Mongkol Siriwat รู้สึกได้รับพรกับ Prab Man ที่ Ang Sila caladium
#เหตุดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ มีผลต่อ สัตว์โลกอย่างไร (1)
ขออธิบายก่อนว่า ก่อนจะเข้าเรื่องที่มีพี่ท่านนึงถามเรื่องสุริยคราส/จันทรคราส
ผมขอนำเรื่องต้นเหตุของดวงดาว หรือดาวหาง รัศมีดาว
เหตุดวงดาวในวิชชาธรรมกาย มีความเป็นมาอย่างไร ในยุคหลวงปู่ของเรา ที่มีการอธิบายและเล่าสืบทอดกันมาและมีการบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน
คือการสนทนา ระหว่างบุคคลที่1 กับ ลพ.ภาวนา
ซึ่งบุคคลที่1.นี้ เรียก ลพ.ภาวนาว่า คุณน้า และได้มีการบันทึกเสียงไว้ ซึ่งเป็นวิชชาแต่ไม่ได้มีรายละเอียดในวิชชาว่าต้องทำอย่างไร
ซึ่งบุคคลที่1 ขอใช้ชื่อว่า : โยม
บุคคลท่านที่2. จะใช้ชื่อว่า : คุณน้า หมายถึง(ลพ.ภาวนา)
บุคคลท่านที่3 : หมายถึงหลวงปู่ ซึ่ง บุคคลท่านที่1 เรียก หลวงพ่อ/ ท่าน
……………….
หลวงปู่ท่านคงได้อธิบายให้โยมท่านนี้ฟังว่า
หัวเทป โยม : เรื่องดาวหางผมได้รับคำอธิบายจากท่านว่า เค้าจะไปจดกับดวงไหนเป็นหางเมื่อไหร่ คือไม่ได้เป็นดาวเฉพาะกับที่ดาราศาสตร์เค้าเข้าใจ เมื่อดาวหางดวงนี้ผ่านโลก เท่าไรเท่าไร เมื่อนั้นจะโคจรมาอย่างนั้นอย่างนี้
ท่านบอกว่า มันเป็นการเดินเครื่องให้ต่อหางกับดาวดวงใด ให้ไปปรากฏกับประเทศใด ให้มนุษย์แถบใดเห็นอาจเป็นวิบัติ ในพื้นภูมิสำหรับคนในแถบนั้น
อันนี้อะไรอย่างเนี้ย คุณน้าพอจะยังจำได้มั๊ยครับ
ลพ.ถาวนา : จำไม่ได้
โยม : อันนี้ผมจำได้ว่า สำหรับดาวหางเนี่ย ก็เป็นวิธีการเติมหางดาว ของแต่ละดวง ที่จะให้มนุษย์ในแถบนั้นเห็นเป็นนิมิตร้าย-ดี สำหรับในแถบนั้นๆ ทีนี้นอกจากนั้นแล้ว ก็มีอีกอันนึง
การเติมรัศมีดาว คุณน้าพอจะจำได้มั๊ยว่าการเติมรัศมีดาว เค้าทำกันอย่างไร
ลพ.ภาวนา : เค้าบอกว่าดาวทุกๆดวง มันมีดวงจันทร์ ถ้ามีดวงนี้ดวงเล็กๆดวงบริวารอีก ถ้าดวงนี้ ถ้ามีใครมาประมูลสิทธิดวงใหญ่อยู่ ดวงเล็กมันก็ตก
ถ้ายังไงดวงนี้ดับเค้าไม่ได้ เวลาเราจะปิดดวงนี้จะปิดเค้าไม่ได้ ดวงเล็กรัศมีเค้าจะอ่อน เค้าจะส่งฤทธิต่อ
โยม : แล้วผมก็จำได้แบบนี้ คือ การเติมรัศมีดาว มีอยู่สามวิธีด้วยกัน
วิธีที่1 : โดยการเติมเฉพาะดวง อย่างที่มนุษย์เราเรียกว่า ผีพุ่งใต้ ถ้าหากว่าเติมเฉพาะดวง ดวงนั้นนะ รัศมีน้อย
แล้วก็หากว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประมูลฤทธิ์ไป อย่างที่คุณน้าว่านั้นแล้ว เค้าก็จะส่งอย่างเฉียบขาด ฉับพลัน ด้วยการเติมโดยอย่างที่เราเรียกว่า ผีพุ่งใต้ จากดวงหนึ่งไปอีดดวงหนึ่งโดยฉับพลัน
วิธีที่2 : ก็อย่างที่เรา เห็นๆกันบ่อยๆว่า ทางช้างเผือก ทางช้างเผือกในทางดาราศาสตร์ เค้าเข้าใจกันอย่างนึง ว่าคือกลุ่มเมฆ กลุ่มควันอะไรของเค้า แต่ว่า หลวงพ่อ ท่านเคยบอก เท่าที่ผมจำได้ ทางช้างเผือก เนียก็เป็นวิธีการเติมรัศมีดาวทั่วท้องฟ้า
เวลาที่กวาดไปจากขอบฟ้าด้านหนึ่ง ไปยังขอบฟ้า อีกด้านหนึ่งนั่นแหละเป็นการเติมรัศมีดาวทุกๆดวงพร้อมๆกัน คือ ต่างจากการเติมแบบผีพุ่งใต้ และอีก
วิธีหนึ่ง : อันนี้ผมสังเกตุว่า เมื่อสมัยที่ท่านกำลังทำวิชชาอย่าง เฉียบขาดฉับพลันในขณะที่มีสงครามเกิดขึ้น คุณน้าคงจำได้ว่า เค้าตีกันด้วย ฟ้าแลบฟ้าร้อง พอฝ่ายเราทำวิชชาเหนือไป
ฝ่ายโน้นก็ต้องมี ฟ้าแลบฟ้าร้องมาทันที รัศมีดาวที่จะดับ ก็ติดขัดขึ้นมาทันที เนี่ยอันนี้เป็นวิธีการเติมรัศมีดาวของเค้าอีกอย่างนึง
จะเป็นฟ่าแลบก็ตามฟ้าร้องก็ตามก็เป็นการเติมรัศมีดาวของเค้าเหมือนกัน
ฉนั้นมนุษย์เราสรุปแล้วก็อยู่ใต้อิทธิพลของดวงดาว ซึ่งพระพุทธเจ้าจักพรรดิ์ ซึ่งเป็นผู้รักษาคุ้มครอง แล้วแต่ว่าจะเป็นของฝ่ายขาว หรือฝ่ายดำ เท่านั้น
ถ้าหากว่า ฝ่ายขาวร้อยใส้ ดาวนั้นอยู่อิทธิพลดาวที่บังคับบัญชามนุษย์นั้น ก็ให้ผลไปในทางที่ชอบที่ควร คือ เป็นไปตามภาคขาว
ถ้าหากว่า พระพุทธเจ้าจักพรรดิ์ที่คุ้มครองรัศมีดาวนั้นเป็นของฝ่ายดำ มนุษย์ที่อยู่ใต้ดวงดาวเหล่านั้นก็เป็นไปตามอิทธิพลของฝ่ายดำ คือ ปฏิบัติในเส้นทางที่ผิดต่อหลักของฝ่ายขาวนั่นเอง
อันนี้มนุษย์ก็ไม่ทราบ ก็นึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไปนั้นนะ เป็นเรื่องที่ตนคิดตนทำด้วยตนเองทั้งสิ้น หารู้ไม่ว่าถูกร้อยไส้จูงจมูกแบบ…….. …ให้เค้าใช้
แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ทุกคนก็มุ่งหวังที่อยากจะทำดีด้วยกันทั้งนั้น แต่ว่าอิทธิพลของดวงดาวที่กล่าวมาแล้ว ที่จะทำให้ใครต่อใคร
ทำดีกลายเป็นชั่ว หรือว่าทำชั่วคิดว่าทำดี ฉนั้นอิทธิพลดาวที่อยู่และครอบคลุมเหนือความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั้งหลาย
หลวงพ่อท่านบอกว่า : มันเป็นเรื่องตามมาทีหลัง ก่อนมนุษย์ จะเกิดขึ้น
โยม : ผมจำได้ว่าหลวงพ่อท่านเคยบอกว่า มนุษย์รุ่นแรกๆทีเดียว ไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของ ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์
เมื่อแก่มาแล้วก็แก่ เป็นเพชร เป็นพลอย
ไปเลย เข้านิพพานทั้งกายมนุษย์นี้เรียกว่า
เมื่อหลังจากเกิด นิพพาน ภพสาม โลกันต์ และ ก็มีดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์นี้
มาบังคับบัญชาให้มนุษย์ อยู่ใต้อิทธิพลการปฏิบัติการที่พระพุทธเจ้าจักรพรรดิฝ่ายปกครองดวงดาวนั้น บังคับบัญชา
ก็จึงเกิดความไม่สงบ ต่างๆเกิดขึ้น
ต้นธาตุต้นธรรม ก็ได้ส่ง คณะต่างๆ มาเพื่อแก้ไข ให้ฟื้นคืนสภาพเดิม
ในด้านที่ไม่มีดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และให้มนุษย์มีแสง รัศมีในตัวของตัวเอง อย่างเช่นเดิมมาก่อน
……..
ในวิชชาธรรมกาย เรื่องใดที่เป็นปัจจุบันบูรพาจารย์ มักกล่าวว่า “ห้ามพูด หรือ บอกผลของการทำงานนั้นๆ ว่ากำลังทำอะไร อย่างไร“ เพราะคนที่พูดด้วย ภายในอาจสื่อสารถึงสุดละเอียดไปยังฝ่ายตรงข้ามและถูกขัดขวางได้”




