เรื่องเล่ายามนิทรา87รังเหล็กไหล (1/3)

Mongkol Siriwat

36 นาที  ·

#เรื่องเล่ายามนิทรา87
#รังเหล็กไหล (1/3)
#ประสบการ การณ์ปฏิบัติธรรม ของ อาจารย์จำลอง ประดิษฐ์

ก่อนอื่นต้องขออธิบาย เรื่องเหล็กไหลก่อนว่า มีแบบไหนบ้าง เช่น เหล็กไหล เรียกกลางแจ้ง หรือ เหล็กไหลเรียกตามถ้ำ ฯ

แต่ในโพสต์นี้จะเล่าถึง ประสบการณ์ของอาจารย์จำลอง ประดิษฐ์ ซึ่งเป็นฆารวาสที่ปฏิบัติธรรมและเป็นอาจารย์ผม อีกท่านนึง เป็นนักปฏิบัติ ที่ทรงสมาบัติได้จริง

อาจารย์ท่านบันทึกไว้ว่า ท่านเข้าไปในรัง(บ้านเมือง)ของเหล็กไหล และที่่นั่นมีอะไรบ้างและได้บันทึกไว้ อย่างละเอียด จึงนำมาเล่าให้ได้อ่านกัน
……..
คำว่า “เหล็กไหล” เป็นของกายสิทธิ์ ถ้าจะจัดเข้าในจำพวก พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ฯ ก็ต้องจัดเข้าอยู่ในประเภท เครื่องราง แต่คนส่วนมากจะเข้าใจว่า เหล็กไหลอยู่ในจำพวกของขลัง หรือ ของศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ

เพราะเข้าใจไปว่า เหล็กไหล เป็นแร่ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากเหล็กไหล เป็นการเล่นแร่แปรธาตุของคนโบราณ คือ ทำปรอทสำเร็จ แต่ยังไม่สำเร็จนั่นเอง

เมื่อยังไม่สำเร็จ ก็นำไปไว้ตามถ้ำบ้าง ตามก้อนหินบ้าง ในน้ำบ้าง เมื่อนานๆไป ปรอทนั้นมีอายุได้ที่ แล้วจะสำเร็จตามที่ตัวเองปรารถนา แต่ก็ยังไม่ทัน ตามความตั้งใจ ผู้ทำก็สิ้นอายุเสียก่อน

จึงวนเวียนหวงแหนสิ่งนั้นอยู่ ใครเอาก็ไม่ได้ การเล่นแร่แปรธาตุนี้มีมากในสมัยกรุงศรีอยุทธยานี่เอง จึงปรากฏตามลายแทงว่า มาจากกรุงแตกเป็นส่วนมากและถ้าบุคคล นั้นมาอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นคนในสมัยกรุงแตก ละก็จะมี แร่ธาตุที่ผสมไว้ติดตัวมาด้วยเสมอ

เมื่อมาแล้วก็จะหาที่เหมาะ เอาปรอทนั้นใส่หรือฝากเก็บไว้ตามถ้ำที่มิดชิด ที่คนเข้าไปได้ยาก แล้วก็เฝ้ารอให้ปรอทนั้นสำเร็จ จนมีอิทธิฤทธิ์ แต่มาตายเสียก่อน

ส่วนปรอทนั้น เมื่อมาอยู่ในอุณหภูมิ สม่ำที่เหมาะสม สม่ำเสมอ เวลานานๆไปก็ได้ที่ เลยกลายสภาพ เป็นแร่ชนิดหนึ่งก็เป็นได้ แตกแขนงเหมือนแมงกะพรุน ยืดยาวได้ ซอกซอนไปตามแนวหินบ้าง เพื่อหาแร่ธาตุบางอย่างที่มันขาดอยู่ ก็นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์

สิ่งที่แร่พวกนี้ต้องการกัน คือ ปรอท นาค เงิน ทอง น้ำผึ้ง ด้วยเหตุนี้มันจึงมีสีออกดำ เป็นส่วนมากและยืดยาวไปได้ตามซอกหิน (ไม่เป็นเส้นๆคล้ายตังเม)

คนจึงนิยมเรียกแร่ เหล่านี้ว่า “เหล็กไหล”
ก็พอฟังได้ ส่วนชนิดสีขาวก็มี แต่คนไม่ค่อยนิยม สู้สีดำออกเงา เหมือนปีกแมงทับไม่ได้ ชนิดนี้ถือว่า เป็นยอดของเหล็กไหล แต่เหล็กไหลนี้ หายากยิ่งกว่าสมบัติใดๆ

การหาเหล็กไหลนั้นจะต้องเป็นคนดี มีโชค ถึงจะพบ บางคนพบแล้วเอาไปได้ก็มีมาก เมื่อพบตามถ้ำ จะพบว่ามันโผล่ออกมาจากซอกหิน เป็นลักษณะคล้ายแร่ย้อยออกมา ตรงปลายสุดด้านที่ออกมา จะมีสีดำเป็นเงาคล้ายปีกแมงทับ

เมื่อพบแล้ว ก็จะใช้เทียนรนดู ถ้าย่อยออกมาจากเดิม ก็คือเรียกว่าใช่ “เหล็กไหล” ก็จะต้องทำพิธีตัด

การทำพิธีตัดเหล็กไหลเป็นเรื่องใหญ่ ต้องเตรียมเครื่องสังเวย ปลูกศาลเพียงตาในบริเวณนั้น ต้องบวงสรวงเจ้าของ แล้วเมื่อเจ้าของให้ จึงทำพิธีตัดได้

การตัดก็ทำได้หลายวิธี คือ ใช้น้ำผึ้งล่อ ให้ลงมากินแล้วจึงตัด
เอาเทียนรน พอยืดยาว แล้วใช้รึดูเด็ก ตัดบ้าง ใช้คาถาบ้าง(นี่ว่าตามที่เค้าเล่าตามๆกันมา แต่ความจริงนั้นขอสงวนเพราะความจำเป็นบางประการ) เมื่อตัดขาดแล้วก็จะได้น้ำหนัก 2บาทบ้าง 3บาทบ้าง แล้วแต่วาสนา

ส่วนประโยชน์นี้ แน่นอนอยู่แล้ว คือ อยู่ยงคงกระพันธ์อย่างยิ่ง เปํนยอดของเครื่องรางทีเดียว เพราะยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า อะไรก็ไม่ยั่น เรียกว่า คุ้มอาวุธได้ทุกชนิด

แต่อุปสรรคอีกประการหนึ่ง ที่สำคัญ ที่ทำให้คนหาเหล็กไหล เกิดท้อ ไม่ค่อยจะอยากได้ก็คือ เจ้าของมักจะขอชีวิต
คือ พอติดต่อขอเหล็กไหลแล้ว บางแห่งให้เหล็กไหล 3 บาท แต่ขอชีวิต 1คน อย่างนี้มีมาก เลยทำให้ผู้อยากได้เหล็กไหลทั้งหลาย เกิดความกลัวตาย เลยไม่เอาเสียมาก

แต่ก็มีคนที่สู้ คือ ยอมเสียชีวิต ในกรณีที่ไปกัน 3-4 คน เรียกว่าเสี่ยงดวง แล้วแต่ว่าเค้าจะเอาใคร เรียกว่าใครโชคร้ายก็ตายเสียคนหนึ่ง เหลืออีก2คน ยังร่ำรวยได้ (ในยุคนั้น เหล็กไหลของจริง ขายกันหลักหลายล้าน)

เรื่องนี้มีตัวอย่างจริงๆ ผมเองประสบมา 1 ราย ด้วยตัวเอง แต่ไม่ใช่ผมไปร่วมในจำนวนนั้นด้วย ผมไปหลังจากคณะนั้นทำและตายไปแล้ว คือ ที่เมืองปราณบุรี ประจวบ นี่เอง

มีพระ 3 รูป ท่านไปพบเหล็กไหลที่ถ้ำ ก็เลยติดต่อขอดู ปรากฏว่าเค้าให้ 5 บาท แต่ขอ 1 คน คือ เค้าจะเอาชีวิตพระ 3 รูปนี้ 1 รูป พระ3 รูปนี้ก็เลยปรึกษากัน ว่าจะเอาหรือไม่ เมื่อคุยกันแล้ว ก็ตัดสินใจกันว่า “เอา”

ก็ทำพิธีตัด หลังจากตัดเอามาแล้ว พระที่ทำพิธี ก็มรณะภาพ 1 รูป
อีกองค์หนึ่ง ก็เป็น“บ้า”
ส่วนเจ้าอาวาสที่อยู่ใกล้ถ้ำนี้ ป่วย เกือบไปเหมือนกัน

หลังจากเหตุการณ์นั้น 5-6 เดือน หลวงพ่อของผม ท่านก็เป็นนักเสาะแสวงหาเหล็กไหล อยู่เหมือนกัน ก็เลยได้ลายแทงว่า ที่เมืองปราณบุรีนี้ มีถ้ำ ที่มีเหล็กไหลอยู่ ท่านก็เลยไปตามหาตามลายแทง

ก็พบกับท่านเจ้าอาวาสวัดนี้ ท่านก็ได้เล่าให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง แต่เจ้าที่และพวกวิญญาณแรงมาก

หลวงพ่อของผม นอนจำวัดคืนแรก ก็ถูกเล่นงานเหมือนกัน เจ้าอาวาสเองนั้นถูกเล่นงาน จนเข็ดเสียแล้ว ไม่กล้าพาลงไปถ้ำ หลวงพ่อท่านก็เลยมาตามผม(ตอนนั้นผมลาสิกขาใหม่ๆ)

ผมเลยไปดู ท่านเจ้าอาวาสรู้ว่าผมเป็นนักนั่งทางใน ก็เลยชอบใจ และบอกให้ผมลองนั่งสำรวจดูซิ มีอะไรบ้าง แต่ให้ระวังเพราะพวกนี้ดุเหลือเกิน

ตอนกลางคืน ผมก็นั่งตรวจดู ปรากฏว่าพบพวกเขามารอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว เขาเลยชวนไปเยี่ยมที่อยู่ของเขา ผมก็เลยไปกับเขา ซึ่งอยู่เลยกับไหล่เขา ตรงข้ามกับวัด ก็มีหมู่บ้าน ซึ่งมุงด้วยแฝก

หลังหนึ่งๆก็ไม่ใหญ่โตอะไรนัก มีอยู่หลายสิบหลังเหมือนกัน

……

ในรังเหล็กไหล มีกายละเอียด ที่ดูแลเหล็กไหลอยู่ แต่จะเป็นเช่นไรนั้น…

#เป็นเรื่องอจินตรัย อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน

12.40 13/9/69

Mongkol Siriwat

ในรูป เป็น เหล็กฯ ที่เพื่อนให้มาอีกที เพื่อนได้มาจากบ้านเจ้านายชั้นใน เพื่อนคงไม่ชอบ เลยนำมาให้

นำมาให้ ดีแล้ว ดีแล้วนะ

Puttipong Sutinprapa ผมก็เพิ่งจะเคยได้ยิน จะเอาเหล็กไป ก็ต้องเอาชชีวิตมาแลก เขาจะเอาไปทำไมเหรอครับพี่

Mongkol Siriwat เค้าเอาไปเฝ้าสมบัติของเค้าครับ เหล็กประเภทตัดสด ดุและแรงมาก ในรัง มีครอบครัวเค้าสมัยก่อน จะมีแต่เหล็กประเภทนี้ครับ ขนาด

ลพ.หวล ตัดมาไดัแล้ว เอาผ้ายันต์ปิดแล้ว พอไปถึงวัด บางที เหล็กก็หนีกลับครับ

Share: