อนกลับหลวงปู่เรียกลูกปัดเข้ามาใกล้ๆแล้วท่านก็เอาผ้าที่ท่านใช้เป็นผ้าพื้นใหญ่สีเหลืองเอามาคลุมหัวให้แล้วท่านบอกว่า อาจารย์ขอเด็กคนนี้ไว้เป็นลูกบุญธรรมได้ไหมแต่ด้วยความที่พ่อเข้าใจว่าลูกบุญธรรมคือต้องอยู่กับท่านที่วัดเลยพ่อก็เลยตอบกลับไปว่าเป็นเด็กผู้หญิงครับหลวงปู่ตัวดิฉันเองก็ไม่ได้คิดอะไรแต่ในใจก็ไม่ได้อยากจะอยู่ที่นั่นเหมือนท่านรู้ในความคิดของเราท่านหัวเราะแล้วก็ พูดออกมาว่าลุงปูไม่ได้เอามาอยู่ที่นี่แค่จะส่งเสียให้เรียนหนังสือนั่นแหละคือลูกบุญธรรมหลวงปู่แต่พ่อก็ไม่ได้ตอบตกตกลงอะไร เพราะเดินทางออกจากวัดแล้วก็มาที่โรงพยาบาลหลักเมืองที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อที่จะให้น้ำเกลือแต่พอพยาบาลมาเพื่อที่จะ เอาเข็มแทงแทงยังไงก็แทงไม่เข้าพ่อก็เลยบอกว่าลืมจุดธูปบอกครูบาอาจารย์หลวงปู่และหลวงปู่หงษ์พอคิดได้พ่อก็เลยรีบทำพอทำเสร็จหน้าแปลกมากครั้งเดียวคือใส่สายน้ำเกลือได้พออยู่ที่โรงพยาบาลได้วันที่ สามตามที่หลวงปู่เคยพูดไว้แม่ช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่างแล้ววันนั้นอยู่อยู่ก็พูดขึ้นมาว่าอยากกินข้าวกับไก่ย่างซึ่งมันน่าอัศจรรย์ใจมากข้าวเหนียวไก่ย่างจะกินได้ยังไงเพราะเมื่อก่อนขนาดโจ๊กยังกินไม่ได้เพราะจะติดคอเวลากินน้ำก็ใช้สำลีเช็ดปาก แต่พ่อก็ไม่ได้ขัดใจอะไรไปซื้อไก่ย่างข้าวเหนียวมาให้กินแม่กินไก่ย่างข้าวเหนียวจนหมดพ่อตกใจร้องไห้เพราะกลัวว่าจะเป็นการกินสั่งเสียแต่เปล่าเลยการกินไก่ย่างข้าวเหนียวของแม่วันนั้นทำให้แม่ออกจากโรงพยาบาลครบสามวันตามที่หลวงปู่บอกจริงๆและหลังจากวันนั้น แม่ก็สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้เหมือนคนทั่วไป ทั้งทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มีแรงจะเดินมาเกือบสองปีกินอะไรก็มีแต่จะติดคอ หลังจากที่แม่หายเราและครอบครัวก็ได้ไปหาหลวงปู่ทุกๆปีในวันไหว้ไหว้ครูและหลังจากที่เหตุการณ์ของแม่ผ่านไปกลายเป็นตัวของดิฉันที่มามาป่วยเมื่อปี 2548 เดี๋ยวจะมาเล่าต่อนะคะ

อ๋อลืมเล่าให้ฟังนะคะสาเหตุที่เรารู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ขับมอไซค์มาตามที่เค้ากล่าวอ้างเพราะตอนเช้าเราได้ไปสอบถามทุกคนว่าที่สถานีตำรวจมีงานอะไรไหมทุกคนตอบว่าไม่มีคือผู้หญิงคนนี้โกหกและตอนที่เราวิ่งออกไปเพื่อที่จะไปเรียกเค้าไม่ได้ยินเสียงสตาร์ตรถหรือเสียงมอไซค์ใดใดทั้งสิ้น และลืมเล่าว่าในช่วงที่เราอยู่วัดหลวงปู่ท่านเดินไปไหนท่านทำอะไรหลวงปู่เข้าโบสถ์ตัวดิฉันเองได้เข้าเพราะดิฉันถือกระโถนเดินตามหลังหลวงปู่ทุกทุกที่ที่หลวงปู่ไปภายในวัดหลวงปู่ไปบนศาลาไม้เก่าตัวดิฉันเองก็ได้ขึ้นไปกับท่านแล้วท่านก็ใช้เหล็กจารที่หัวและฝ่ามือให้ แล้วท่านยังพูดอีกอีกว่าหลวงปู่ไม่ถือเพราะเด็กถึงจะเป็นเด็กผู้หญิงเข้าโบสถ์แบบนี้ก็ ไม่เป็นไรเพราะ ยังเด็กอยู่ หลายครั้งที่เราได้ถือกระโถนเดินตามหลวงปู่ไปทุกที่ แม้กระทั่งไปผ่าฟืนหลวงปู่ผาฟืนได้เร็วมากและกองใหญ่มากท่านทำคนเดียวเราก็ได้ไปเก็บฟืนช่วยหลวงปู่ฟืนที่อยู่ในวัดเพชร แต่สิ่งที่เราไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดมันก็เกิดในช่วงปี 2548 เรามีลูกคนแรกพอลูกได้ปีกว่ากว่าเรากับมีอาการเวียนหัวเหนื่อยไม่มีแรงหายใจไม่อิ่มไม่อยากคุยกับใครไม่อยากออกไปไหนกินได้แค่ข้าวต้มใส่เกลือและน้ำเปล่าในแต่ละวันทุกทุกเช้าเราจะต้มข้าวใส่หม้อเล็กๆ แล้วเอาเกลือใส่แล้วถือเข้ามาไว้ในห้องเพื่อจะนำมากินให้ครบสามมื้อแล้วเราก็ไม่เคยออกไปไหนเลยเป็นเวลาปีกว่าไม่ใช่เพราะเราไม่อยากออกไปแต่ด้วยความที่เราเหนื่อยไม่มีแรงไม่อยากคุยกับใครไม่อยากทำอะไรเราได้แต่นั่งไหว้พระสวดมนต์และภาวนาตามที่หลวงปู่เคยบอก อาการต่างๆที่เราเป็นมันรู้สึกบอกไม่ถูกยิ่งวันโกนวันพระหลังวันพระเราจะเป็นหนักแรงจะเดินแทบไม่มีจนพ่อได้พาเราไปฉีดยาบำรุงเลือดฉีดมามันก็ดีแค่เวลาที่ฉีดอยู่ได้ไม่ถึงสองวันก็เหนื่อยเหมือนเดิมชีวิตวนเวียนวนเวียนอยู่ที่โรงพยาบาลกับห้องของเราในห้องเราอยู่คนเดียวใช้ชีวิตคนเดียวไม่พูดกับใครเลย เป็นเวลาปีกว่าไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดแต่พูดไม่ได้เพราะเราเหนื่อยเราเวียนหัวถ้าวันไหนอาการดีเราก็จะสวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิได้แต่น้อมากที่จะดีเราไม่มีแรงจนเราต้องเข้าโรงพยาบาลห้องไอซียูเรานอนที่ไอซียูสามคืนพอคืนที่สามเหมือนครึ่งขึ้นตื่นภายในรอบรอบห้องไอซียูมีผู้ป่วยหนักหลายคน รวมถึงเราด้วยแต่คนอื่นเค้าไม่รู้สึกตัวต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอุปกรณ์อะไรเยอะแยะมากมายทุกเตียงมีแค่เตียงเราที่ใส่เครื่องช่วยหายใจแต่ไม่ได้มีอาการหนักขนาดนั้นเราง่วงมากแต่นอนไม่ได้อยากพักผ่อนแต่เหมือนตาแข็งครึ่งหลับครึ่งตื่นเราเห็นหลวงปู่เราได้ได้คุยกับท่านท่านบอกเราว่าให้รีบมาหาหลวงปู่นะไม่งั้นจะไปผูกคอตาย พอเช้าแม่มาเยี่ยมเราได้เล่าให้แม่ฟังว่าเห็นหลวงปู่หลวงปู่มาหาแล้วท่านก็พูดแบบนี้พอแม่รู้แม่เลยขอหมอที่โรงพยาบาลศูนย์รวมแพทย์มหาสารคามออกจากโรงพยาบาลเพื่อที่จะเดินทางไปหาหลวงปู่ที่จังหวัดสุรินทร์พอไปถึงเราก็ได้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์แบ่งพายที่สม ใกล้ๆวัดหลวงปู่คีจากคนที่เดินไม่ได้เหนื่อยไม่มีแรงหัวไม่ขึ้นแทบเหยียบแผ่นดินไม่ได้พอหลวงปูทำพิธีและอาบน้ำมนต์ให้เรามีแรงขึ้นเดินได้เหมือนคนปกติแต่พอกลับมาถึงบ้านเราก็เป็นเหมือนเดิมอาการแบบนี้ ยังคงเป็นเป็นหายหายและยิ่งวันโกนวันพระยิ่งเป็นหนักแต่ทุกสัปดาห์ทุกทุกวันศุกร์เราจะไปซื้อของไปทำพิธีกับหลวงปู่และไปนอนที่สื่อสารสมัยนั้นหลวงปู่ไม่ได้นอนในห้องแค่เอาผ้ามากั้นไว้เรากับแม่และลูกลูกก็นอนตรงข้างล่าง ด้านข้างจะมีที่ให้เช่าวัตถุมงคลเราทำแบบนั้นนับครั้งไม่ถ้วนจนวันนึงประมาณตีสี่ที่หลวงปู่ท่านออกมาเปิดผ้าออกมาเพื่อที่จะรับแขกแต่ยังไม่มีใครมีแค่ครอบครัวของเราและโยมอุปฐากท่านคือคุณเตนและหลวงพี่วิน วันนั้นหลวงปู่ได้ถามเราว่าไปทำเค้าทำไมเค้าอยากเกิดทำไมไม่ให้เค้าเกิดรู้มั้ยว่าการไปฆ่าเค้ามันบาปมากแล้วเป็นแบบนี้ทรมานไหมเราตอบว่าทรมานมากหลวงปู่ท่านเลยพูดว่าแต่ลูกทรมานกว่าเรา 100 เท่า 1000 เท่าเพราะการที่เราไปทำเค้า แบบนั้นกว่าที่คนคนนึงจะได้มาเกิดบางคนต้องชำระล้างจิตวิญญาณเป็น 100 ปี 1000 ปีเค้าตายก่อนอายุขัยเค้าต้องตกไปอยู่ในทะเลเลือดเวลาวันโกนวันพระเค้าจะตะเกียบตะกายขึ้นมาได้เรายิ่งจะทรมานพอได้ยินยังงั้นตัวดิฉันเองก็เลยร้องไห้และหลวงปูไปว่าหนู หนูขอโทษแฟนพาไปทำแล้วทำไมแฟนถึงไม่ได้รับกรรมนั้นทำไมเป็นหนูแค่คนเดียวที่ได้รับหลวงปู่ท่านเลยบอกว่าไม่มีใครที่จะไม่ได้รับกรรมที่ก่อขึ้นแต่บุญเก่าของเรามันหมดแล้วกรรมมันเลยสนองได้เร็วบุญเก่าของแฟนยังเหลือเยอะมันเลยสนองไม่ได้และเค้าก็ก็ยังทำเรื่อยเรื่อยแต่ตอนนั้นเราเป็นวัยรุ่นอยู่เราไม่คิดจะทำบุญ เราหลงละเลิงในการเที่ยวการใช้ชีวิตเราประมาทเกินไป

เดี๋ยวมาเล่าต่อนะคะวันนี้ขออนุญาตพักผ่อนก่อนขอให้ทุกท่านนอนหลับฝันดีก่อนนอนอย่าลืมสวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บุญคุณบิดามารดาครูบาอาจารย์อาทิเช่นหลวงปู่หงส์ พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อนะคะสาธุนะเมติ

ขอเพิ่มเติมนะคะ ช่วงที่อยู่วัดในทุกๆวันกิจวัตรประจำวันของเราช่วยตักน้ำ ช่วยกวาดลานวัดใบไม้ที่หล่น ช่วยตำหมากและในทุกๆวันจะมีลูกศิษย์ลูกหามากหน้าหลายตามากราบไหว้หลวงปู่เยอะมากๆมาจากกรุงเทพมีทั้งดาราในยุคนั้นและก่อนที่เราจะกลับบ้านหนึ่งวันหลวงปู่บอกว่ารู้มั้ยตามโขดหินซอกหินที่ไปนั่งเล่นตอนกลางวันหรือแอบนอนนอนหลับและตามห้องน้ำห้องที่ปิดอยู่ ก่อนหน้านี้เราเคยแอบสงสัยนิดนึงว่าห้องน้ำที่วัดเพชรสร้างเป็น 30 40 ห้องแต่ใช้ได้ไม่กี่ห้องเพราะจะมีคนนำแม่กุญแจมาปิดห้องน้ำไว้คือปิดไม่ให้เข้าเลยแต่เราก็ไม่กล้าถามใครว่าสาเหตุอะไรที่ผิดไม่ให้คนใช้ หลวงปู่บอกว่าในวัดปล่อยงูหลากหลายชนิดนับจำนวนไม่ได้แต่เชื่อมั้ยคะว่างูเหล่านั้นไม่เคยมาทำร้ายคน ที่มารักษาหรือมากราบไหว้หลวงปู่นานนานถึงจะเห็นสักตัวตัวเราเองก็เคยเห็นตัวใหญ่มากแต่เค้าก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรเราเห็นแล้วเค้าก็ เลื้อยหนีเราแอบขนลุกว่าทำไมหลวงปู่ได้ปล่อยงูเยอะแยะมากมายขนาดนั้นทั้งแอบกลัวแต่โชคดีที่จะเป็นวันที่เราได้กลับแล้วตอนที่ยังเป็นเด็กไม่ได้คิดอะไรมากมายและแม่ชีได้บอกเราว่าห้องน้ำที่ปิดตายมีที่มาที่ไปแต่เราไม่ขอกล่าวถึงนะคะ สมัยนั้นหลวงปู่ดุมากเวลาคนที่เสียสติหรือคนบ้านั่นเองคุมคลั่งเราเห็นหลวงปู่ท่านได้ใช้หวายตแต่เป็นการตีรักษานะคะไม่ได้ตีแบบทรมานสมัยนั้นตอนที่หลวงปู่แข็งแรงอยู่ท่านได้บอกเราประจำ วาให้บอกพ่อนำแผ่นทองคำมาให้หลวงปู่จาร สมัยนั้นทองคำน่าจะเป็นหลักร้อยเราได้บอกพ่อแต่พ่อได้นำไปทำแค่สองแผ่นแล้วเราพึ่งมารู้ตอนนี้ว่าตะกรุดนั้นคือตะกรุดสาริกา ถ้าสมัยนั้นรู้ว่าตอนนี้ตะกรุดสาริการาคาสูงขนาดนี้เราคงให้พ่อซื้อแผ่นทองไปหลายแผ่นเพื่อที่จะนำไปให้ท่านจารแต่คงเป็นเพราะบุญวาสนาของเราน่าจะมีแค่นี้แต่เราก็ยังแอบดีใจมาตลอดว่าเราได้เจอหลวงปู่และรู้จักกับหลวงปู่มาตั้งแต่เราเด็กเด็ก แต่ด้วยความที่เป็นเด็กเราไม่ได้คิดอะไรลืมว่าเราเป็นลูกศิษย์ไม่ควรทำผิดศีล ตามที่หลวงปู่เคยสอนแต่นี่เราผิดศีลและเป็นความผิดที่ร้ายแรงมากถ้าเลือกได้และรู้ก่อนหน้านี้เราคงไม่ทำแบบนี้แต่เรื่องของเราเราก็สามารถช่วยไว้ได้หลายชีวิตเพราะมีเด็กเด็กหลายคนที่ไม่พร้อมที่จะมีลูกได้มาปรึกษาเราเราก็ได้เล่าเรื่องของเราให้เป็นอุทาหรณ์ ให้เด็กรุ่นหลังฟังแต่โชคดีมากๆที่เด็กเชื่อและทำตามที่จะไม่เอาลูกออกเดี๋ยวเราจะเล่าเรื่องที่เราป่วยให้ฟังต่อนะคะ

ขอเล่าเรื่องนี้ก่อนนะคะเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นตอนที่เรากำลังป่วยอยู่น่าจะประมาณปี 2549 เราก็ได้เดินทางไปที่จังหวัดสุรินทร์เหมือนทุกๆสัปดาห์ไปนอนที่สุสานทุ่งมนแต่ครั้งนี้พิเศษคือเราแจ้งความความจำนงกับหลวงปู่ว่าหลวงปู่คะ หนูอยากทำพิธีเรียกแฟนตามแฟนกลับมาเพราะตอนนั้นคือพ่อของลูกไม่ได้มาสนใจตัวเราและลูกเลยหลวงปู่ท่านเลยมองหน้าแล้วตอบกลับมาว่าจะไปทำทำไมซื้อของซื้ออะไรก็เยอะหมดเยอะท่านบอก แต่ด้วยความที่เรายังรักและคิดว่าพ่อของลูกจะกลับมาหาเราเราก็ยังยืนยันและบอกหลวงปู่ว่ายังไงหนูก็จะขอทำค่ะหลวงปู่ท่านก็เลยถามกลับมาว่ามีเสื้อผ้าของเค้าอยู่ไหมตอนนี้หนูก็เลยตอบหลวงปู่ไปว่ามีค่ะหลวงปู่ถ้างั้นสัปดาห์หน้าเตรียมเสื้อผ้าเค้ามาด้วย พอถึงวันที่จะทำพิธีพอทำพิธีเสร็จจากที่เราเคยติดต่อแฟนคนเดิมได้กลายเป็นว่าเค้าหายไปไม่ติดต่อมาหาเราและลูกเลยเรายิ่งกลุ้มใจและทุกข์ใจมากกว่าเดิมนับวันรอว่าวันไหนจะถึงวันศุกร์สักทีจะได้ไปหาหลวงปู่แล้วจะได้ถามให้หายสงสัย พอถึงวันที่ได้เจอหน้าท่านเราก็รีบถามท่านไปเลยว่าหลวงปู่คะทำพิธีแล้วทำไมแฟนหายไปเลยยังไม่ถึงสามวันเลยด้วยซ้ำ หลวงปู่ก็ยิ้มแล้วตอบว่าแล้วรู้มั้ยพิธีที่ทำเป็นพิธีเรียกแฟนก็จริงแต่ถ้าเป็นคู่กันขอให้กลับมาภายในสามวันเจ็ดวันแต่ถ้าไม่ใช่คู่กันขอให้หายไปภายในสามวันเจ็ดวันเหมือนกันนี่แหละสาเหตุที่หลวงปู่ยังไม่อยากให้ทำเพราะกลัวเราจะรับไม่ได้เพราะตอนนี้ก็กำลังป่วยอยู่ คือที่อยากจะเล่าหลวงปู่รู้ทุกอย่างแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายภาคหน้ารู้ทุกเรื่องรู้ทุกอย่างแค่ท่านที่จะเลือกพูดหรือไม่พูดแค่นั้นกราบสาธุหลวงปู่ นะเมติ เหมือนเรื่องนี้ท่านได้เตือนก่อนแล้วว่า เก็บเงินไว้เลี้ยงลูกดูแลต้นโพธิ์ต้นไทรใหญ่ดีกว่ามั้ย

ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงจากชีวิตจริงเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเรา เราแค่อยากนำมาเล่าสู่ลูกศิษย์หลวงปู่ อยากเผยแผ่บารมีของท่านศรัทธาและปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นทุกอย่างโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ ขอพูดด้วยสัจจริงอีกครั้งว่าคือเรื่องจริงและเหตุการณ์จริงไม่ได้นำเรื่องของใครมาเล่ามีอีกหลายเรื่องที่เราอยากจะเล่าเพื่อเผยแผ่บารมีครูบาอาจารย์แต่ถ้าเป็นการรบกวนท่านใดต้องขอโทษมากๆเลยค่ะ

Share: