เรื่องเล่ายามนิทรา72ฌาน1-4ในวิชชาธรรมกาย เหมือนหรือต่างจากในคำภีร์ อย่างไร

Mongkol Siriwat รู้สึกได้รับพรที่ Ang Sila caladium

53 นาที  ·

#เรื่องเล่ายามนิทรา72

#ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม

#การปฏิบัติแบบวิชชาธรรมกาย(2)

#ฌาน1-4ในวิชชาธรรมกาย เหมือนหรือต่างจากในคำภีร์ อย่างไร?

…………..

ฌาน4 แบบในคัมภีร์หรือที่อื่นๆ

ฌาน ที่ 1 (ปฐมฌาน)มีอารมณ์ วิตก วิจารณ์ ปิติ สุข เอกัคคตา

ฌาน ที่2 (ทุติยฌาน)อารมณ์จะตัด วิตกและวิจารณ์ เหลือแต่ ปิติ สุข เอกัคคตา

ฌาน ที่3 (ตติยฌาน)อารมณ์จะตัด ปิติ

เหลือแต่ สุข และ เอกัคคตา

ฌาน ที่4 (จตุตถฌาน) อารมณ์จะตัด สุข

คงเหลือแต่ เอกัคคตามีอารมณ์หนึ่งเดียว

#ผู้ปฏิบัติตามนี้ ย่อมมีสติ สัมปชัญญะครบ ต่อไป จะทำให้คล่อง ให้ชำนาณ ต้อง ทำ อนุโลม ปฏิโลม และ สลับฌาน จนเกิดความคล่องตัว เช่น

4132,2143,3142,2314 ฯลฯ สลับไปสลับมา

จนเป็นวสี (เกิดความชำนาณ) ขั้นตอนนี้ต้องมี สติครบ ถือเป็นการฝึกสติ สัมปชัญญะให้มั่นคงด้วย

ตามทั่วๆไปก็จะประมาณ นี้

คือ การปฏิบัติ เช่นนี้ จะมีสติรู้ ว่าอยู่ในฌานใด รับรู้อารมณ์ ว่าฌานแต่ละขั้น มีอารมฌ์เช่นไร

แต่….

วิชชาธรรมกาย นอกจาก จะมีการรู้และการเห็นที่ละเอียดกว่าแบบในที่อื่นๆแล้วนั้น การมีสติรู้ ละเอียดกว่า

อารมณ์ฌานจะละเอียดกว่า

เมื่อถึงฌาน จึงละเอียดกว่าปกติ และ

จะ #เห็นองค์ฌาน

#ตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียดจนถึง

#กายที่สุดละเอียดนั่งอยู่บนองค์ฌาน

#กายมนุษย์ละเอียดและองค์ฌาน

(สำเร็จด้วย ปฐมฌาน)

#กายทิพย์และองค์ฌาน

(สำเร็จด้วย ทุติยฌาน)

#กายรูปพรหมและองค์ฌาน

(สำเร็จด้วย ตติยฌาน)

#กายอรูปพรหมและองค์ฌาน

(สำเร็จด้วย จตุตถฌาน)

#สี่กายนี่อยู่ในชั้นโลกีย์ฌาน

ทำจนถึง..

#กายโคตภู (โคตภูบุคคล อยู่นะหว่างโลกียและโลกุตละ)

กายโสดา

กายสกิทาคา

กายอนาคา

กายอรหัตฯ

(สี่กายนี้ อยู่ในชั้น โลกุตละ)

ส่วนการ การทำให้เป็นวสี คือ

#การทำอนุโลมปฏิโลม และ

#การทำสับกาย#ซ้อนกาย ก็คือการสลับฌาน นั่นเอง

คือการเอาหยาบไปซ้อนละเอียด

เอาละเอียดไปซ้อนหยาบ สลับไปสลับมาจนละเอียด สุดละเอียด

#ความแตกต่าง ของวิชชาธรรมกาย ที่ต่างจากวิธีปฏิบัติแบบที่อื่นฯ อยู่ตรงนี้ ตรงที่ ”การรู้และการเห็น” ที่ละเอียดกว่า ยิ่งๆขึ้นไปตามลำดับ

#วิชชาธรรมกาย เป็นวิทยาสาตร์ มีเหตุมีผล และรู้ถึงต้นเหตุนั้นๆ เช่น..

คำว่า “บุญ” ที่อื่น อาจจะพูดได้ว่า ทำบุญได้บุญแล้ว บุญคือความอิ่มเอิบใจ ความสุขใจฯลฯ นั่นคือความรู้สึกหลังทำบุญหลังนึกถึงบุญที่ทำ พูดไม่ผิด แต่..

วิชชาธรรมกาย ยัง #เห็น อีกว่า บุญ ที่มนุษย์ทำมา ตั้งแต่อดีตชาติ จนถึงปัจจุบัน มีสภาพเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน สามารถเห็นได้ ด้วยทิพย์จักขุฌาน หรือ..

การปฏิบัติตามคำภีร์ ที่ ท่านที่ปฏิบัติจนมีความสามารถพิเศษ รู้วาระจิตหรือเจโตปริยณาญ สามารถรู้ความนึกคิดของผู้อื่นได้ บางครั้ง หากว่ามีคนถาม

ผู้ตอบอาจจะตอบได้แค่ เพราะเป็นหนึ่งในอภิญญาหกกรือเป็นหนึ่งในวิชชาแปด ถ้าปฏิบัติภูมิธรรมถึง ก็ทำได้ เหตุผลนี้จริง!

แต่.. ในวิชชาธรรมกาย อธิบายได้ละเอียดกว่านั้น คือ รูและเห็น ก่อนที่กายหยาบ จะพูด…

กายละเอียดพูดก่อน จะได้ยินเสียงกายละเอียดพูดก่อน

กายหยาบ คิดอะไร กายละเอียดคิดก่อนเสมอ

แต่ผู้ที่มีความสามารถพิเศษ เช่นนี้ ท่านมักไม่ใช้ ไม่แสดง เพราะไม่ใช่หน้าที่ ที่จะแสดงให้รู้ ยกเว้นเป็นบางครั้ง

ความสามารถพิเศษ ต่างๆในวิชชา มีไว้เพื่อกำจัดกิเลส

มิใช่ มีไว้เพื่อสนองกิเลส ของผู้อื่นและตัวผู้ปฏิบัติเอง

ขอยกตัวอย่างเพียงเท่านี้

วิชชาธรรมกาย รู้และเห็นเช่นนี้

#เป็นเรื่องอจินตรัย แต่พิสูจได้ด้วยตัวเอง

#หมั่นปฏิบัติธรรมตามที่บูรพาจารย์สอน

หากตั่งใจปฏิบัติแล้ว วันนึงจะเข้าใจคำที่หลวงป๋ามัก พูดเสมอๆว่า

#เข้าถึง#รู้#เห็น#และเป็น

#เพื่อเผยแพ่บารมีบูรพาจารย์

15.16 3/8/69

Share: