เรื่องเล่ายามนิทรา 71 การปฏิบัติแบบวิชชาธรรมกายต่างหรือไม่ต่างกับการปฏิบัติแบบอื่นๆอย่างไร

Mongkol Siriwat รู้สึกได้รับพรกับ Prab Man ที่ Ang Sila caladium

4 ชั่วโมง  ·

#เรื่องเล่ายามนิทรา 71

#ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม

#การปฏิบัติแบบวิชชาธรรมกาย ( 1 )

#ต่างหรือไม่ต่างกับการปฏิบัติ

#แบบอื่นๆอย่างไร

ก่อนอื่นเรา ต้องบอกก่อนว่า หากเรื่องนี้ มี

การอธิบายผิดพลาดอย่างไร #เราขอรับผิด

ชอบแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวกับครูบาอาจารย์

……

เมื่อเราเข้ามาศึกษาสายนี้ จะได้ยินเพื่อนๆ ที่

ปฏิบัติแบบอื่นๆ แม้ในยูทุปเก่าๆ ยังมีกล่าว

สายนี้ ติดนิมิต

สายนี้ ติดลูกแก้ว

สายนี้ เป็นแต่สมถ ไม่เป็นวิปัสนา

สายนี้ อย่างมากก็้ห็นได้แค่ชั้นพรหม

และอื่นๆ

วิชชาธรรมกาย มีฌาน 1-4 มั๊ย

แตกต่างจากที่อื่นมั๊ย

………..

เริ่มแรก จะขออธิบาย ตั้งแต่เรื่องของอาโลก

สิน ก่อน ในสมัยก่อน ผู้ปฏิบัติอาโลกสิน นี้ จะ

มีการ เพ่งแสงสว่าง โดยอาจจะเจาะรู ให้แสง

รอดผ่านแล้วเพ่งฯ

หลับตามอง ลืมตามอง จนแสงนั้นติดตาจน

ได้ผลดีถึงขั้น ปฏิภาคนิมิต เป็นมวลแสงรวม

กันเป็นก้อนกลม เมื่อการเห็นเป็นที่แน่นอนและ

กำลังสมาธิมากขึ้น ก็จะเป็น #ดวงกลมใส ใส

ขนาดไหน แล้วแต่กำลังของระดับสมาธิ ใน

ขณะนั้น ว่าอยู่ในฌาน อะไร

จิตสามารถ บังคับให้เคลื่อนไหวได้ บังคับให้

เล็ก หรือ ใหญ่ได้ตามต่องการ

#อาโลกสิน เป็นกสินกลาง เหมาะกับทุกจริต

วิธีของ วิชชาธรรมกาย หลวงป๋าท่านให้ใช้

#ผลของอาโลกสิน ซึ่งเป็นดวงกลมใส โดย

การตรึกนึกถึง ดวงแก้วกลมใส (โดยการ

กำหนดลูกแก้วกลมใส) ที่กลางกายของเรา

(ยังมีรายละเอียดอีกมาก) มาไว้ ณ. ฐานที่ตั้ง

ถาวรของใจ คือ ฐานที่7 (ถ้าผู้ปฏิบัติเข้าใจ

การเดินถึง7ฐานแล้ว ครั้งต่อไป ตั้งมั่น ณ.ฐาน

ที่7 ได้เลย)

เมื่อ อาโลกสิน เกิด ณ.ฐานที่7 ซึ่งเป็นของจริง

แล้ว ผู้ปฏิบัติ ย่อมเข้าใจเอง เห็นเอง

และเมื่อดวงแก้วกลมใสของจริงเกิดขึ้นแล้ว จิต

ย่อมทิ้งลูกแก้ว ซึ่งเป็นดวงสมมุตินั้น ซึ่งดวง

สมมุติจะหยาบกว่าดวงจริง

ของจริง จะรู้ได้ด้วยการ

#เข้าถึง ดวงนั้น ใจรวมหยุดเป็นจุดเดียวแนบแน่นมั่นคง(โดย

การหยุดนิ่ง ในกลางของกลางอย่างแนบแน่น

มั่นคง มีอารมณ์เป็นหนึ่ง)

#รู้ ความรู้สึก ถึงอารมณ์ภายในใจ (เมื่อเกิด

ของจริงแล้ว สติ สัมปชัญยะครบ ละเอียดที่

กลางของกลาง)

#เห็น เห็นและรับรู้อารมณ์ ที่กำลัง จะเปลี่ยน

จากอีกดวงหนึ่ง เปลี่ยนไปอีกดวงหนึ่ง จนถึง

กายอีกกายหนึ่งเกิดขึ้น ณ.ศูนย์กลางกายนั้น

(เห็นการเกิดและดับ ทั้งดวง กาย และองค์

ฌาน ละหว่างฐานที่6 และ7)

#เป็น การเข้าไปเป็นนั้น คือการเข้าไป

เป็น #กาย#และองค์ฌาน ที่เกิดขึ้นใหม่

ให้มีสติรู้ว่าบัดนี้เราอยู่ในกายอะไร อยู่ในฌาน

ที่เท่าไหร่ และกำลังจะไปขั้นตอนไหน แล้วจึง

เข้าไปด้วยการปล่อยวาง กายหยาบ ที่เห็นอยู่

เป็นกายละเอียดที่เกิดขึ้นใหม่

คือ #การดับหยาบไปละเอียด ทำยิ่งๆขึ้นไป

#การเข้าถึง

#ทั้งรู้

#ทั้งเห็น

#และเข้าไปเป็น

ตามที่หลวงป๋าท่านสอน ยิ่งละเอียดขึ้นไปสูง

ขึ้นไป #การเข้าถึง#รู้#เห็น#และเป็น

จะละเอียดขึ้นไปตามลำดับ ตามส่วน

…………

(ดวงสมมุติ จะถูกทิ้ง ไปเป็นดวงจริงๆ ซึ่งดวง

จริงจะเกิดได้เมื่อจิต ละเอียดเริ่มเข้าสู่

ปฐมฌาน ทิพย์จักขุญาน เกิดแล้วตรงนี้ จึงเห็น

ของจริงได้)

จะเห็นได้ว่าวิชชาธรรมกาย ไม่ได้ติดลูกแก้ว ที่

ผู้เข้าใจผิดกล่าวถึง

………

#วิชชาธรรมกาย ติดนิมิตมั๊ย

เมื่อผู้ปฏิบัติถึง ดวงแล้ว ดวงนี้เรียกว่า

#ดวงปฐมมรรค หรือ ดวงธรรมฯ

เมื่อเข้ากลางดวงธรรมแล้ว จึงเห็น

#ดวงศีล เมื่อเข้ากลางดวงศีลแล้ว จึงเห็น

#ดวงสมาธิ เมื่อเข้ากลางดวงสมาธิแล้วจึงเห็น

#ดวงปัญญา เมื่อเข้ากลางดวงปัญญาแล้ว จึง

เห็น

#ดวงวิมุติ เมื่อเข้ากลางดวงวิมุติแล้วจึงเห็น

#ดวงวิมุติญาณทัศนะ เมื่อเข้ากลางดวงวิมุติ

ญาณทัศนะ แล้วจึงเห็น

#กายมนุษย์ละเอียด นั่งอยู่บนองค์ฌานใส

เหมือนกระจกส่องหน้า ขนาดเท่าฝ่ามือของผู้

เป็นเจ้าของ

#กายมนุษย์ละเอียด นี้แหละทรงอยู่ที่

ปฐมฌาน

เมื่อเข้ากลางดวงที่กลางกายมนุษย์ละเอียด

#จะเกิดดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์ 1ดวง

แรก และตามมาอีก5ดวง แล้ว

#กายทิพย์ จึงเกิด ผู้ปฏิบัติจึงต้องละกาย

มนุษย์ละเอียดนั้น #เป็น กายทิพย์

จะเห็นได้ว่า การละ การปล่อยวาง การเกิด ดับ

เกิดขึ้นให้พิจารณา ตั้งแต่ต้นแล้ว “ถ้ายิดติด

จะละไม่ได้”

จะเห็นได้ว่า ไม่มีการติด ดวงและกาย ดวง

ต่างๆจะถูกละไป จนถึงกาย เมื่อกายใหม่เกิด

ขึ้นมา จึงละกายเก่า ต่อไป เป็นแบบนี้จนถึง

กายที่ละเอียดต่อไป ก็คือ “การละกายหยาบ

ไปเป็นกายทึ่ละเอียดกว่า”

ถึงตรงนี้แค่ยกตัวอย่างมาแค่สองกาย หาก

พิจารณาก็จะเห็นถึง

#สติปัฏฐานสี่ กาย เวทนา จิต ธรรม

#วิชชาธรรมกาย จึงเป็นทั้งสมถ และ วิปัสนา

…….

ณาน 4 และณาน4ในวิชชาธรรมกาย

ณาน4 ที่มีในวิสุทธิมรรคหรือกรรมฐาน40 คือ

ฌาน4 แบบในคัมภีร์

ฌาน ที่ 1 (ปฐมฌาน)มีอารมณ์ วิตก วิจารณ์

ปิติ สุข เอกัคคตา

ฌาน ที่2 (ทุติยฌาน)อารมณ์จะตัด วิตกและ

วิจารณ์ เหลือแต่ ปิติ สุข เอกัคคตา

ฌาน ที่3 (ตติยฌาน)อารมณ์จะตัด ปิติ

เหลือแต่ สุข และ เอกัคคตา

ฌาน ที่4 (จตุตถฌาน) อารมณ์จะตัด สุข

คงเหลือแต่ เอกัคคตา

มีอารมณ์หนึ่งเดียว

ผู้ปฏิบัติตามนี้ ย่อมมีสติ สัมปชัญญะ ครบ ต่อ

ไป จะทำให้คล่อง ให้ชำนาณ ต้อง ทำ อนุโลม

ปฏิโลม สลับฌาน เช่น

4132,2143,3142,2314 ฯลฯ สลับไปสลับมา

จนเป็นวสี (เกิดความชำนาณ) ขั้นตอนนี้ต้องมี

สติครบ ถือเป็นการฝึกสติ สัมปชัญญะให้

มั่นคงด้วย

ตามทั่วๆไปก็จะประมาณ นี้

#ในวิชชาธรรมกาย มีมั๊ย?ฌานแบบนี้

#มีหรือไม่มีต่างกันอย่างไร?

#เป็นเรื่องอจิณตรัย แต่เรื่องอจิณตรัย เช่นนี้ จะ

พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง

………………

ขออธิบายแบบภาษาบ้านๆ นะครับ เพราะไม่

ถนัดภาษาหรือศัพย์แบบที่พระสอนกัน.

#เพื่อเผยเเพร่บารมีบูรพาจารย์

Share: