เรื่องเล่ายามนิทรา67ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม

Mongkol Siriwat รู้สึกได้รับพรกับ บากบั่น ใบเบิกบุญ และคนอื่นๆ อีก 4 คน

6 ชั่วโมง  ·

#เรื่องเล่ายามนิทรา67

#ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม

#หุ่นเชิด 2/3

ไหนน้องมัต ลองเล่าให้พี่ฟัง อย่าละเอียดละเอียดเลยอีกทีซิ

พูดแล้วพรัอมกับหยิบมือถือส่งให้น้อง

บรรยายแล้วอัดให้พี่ด้วย

มัต : วันที่22 ตอนที่ผมขอพี่ ว่าจะไปนั่งคนเดียว เพราะอยากรู้ถ้านั่งคนเดียวโดยไม่มีพี่จะเป็นอย่างไร ผมก็ไปนั่ง

ตรง…………. แล้วก็ตรง………. ของวัด

ตอนที่นั่งที่นั่น สมาธิไม่รวมเลยครับ ฟุ้งซ่านตลอด ดึงกลับมาก็ดึง ไม่ได้ ขนาดผมนั่งเป็นชั่วโมงเลยนะครับ จิตมันเริ่มคิด เริ่มปรุงแต่งไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่า มันคิดหนักขึ้น หนักขึ้น จนมันมีตัวขึ้นมา ตัว เอ๊ะ! ขึ้นมา มันเป็นเสียงครับพี่

มันพูดกับผม มันบอกว่า มัต กลับบ้านกลับมาทำแบบเดิมเถอะ ทำพุทโธ ทำแล้วเกิดธรรมสังเวช ทำสบายๆ ทำ5นาที10นาทีก็ได้

สายนี้ มันหนักไป ให้ภาวนาอย่างเดียว กลับเถอะ กลับไปทำแบบเก่า เหมือนตัวเอ๊ะ มันเปรียบเทียบให้ดู แล้วจู่ๆ มันก็มี

ตัวเอ๊ะ ขึ้นมาอีกตัว มาพูดให้ผมฟัง บอกว่าทางนี้ก็ดีนะ พี่เค้าก็ดี หลวงพี่ก็ดี ถ้ากลับไปทำแบบเก่า ไม่สงสารพี่กับพระอาจารย์เค้าเหรอเค้าดูแลมัตอย่างดี

ส่วนอีกตัวก็เถียง พุทโธ ดีกว่า ทำสบายๆเบาๆ ไม่เครียด ทำบ้างไม่ทำบ้างยังได้เลย

ส่วนอีกตัวก็ให่เหตุผลว่า ดีทุกอย่างสัมมาอะระหัง ก็ดี ลองทำดู มาถูกทางแล้ว

มันเหมือนผมอยู่ ตรงกลางแล้วฟังสอง ฝ่าย ผมสับสน ฟุ้งซ่านมาก พอนานๆไป

ผมรู้สึกเกียจพี่ เกียจหลวงพี่ ไม่อยากคุยไม่อยากพูด ไม่อยากเห็นหน้าพี่กับหลวงพี่เลย ก็อยากจะให้แฟนผมมารับเดี๋ยวนี้

เนี่ยว่าจะโทรไป ให้เค้ามารับ

ทำให้ผมนึกถึงน้าผม ที่เสียไปแล้วที่สอนผม จนน้ำตาผมไหล จนผมต้องย้ายออกจากที่………

ไปนั่งอีกที่……….

แต่ก็เหมือนเดิม ผมระงับมันไม่อยู่ มันเหมือนผมได้ยิน “คนสองคนเฉียงกัน แล้วผมอยู่ตรงกลาง” ตลอดเวลา

พี่เข้าใจมั๊ย ผมสับสนไปหมด“ จนไม่รู้จะทำไง ไม่มีสมาธิเลย ดึงกลับมาก็ดึงไม่ได้ทำไงก็ดึงกลับมาไม่ได้

ผมต้องขอโทษพี่ด้วย ขอโทษ หลวงพี่ด้วย ที่รู้สึกไม่ชอบหน้าพี่ ไม่ชอบหลวงพี่

ตอนนี้มันอึดอัดไปหมด ทรมาน มันอยากกลับไปทำแบบเก่า

พรุ่งนี้ผมให้คำตอบพี่นะครับ ว่าผม จะทำแบบสายนี้หรือทำแบบพุทโธ

ทั้งหมดนี่ผมสาบานได้ ว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผม นะครับ

แล้วน้องก็ส่งโทรศัพย์คืน

…………

พี่ขาว : แล้วคืนนี้ ไหวมั๊ย ห้อง21 เวลา19.40 เหมือนเดิม

มัต : ครับพี่ ถ้าไหวเดี๋ยวผมเข้าไปนั่งครับ

ให้ผมตัดสินใจก่อน ว่าผมจะทำแบบไหนแล้วผมจะบอกพี่นะครับ

พี่ขาว : ครับ มัต ไว้เจอกัน

พี่ขาว : ตอนนี้เรา เตรียมตัวฟังพระสวดเถอะ ใกล้เวลาแล้ว

……..

19.40 ห้อง21

มัต เปิดประตูเข้ามา ด้วยสีหน้าหม่นหมอง พร้อมนั่งบนอาสนะที่เตรียมไว้

มัต : พี่ผมยัง ไม่ได้ตัดสินใจเลยครับว่าจะกลับไปทำพุทโธ หรือ แบบธรรมกายดี

คือตอนนี้ ผมอยู่ตรงกลาง ระหว่างสองทางนี้ครับ สับสนไปหมด ไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี

พี่ขาว : ไม่เป็นไร ค่อยๆคิดไป แต่ถ้าจะกลับไปทำแบบเดิม พี่ขอให้เอาส่วนที่เป็นประโยชน์ ที่มานั่งที่นี่ กลับไปทำด้วย

เช่นว่า นั่งนานขึ้น มีความตั้งใจขึ้น ฯ

เพราะมีประโยชน์ เป็นการฝึกความเพียรด้วย ขันติด้วย สัจจะด้วย โดยเฉพาะ“สติ”

จะปฏิบัติแบบไหน ก็ดีทั้งนั้น แต่ต้องทำให้สุด ทำให้เข้าใจ จะได้ไม่พลาด ทุกสายเป็นบุญเป็นกุศลทั้งนั้น

เอ่อ พี่ค้างมัตไว้ ที่พี่บอกว่า 2-3 พี่ค่อยบอก เรื่องที่นัตฝันถึงหลวงป๋า

ได้เวลาที่พี่จะบอกละ

พี่ขาว : ที่นัตฝันว่าหลวงป๋า ยื่นพระมาให้ แล้วนัตไม่เอาน๊ะจำได้มั๊ย

คือ หลวงป๋าท่านยื่นดวงแก้ว มาให้นะ แต่ในฝันนัตอาจจะเห็นเป็นพระ

นัต : เรื่องที่ผมฝันเป็นเรื่องจริงๆใช่มั๊ยครับพี่

พี่ขาว : อ่านเรื่อง กายฝัน รึยัง เรื่องนี้พี่ตั้งใจให้นัตอ่าน นัตจะได้เข้าใจ

นัต : อ๋ออออออ อ่านแล้วครับ เข้าใจเลย เป็นแบบนี้เอง

พี่ขาว : วิชชาธรรมกาย มีเหตุและผลทุกอย่าง เข้าใจได้ เข้าใจไปถึงต้นเหตุ ว่าเหตุที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมถึงเกิดเหตุนั้น นี่ความละเอียดของวิชชาธรรมกาย

พี่ขาว : วันนี้สบายๆแล้วค่อยนั่งเน้อ

มัต : ครับ

พี่ขาว : นัตพี่จะเล่าอะไรให้ฟัง

วิชชาธรรมกายมี การคลุมวิชชา ด้วยนะ

สมัยก่อนมีการปฏิบัติแบ่งกลุ่มกัน กลุ่มละ 10-15 คน ในกลุ่มก็จะมี วิทยากรและผู้ช่วยวิทยากร ด้วย

หลวงป๋าท่าน จะสอนการ “คลุมวิชชา”และการ “กลั่นธาตุธรรม” ว่าต้องทำยังไง

ทีนี้ตอนเช้า ที่มัต ไปนั่งคนเดียว ตลอดเวลาที่นั่ง เป็นชั่วโมง ทำไมมัตคุมเสียงฟุ้งซ่านเหล่านั้นไม่ได้

จะต่างกับที่มัต นั่งที่หอสังเวชฯ เข้าใจรึยังละ ลองคิดดู ลองเปรียบเทียบดู

พี่ขาว : มัตนั่งที่หอสังเวช ถึงฟุ้งซ่าน ก็ไม่ได้ฟุ้งซ่านแบบสะเบอะสะปะ ยังดึงกลับมาได้ ยังมีสมาธิบ้าง บางครั้งไม่มีบ้าง ใช่มั๊ยละ

มัต : ครับ

พี่ขาว : ตอนที่มัตขอลองไปนั่งคนเดียว

พี่รู้แล้วว่าจะเป็นไง แต่ให้ไปเพราะ บางครั้ง

“การสอนบางครั้ง ต้องให้ผู้นั้นประสบปัญหาเอง เจอเองจริงๆ“

แล้วค่อยบอก ให้แก้ไข อันนี้ความคิดของพี่เองนะ ไม่รู้ว่าผิดหรือป่าว

อย่างเรื่องฝัน เนี่ย วิชชาธรรมกาย ก็รู้ได้ มีเหตุมีผล

เรื่องฝัน ก็มีกายละเอียด อยู่ข้างในเยอะะะะะะะะ หลวงปู่เราก็มีเหตุผลด้วยนะว่ากายฝันมายังไง

อย่างมัตบอกว่า ตัว เอ๊ะ! ของมัตเนี่ยเหมือนมีตัวมีตน เป็นเป็นสภาวะธรรม

ไอ้ตัวเอ๊าะ มี2ตัวเถียงกัน แล้วมีตัวมัตเอง อยู่ตรงกลาง กำลังฟัง2ตัวนั้นเถียงกันอยูมัตคิดว่าแบบนี้

แต่เรื่องวิชชาธรรมกาย รู้ละเอียดนะ ในวิชชาธรรมกายที่หลวงป๋าสอน

เค้าเรียกว่า “ธาตุธรรมสามฝ่าย” เค้ากำลังแย่งกันทำหน้าที่ ปกครอง ฝ่ายไหนชนะ ฝ่ายนั้นก็ปกครองได้

แต่มัตอาจจะงงนะ! คืออะไร?

ที่มัตเห็นหลวงป๋าท่านเอาพระมาให้

เห็นตัวเอ๊ะ อะไร เนี่ย เมื่อมัต ปฏิบัติได้ผลดี สามารถ ถอยไปดูได้ ดูถึงต้นเหตุได้ ว่าจริงๆแล้ว คืออะไร?

มัต : เห็นจริงๆเหรอครับ

พี่ข่าว : ต้องรู้เองนะ ใครบอก อย่าไปเชื่อ

พรุ่งนี้กลับแล้วใช่ป่าว

มัต : ครับแฟนมารับ

พี่ขาว : นั่งเลยเน้อ พี่เปิดเทปหลวงป๋าให้ฟัง

……………

เราบอกกับตัวเองว่า รอบนี้ ต้อง ทำให้ดีที่สุด

เราพลาดมาหลายรอบละ ต้องตั้งใจกว่าเก่าหลายๆเท่า

…………..

ที่ให้น้องอัดใส่โทรศัพย์ เพราะต้องการข้อมูลทั้งหมด เพื่อการศึกษา เพราะเคลส

นี้ชัดเจน ข้อความที่น้องพูดยาวมาก

จึงเอามาสรุป พอคร่าวๆ คำบรรยายทั้งหมด ไม่ตรงทุกคำพูด100% แต่เนื้อหาและความหมาย ตรง100%

………..

ขออนุญาตเจ้าตัวแล้ว ในการเอาไปเผยแพร่ เพราะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย และชี้ให้เห็นว่า วิชชาธรรมกาย ของหลวงปู่ วัดปากน้ำ เป็นของจริง.

#เป็นเรื่องอจินตรัย อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน

ส่วนไหนมีประโยชน์เก็บไปใช้ ส่วนไหนไม่มีประโยชน์ปล่อยผ่าน

#เผยแพร่บารมีบูรพาจารย์

ประมาณ 02.22 25/7/69

Mongkol Siriwat รู้สึกได้รับพรกับ บากบั่น ใบเบิกบุญ และคนอื่นๆ อีก 4 คน

4 ชั่วโมง  ·

#ลงให้จบไปเลย หุ่นเชิด 3/3

#เรื่องเล่ายามนิทรา 68

#ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม

#หุ่นเชิด (3/3)

19.40 ห้อง21

พี่ขาว : นั่งเลยเน้อ พี่เปิดเทปหลวงป๋าให้ฟัง เมื่อเปิดเทปหลวงป๋าแล้ว นั่งไปประมาณ 1 ชม. เทปหลวงป๋า จบพอดี เมื่อถึงเวลาลืมตาขึ้นมา

พี่ขาว : เป็นไง! มัต ว่ามาซิ

มัต : โห พี่ พอนั่งไปสักพัก ใจเริ่มรวมได้

ในความรู้สึกนะ ข้างในตัว มันเหมือนสำรอก อะไรออกมา อวกอะไรออกมาเหมือนของเสียสะอิดสะเอียน เป็นแบบนี้อยู่พักใหญ่ แล้วความวิตกฟุ้งซ่าน ความสับสนทั้งวันของผมก็หาย พอหายแล้วก็รู้สึกสบายตัว ข้างในสดชื่น แล้วเหมือนมันมีความเย็นสบายออกจากข้างใน ออกมานอกตัว ทั่วตัวเลยครับ ความเย็นสบายไล่ตั้งแต่หัว หัวไหล่ ลงถึงปลายเท้าเลย แล้วก็ไล่จากปลายเท้าขึ้นมาถึงหัว เป็นแบบนี้นานมาก เหมือนเราร้อนๆแล้วเราไปเล่นน้ำตกที่เย็นฉ่ำ จนหมดเวลา ส่วนจุดเล็กใส ครัังนี้ก็ยังเห็นอยู่นะครับ จับได้นานกว่าเก่ามาก ชัดกว่าเก่า มีความสุขมากเลย ผมยังนึกว่า ทำไมวันนี้เทปหลวงป๋าจบเร็ว นี่ออกจากสมาธิแล้วยังเย็นอยู่เลยครับ เย็นทั้งภายนอกและภายใน ตั้งแต่เกิดมา ผมปฏิบัติธรรมมา ยังไม่เคยเจอแบบนี้เลยครับ

มัต : ถามจริงๆ พี่ทำใช่มั๊ยครับ พี่ช่วยผม ใช่มั๊ยครับ เพราะมันเหมือนมีอะไร มาคลุมตัวผม ตั้งแต่หัวไหลถึงปลายเท้า ทำให้ผมเย็นซ่าน ไปทั้งตัว

พี่ขาว : ไม่ใช่ มัตทำเอง

มัต : ผมถามจริงๆพี่ ช่วยใช่มั๊ย เพราะมันเหมือนความเย็นมันลูบไล้ผมทั่วตัว ทำให้ผมเย็นสบายยยยย

พี่ขาว : มัต! เอ็งทำเอง

มัต : ทำท่างงๆ

พี่ขาว : เมื่อมีสมาธิถึงตรงนี้ ที่เค้าเรียกว่า ปิติ (คิดในใจ มัต มัตเกือบจะเห็นดวงละ อีกจี๊ดดดดดดเดียวเอง)

สายอื่น เวลาเกิดปิติ เค้าจะไม่ ชัดเจนแบบมัต เพราะ…

ใจเค้า ไม่ได้ใช้เวลาอยู่ที่ศูนย์ ตั้งแต่แรก

พอเริ่มมีสมาธิ สมาธิจึงเริ่มรวมจากข้างนอกและจึงมารวมที่ท้องจาก แบบยังไม่มั่นคง เบลอๆ แต่รับรู้ ความรู้สึกได้

คนที่ทำสมาธิแบบสายอื่น พอถึงตรงนี้บางครั้งยังรับรู้อารมณ์การเห็นและความรู้สึกยังไม่ชัดเจน จึงเห็นแบบเบลอๆ ยกเว้น…..

กรรมฐาน ที่ส่งใจเข้าข้างใน จะดีกว่าแบบ ส่งใจออกนอกตัว

ส่วนของมัต จรดศูนย์ตั้งแต่แรกเริ่ม พอสมาธิรวม ก็ชัดเลย มีกำลัง รูสึกชัดเจน เจ่มแจ้ง ความรู้สึกถึงอารมณ์ ความสงบ คมชัด นี่แหละข้อดีของการจรดศูนย์ ตรงฐานที่7 ในวิชชาธรรมกาย

ให้จำข้อแตกต่างตรงนี้ไว้ อารมณ์ รายละเอียด ความชัดและวิธีปฏิบัติ เผื่อมีโอกาสแนะนำใคร จะได้ไม่ผิดพลาด

มัต : ครับพี่

พี่ขาว : พรุ่งนี้กลับแล้วนี่เน้อ เอาข้อดีกลับไปทำ

มัต : พี่ ผมจะทำแบบนี้ แบบวิชชาธรรมกาย ผมไม่ทำแบบอื่นละ

พี่ขาว : ตามใจ แบบไหนก็ได้

#แต่ปฏิบัติให้จริงอย่าทำแบบงูๆปลาๆ

#เผื่อวันข้างหน้าได้ชื่อว่าอาจารย์

#จะได้ตอบลูกศิษย์ถูก

#การปฏิบัติต้องใช้เวลา

#แต่ทุกครั้งที่ใช้เวลาในการปฏิบัติ

#ได้บุญทุกครั้ง……

#วิชชาธรรมกาย ถ้าตรงศูนย์จริงๆ แนบสนิทที่ศูนย์ที่7 จะไม่ผ่านปิติ จะเกิดดวงใหม่เลย

………

ทำไม ฝันถึงหลวงป๋า

ทำไม ถึงมีความคิดว่า อยากไปนั่ง คนเดียว

ทำไม ถึงมีความรู้สึก ฟุ้งซ่าน จนระงับไม่อยู่

ทำไม ถึงรู้สึก โกรธ เกียจ ไม่อยากคุยด้วย

ทำไม ถึงอยากกลับบ้าน อยากกลับไปปฏิบัติแบบเก่า

ทำไม จึงมีความรู้สึกว่าอวก ว่าสำรอกของเสีย

ทำไม ความฟุ้งซ่าน เหล่านั้น เหมือนมีตัว3ตัว ดึงกันไปดึงกันมา

#สุดท้ายแล้ว ธาตุธรรมสามฝ่าย ต้องมีฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด ปกครองสัตว์โลก

#บางครั้ง เราเห็น คนที่กำลังกลับใจ กลับไปกลับมา จะทำดีแล้วไม่ทำ จะทำเลวแล้วไม่ทำ หรือ คนดีกลายเป็นคนทำเลว คนเลวกลับตัวเป็นคนดี นี่แหละเพราะธาตุธรรมเค้า ประมูลฤทธิ์กันอยู่ ในที่สุดละเอียด

“ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ”

ถ้าฝ่ายใดชนะ จึงปกครองสัตว์โลกสำเร็จ

#นี่คือเหตุและผล

#ที่รู้ได้ด้วยวิชชาธรรมกาย

#วิชชาธรรมกาย เป็นวิทยาศาสตร์ รู้ถึงต้นเหตุของสิ่งนั้น

……….

ขออนุญาตเจ้าตัวแล้ว ในการเอาไปเผยแพร่ เพราะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย และชี้ให้เห็นว่า วิชชาธรรมกาย ของหลวงปู่ วัดปากน้ำ เป็นของจริง.

………..

#เป็นเรื่องอจินตรัย อย่าเพิ่งเชื่อ ส่วนไหนมีประโยชน์ รับเฉพาะสิ่งนั้น สิ่งไหนที่ไม่มีประโยชน์ เลื่อนผ่านไป

#เพื่อเผยแพร่บารมีบูรพาจารย์

Share: