เรื่องเล่ายามนิทรา 78 เหตุดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ มีผลต่อ สัตว์โลกอย่างไร

Mongkol Siriwat รู้สึกได้รับพรกับ Prab Man ที่ Ang Sila caladium

11 ชั่วโมง  ·

#เรื่ิองเล่ายามนิทรา 78

#ประสบการการณ์ปฏิบัติธรรม

#เหตุดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ มีผลต่อ สัตว์โลกอย่างไร (1)

ขออธิบายก่อนว่า ก่อนจะเข้าเรื่องที่มีพี่ท่านนึงถามเรื่องสุริยคราส/จันทรคราส

ผมขอนำเรื่องต้นเหตุของดวงดาว หรือดาวหาง รัศมีดาว

เหตุดวงดาวในวิชชาธรรมกาย มีความเป็นมาอย่างไร ในยุคหลวงปู่ของเรา ที่มีการอธิบายและเล่าสืบทอดกันมาและมีการบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน

คือการสนทนา ระหว่างบุคคลที่1 กับ ลพ.ภาวนา

ซึ่งบุคคลที่1.นี้ เรียก ลพ.ภาวนาว่า คุณน้า และได้มีการบันทึกเสียงไว้ ซึ่งเป็นวิชชาแต่ไม่ได้มีรายละเอียดในวิชชาว่าต้องทำอย่างไร

ซึ่งบุคคลที่1 ขอใช้ชื่อว่า : โยม

บุคคลท่านที่2. จะใช้ชื่อว่า : คุณน้า หมายถึง(ลพ.ภาวนา)

บุคคลท่านที่3 : หมายถึงหลวงปู่ ซึ่ง บุคคลท่านที่1 เรียก หลวงพ่อ/ ท่าน

……………….

หลวงปู่ท่านคงได้อธิบายให้โยมท่านนี้ฟังว่า

หัวเทป โยม : เรื่องดาวหางผมได้รับคำอธิบายจากท่านว่า เค้าจะไปจดกับดวงไหนเป็นหางเมื่อไหร่ คือไม่ได้เป็นดาวเฉพาะกับที่ดาราศาสตร์เค้าเข้าใจ เมื่อดาวหางดวงนี้ผ่านโลก เท่าไรเท่าไร เมื่อนั้นจะโคจรมาอย่างนั้นอย่างนี้

ท่านบอกว่า มันเป็นการเดินเครื่องให้ต่อหางกับดาวดวงใด ให้ไปปรากฏกับประเทศใด ให้มนุษย์แถบใดเห็นอาจเป็นวิบัติ ในพื้นภูมิสำหรับคนในแถบนั้น

อันนี้อะไรอย่างเนี้ย คุณน้าพอจะยังจำได้มั๊ยครับ

ลพ.ถาวนา : จำไม่ได้

โยม : อันนี้ผมจำได้ว่า สำหรับดาวหางเนี่ย ก็เป็นวิธีการเติมหางดาว ของแต่ละดวง ที่จะให้มนุษย์ในแถบนั้นเห็นเป็นนิมิตร้าย-ดี สำหรับในแถบนั้นๆ ทีนี้นอกจากนั้นแล้ว ก็มีอีกอันนึง

การเติมรัศมีดาว คุณน้าพอจะจำได้มั๊ยว่าการเติมรัศมีดาว เค้าทำกันอย่างไร

ลพ.ภาวนา : เค้าบอกว่าดาวทุกๆดวง มันมีดวงจันทร์ ถ้ามีดวงนี้ดวงเล็กๆดวงบริวารอีก ถ้าดวงนี้ ถ้ามีใครมาประมูลสิทธิดวงใหญ่อยู่ ดวงเล็กมันก็ตก

ถ้ายังไงดวงนี้ดับเค้าไม่ได้ เวลาเราจะปิดดวงนี้จะปิดเค้าไม่ได้ ดวงเล็กรัศมีเค้าจะอ่อน เค้าจะส่งฤทธิต่อ

โยม : แล้วผมก็จำได้แบบนี้ คือ การเติมรัศมีดาว มีอยู่สามวิธีด้วยกัน

วิธีที่1 : โดยการเติมเฉพาะดวง อย่างที่มนุษย์เราเรียกว่า ผีพุ่งใต้ ถ้าหากว่าเติมเฉพาะดวง ดวงนั้นนะ รัศมีน้อย

แล้วก็หากว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประมูลฤทธิ์ไป อย่างที่คุณน้าว่านั้นแล้ว เค้าก็จะส่งอย่างเฉียบขาด ฉับพลัน ด้วยการเติมโดยอย่างที่เราเรียกว่า ผีพุ่งใต้ จากดวงหนึ่งไปอีดดวงหนึ่งโดยฉับพลัน

วิธีที่2 : ก็อย่างที่เรา เห็นๆกันบ่อยๆว่า ทางช้างเผือก ทางช้างเผือกในทางดาราศาสตร์ เค้าเข้าใจกันอย่างนึง ว่าคือกลุ่มเมฆ กลุ่มควันอะไรของเค้า แต่ว่า หลวงพ่อ ท่านเคยบอก เท่าที่ผมจำได้ ทางช้างเผือก เนียก็เป็นวิธีการเติมรัศมีดาวทั่วท้องฟ้า

เวลาที่กวาดไปจากขอบฟ้าด้านหนึ่ง ไปยังขอบฟ้า อีกด้านหนึ่งนั่นแหละเป็นการเติมรัศมีดาวทุกๆดวงพร้อมๆกัน คือ ต่างจากการเติมแบบผีพุ่งใต้ และอีก

วิธีหนึ่ง : อันนี้ผมสังเกตุว่า เมื่อสมัยที่ท่านกำลังทำวิชชาอย่าง เฉียบขาดฉับพลันในขณะที่มีสงครามเกิดขึ้น คุณน้าคงจำได้ว่า เค้าตีกันด้วย ฟ้าแลบฟ้าร้อง พอฝ่ายเราทำวิชชาเหนือไป

ฝ่ายโน้นก็ต้องมี ฟ้าแลบฟ้าร้องมาทันที รัศมีดาวที่จะดับ ก็ติดขัดขึ้นมาทันที เนี่ยอันนี้เป็นวิธีการเติมรัศมีดาวของเค้าอีกอย่างนึง

จะเป็นฟ่าแลบก็ตามฟ้าร้องก็ตามก็เป็นการเติมรัศมีดาวของเค้าเหมือนกัน

ฉนั้นมนุษย์เราสรุปแล้วก็อยู่ใต้อิทธิพลของดวงดาว ซึ่งพระพุทธเจ้าจักพรรดิ์ ซึ่งเป็นผู้รักษาคุ้มครอง แล้วแต่ว่าจะเป็นของฝ่ายขาว หรือฝ่ายดำ เท่านั้น

ถ้าหากว่า ฝ่ายขาวร้อยใส้ ดาวนั้นอยู่อิทธิพลดาวที่บังคับบัญชามนุษย์นั้น ก็ให้ผลไปในทางที่ชอบที่ควร คือ เป็นไปตามภาคขาว

ถ้าหากว่า พระพุทธเจ้าจักพรรดิ์ที่คุ้มครองรัศมีดาวนั้นเป็นของฝ่ายดำ มนุษย์ที่อยู่ใต้ดวงดาวเหล่านั้นก็เป็นไปตามอิทธิพลของฝ่ายดำ คือ ปฏิบัติในเส้นทางที่ผิดต่อหลักของฝ่ายขาวนั่นเอง

อันนี้มนุษย์ก็ไม่ทราบ ก็นึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไปนั้นนะ เป็นเรื่องที่ตนคิดตนทำด้วยตนเองทั้งสิ้น หารู้ไม่ว่าถูกร้อยไส้จูงจมูกแบบ…….. …ให้เค้าใช้

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ทุกคนก็มุ่งหวังที่อยากจะทำดีด้วยกันทั้งนั้น แต่ว่าอิทธิพลของดวงดาวที่กล่าวมาแล้ว ที่จะทำให้ใครต่อใคร

ทำดีกลายเป็นชั่ว หรือว่าทำชั่วคิดว่าทำดี ฉนั้นอิทธิพลดาวที่อยู่และครอบคลุมเหนือความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั้งหลาย

หลวงพ่อท่านบอกว่า : มันเป็นเรื่องตามมาทีหลัง ก่อนมนุษย์ จะเกิดขึ้น

โยม : ผมจำได้ว่าหลวงพ่อท่านเคยบอกว่า มนุษย์รุ่นแรกๆทีเดียว ไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของ ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์

เมื่อแก่มาแล้วก็แก่ เป็นเพชร เป็นพลอย

ไปเลย เข้านิพพานทั้งกายมนุษย์นี้เรียกว่า

#นิพพานเป็น

เมื่อหลังจากเกิด นิพพาน ภพสาม โลกันต์ และ ก็มีดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์นี้

มาบังคับบัญชาให้มนุษย์ อยู่ใต้อิทธิพลการปฏิบัติการที่พระพุทธเจ้าจักรพรรดิฝ่ายปกครองดวงดาวนั้น บังคับบัญชา

ก็จึงเกิดความไม่สงบ ต่างๆเกิดขึ้น

ต้นธาตุต้นธรรม ก็ได้ส่ง คณะต่างๆ มาเพื่อแก้ไข ให้ฟื้นคืนสภาพเดิม

ในด้านที่ไม่มีดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และให้มนุษย์มีแสง รัศมีในตัวของตัวเอง อย่างเช่นเดิมมาก่อน

……..

ในวิชชาธรรมกาย เรื่องใดที่เป็นปัจจุบันบูรพาจารย์ มักกล่าวว่า “ห้ามพูด หรือ บอกผลของการทำงานนั้นๆ ว่ากำลังทำอะไร อย่างไร“ เพราะคนที่พูดด้วย ภายในอาจสื่อสารถึงสุดละเอียดไปยังฝ่ายตรงข้ามและถูกขัดขวางได้”

#เป็นเรื่องอจินตรัย

#เพื่อเผยแพร่บารมีบูรพาจารย์

เรื่องเล่ายามนิทรา 79

ประสบการการณ์ปฏิบัติธรรม

เหตุดวงดาวดวงจันทร์ดวงอาทิตย์(2/3)

โยม : อิทธิพล ของมนุษย์ จากการปกครองของ ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ที่เป็นระบบการปกครองมนุษย์ นานมาแล้ว

เดิมทีเดียวนั้นมนุษย์ไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์
แต่ว่าต่อมาเมื่อเกิด นิพพาน ภพสาม โลกันต์ ขึ้นแล้ว ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ก็มีอิทธิพลในการปกครองมนุษย์ ด้วยการส่งกระแส ร้อยไส้ มนุษย์ทุกๆคนที่เป็นอยู่ในภพนี้

ที่สำคัญสำคัญมีอยู่ เป็นดาวรัตนทั้งเจ็ด
คือ ช้างแก้ว ม้าแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว จักรแก้ว แก้วมณี นางแก้ว ตามนี้

เท่าที่หลวงพ่อท่านเคยชี้แจง และชี้ตัวจริงให้เห็นนั้น ก็มีดาวช้างแก้วที่มีขุนคลังแก้วขี่อยู่ ดาวช้างแก้วเนี่ย ในทัศนะของคนไทยทั่วๆไปเค้าเรียกว่าดาวไถ ตามส่วนดวงดาว ดาวไถนั้นเป็นส่วนดวงดาวที่ชัดมาก โดยเฉะาะส่วนใบหูช้างแก้ว แต่ถ้าหากว่าเราจะพิจารณา ไปตามที่ท่านชี้ให้เห็นแล้ว เป็นต้นว่ามีดาวเล็กๆ ถ้าหากว่าเราลากเส้นกราฟลงมา เป็นจริงอย่างที่ท่านว่า คือ เป็นขุนคลังแก้วขี่บนคอช้างแก้ว และขุนพลแก้วขี่บนคอม้าแก้ว ทีนี้ต่อมาช้างแก้ว ม้าแก้ว ขุนพลแก้วขุนคลังแก้วดังกล่าวแล้ว

ก็มีดาวบรมจักร สี่ชุดสี่ดวง ถ้าหากว่าการทำวิชชาของท่านสำเร็จแล้ว ดาวบรมจักรทั้งหลายเหล่านี้ จะมาชุมนุมรวมตัวกันอยู่กลางท้องฟ้า ขณะที่เราเห็นนี้ จะมีอยู่สองดวง ส่วนอีกสองดวงนั้นจะมองไม่เห็น

ที่เราเห็นสองดวง มีหนึ่งสุขใส เป็นดาวบรมจักรของฝ่ายขาว

อีกหนึ่งระยิบระยับ โดยทัศนะของดาราจักรเรียกว่าดาวศุกร์

อีกดวงหนึ่งที่เราเรียกกันทั่วๆไปว่าดาวฤกษ์ หรือว่าดาวประจำเมือง อันนี้แหละ เป็นดาวสุขใส ที่จะเห็นได้ในเวลาเช้ามืด อันนี้จะเป็นดาวบรมจักรของฝ่ายดำเค้า นอกจากนี้ก็มีดาวนกยูงคลุมกลุ่มดาวทั้งหมด เป็นการครอบคลุม เป็นดาวของฝ่ายดำเค้า เป็นฝ่ายปกครองอยู่ขณะนี้
ถ้าว่าอิทธิพลดาวเหล่านี้ ถ้าหากว่าฝ่ายขาวทำวิชชาละเอียด การปกครอง พระพุทธเจ้าจักรพรรดิ์ที่ปกครองดาว ก็อยู่ใต้อิทธิพลการปดครองของฝ่ายขาว

ถ้าว่าฝ่ายดำ ทำวิชชาได้ละเอียด พระพุทธเจ้าจักรพรรดิ ฝ่ายปกครอง ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ปกครองการเป็นอยู่ของมนุษย์ทั้งหลายนั่น ก็อยู่ใต้การปกครองอิทธิพลของฝ่ายดำเค้า

อันนี้มีความสำคัญ เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั้งหลาย ฉะนั้นในภาคของมนุษย์ จึงมีสถิติต่างๆ ในด้านพยากรณ์ หลาย 1000 ปีมาแล้ว ในระบบโหราศาสตร์บ้าง ดาราศาสตร์บ้าง ทางโหราศาสตร์นี้ ก็อาศัยปรากฏการณ์ จากท้องฟ้า ด้วยดวงดาวซึ่งพระพุทธเจ้าจักรพรรดิ บังคับบัญชานั้น เป็นจุดใหญ่ในการสังเกตการ เป็นจุดๆ

ถ้าหากว่า เกิดดวงดาว อาทิตย์ จันทร์อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ นั้น มาสัมพันธ์ ทำมุมกันอย่างไรแล้ว จะมีปรากฏการณ์เป็นอย่างไร แล้วถ้าหากว่ามีดาวหางเกิดขึ้น จะมีปรากฏการณ์เป็นอย่างไร ถ้าหากว่ามี จันทรคราสสุริยคราส ปรากฏการณ์จะเป็นอย่างไร

ถ้าหากว่ามนุษย์ทุกคนได้สังเกต ความเป็นอยู่ของตนในขณะ ที่ดาวนั้นมีสัมพันธ์ก็ดี ในขณะที่ดาวนั้นโคจรไป ทำมุมกันหรือว่าทับกันต่างนั้นก็ดี ก็จะปรากฏว่า ผลปรากฎตามนั้นเป็นมหัศจรรย์ เช่นเวลาที่ สุริยคลาสวงแหวน ถ้าหากว่าดวงชะตาของผู้ใด มีสัมพันธ์ดีกับสุริยคราสวงแหวน ใน ขณะนั้น บุคคลผู้นั้นจะรู้สึกจิตใจปลอดโปร่ง

ลพ.ภาวนา : ดาวลูกไก่เป็นดาวของ ฝ่ายภาคขาว ถ้าดาวจระเข้เป็นของฝ่ายภาคดำ
โยม : แล้วช้างแก้ว ม้าแก้ว ขุนคลังแก้ว ขุนพลแก้ว นี่ล่ะเป็นฝ่ายภาคขาวหรือภาคดำ

ลพ.ภาวนา : ภาคขาว
โยม : แล้วของภาคดำเท่าที่คุณน้าจำได้ล่ะมีอะไรบ้าง

ลพ.ภาวนา : เค้าก็มีดาวบรมจักรเหมือนกัน แล้วก็ดาวช้างแก้วม้าแก้วของเค้าก็มีเหมือนกัน
โยม : ของเค้าก็มีของเราก็มีเหมือนกัน แล้วคุณน้าพอนึกได้ไหมครับ ว่ามีอะไรอีก

ลพ.ภาวนา : ก็มีดาวรูปนกยูง
โยม : ที่ หลวงพ่อเคยชี้ให้ดู ดาวนกยูงนี่เป็นผัง คุมดาวทั้งหมด ซึ่งมนุษย์จะเห็นตอนเช้ามืด สำหรับของเค้าดาวนกยูงที่เห็นนี่รู้สึกว่าใหญ่มาก สุดขอบฟ้า

ดาวนกยูงนี่เป็นเค้าโครงรูปนกยูงตัวใหญ่ครอบดาวทั้งหมด

อันเนี่ยหลวงพ่อเพิ่งจะบอกว่า อันเนี่ยเป็นผังการปกครองที่ใหญ่ เหนือผังใดใดทั้งหมดของฝ่ายเค้า

แล้วผมยังจำได้อีกว่า ดาวทั้งสองฝ่ายเนี่ย ถ้าหากว่าฝ่ายเราละเอียด ใครจะหลุดพ้นอิทธิพลของดาว เป็นต้นว่า อย่างละรัศมีของดาวเราจะสังเกตได้ ดาวอันไหนเป็นฝ่ายขาว ดาวอันไหนเป็นฝ่ายดำ

ท่านบอกผมหมดว่า ถ้าดาวที่ไม่มีแสงระยิบระยับ นั่นเป็นของฝ่ายขาว
ถ้าหากว่ามีแสงระยิบระยับแล้วนั่นเป็นของฝ่ายดำ แต่ก็ไม่สม่ำเสมอไป

หลวงพ่อเคยชี้ให้ผมดู บนท้องฟ้าว่า ไอ้ดาวลูกไก่ถ้าใกล้กับดาวจมูกม้า เมื่อไหร่ระเบิดลงกรุงเทพทุกที คุณน้ายังจำได้มั๊ย

ลพ.ภาวนา : จำผ่านๆ ถ้าดวงจันทร์ผ่านหรือเข้าใกล้ดาวจมูกม้าจะเกิดวิบัติจะเกิดสงคราม

เป็นเรื่องอจินตรัย

07.19 17/8/69

Share: