EP5 ” คำอบรมสั่งสอนที่หลวงป๋าพูดอยู่เสมอๆ
#สร้างพระในใจตน สร้างพระในใจคน สร้างคนรักษาธรรม”
เพราะมีความชั่วจึงต้องใช้คุณความดีที่ได้บำเพ็ญบารมีสะสมไว้ ให้แก่กล้าเพื่อสยบความชั่ว
เพราะถ้าไม่มีฝ่ายอกุศลธรรม ก็ไม่ต้องบำเพ็ญบารมี
เริ่มต้นที่ตัวเองคือการอบรมบ่มนิสัยและพัฒนาจิตใจของตนเองให้สะอาด บริสุทธิ์ และมีคุณธรรมควบคุมความประพฤติภายนอกไม่ให้เบียดเบียนใคร ทำสมาธิ ภาวนา และกลั่นใจให้สงบจากกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในให้มีพุทธรัตนะอยู่ในตัวด้วยการศึกษาสัมมาปฏิบัติ เพื่ออบรมกาย วาจา และใจ ให้เป็น “พระ” ให้มีพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะ อยู่ในใจตน
เมื่อเราพัฒนาตัวเองจนมีธรรมะเป็นหลักใจแล้ว ชักชวน และเกื้อหนุนให้กัลยาณมิตรผู้อื่นทำความดีตาม ชี้แนะแนวทาง แนะนำ ชักชวน ให้โอกาสผู้อื่นได้ศึกษาธรรมปฏิบัติ ฝึกสมาธิ และทำบุญกุศลร่วมกัน
สร้างสังคมแห่งธรรม ช่วยเปลี่ยนใจคนจากที่เคยขุ่นมัวหรือคิดลบ ให้กลับมาสว่างไสว มีคุณธรรม และกลายเป็น “คนรักษาธรรม” เพื่อจรรโลงสังคมให้สงบร่มเย็น
การบูชาด้วยการศึกษาสัมมาปฏิบัติ โดยทาง ทานกุศล ศีลกุศล และภาวนากุศล ให้เจริญขึ้นเป็นศีล สมาธิ ปัญญา ให้ถึง อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา อันเป็นเหตุปัจจัยให้ถึง ธรรมโคตรภู พระโสดา พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหัต และ/หรือ ถึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า อันเป็นการสร้างพระในใจตน เป็นต้นเท่านั้น ที่จักดำรงพระพุทธศาสนาไว้ได้
แต่ด้วย
จิตใจของเราเป็นพระแล้วเข้าถึงความเป็นพระ
แต่ร่างกาย ตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียด ทิพย์พรหม อรูปพรหม ยังไม่เป็นพระ เป็นฝ่ายมารเขาทั้งนั้นอยู่
ภาคมารเขาปรุงขึ้นทั้งนั้น #ตัวเรานี่ถ้าภาคมารเขาไม่ปรุงก็ไม่ต้องตาย ไม่ต้องเจ็บไม่ต้องป่วย
แต่ถ้าเป็นพระแท้ ๆตั้งแต่กายมนุษย์ ,มนุษย์ละเอียด,กายทิพย์,กายพรม,กายอรูปพรหม, คือบรรลุพระอรหัตผลชื่อว่า“ พระนิพพาน” มรรคผลนิพพาน หลุดพ้นวงจรวัฏสงสาร เป็น“ อมตธรรม” เป็นพระแท้ ๆ เป็นอมตธรรม
นี่แหละ
#สร้างพระในใจตน ที่แท้จริงนั่น ก็คือ #สร้างพระนิพพานให้บังเกิดขึ้นในใจตนตั้งแต่มนุษย์ทิพย์พรหมอรูปพรหม
สร้างพระในใจตนเพื่อขจัดมาร
#มารนี้เขาบำเพ็ญอกุศลธรรมมานานเท่าไรก็ไม่แน่นับไม่ได้เหมือนกัน
มารเขาก็มีต้นธาตุต้นธรรมเหมือนกัน
ภาคมาร
คือ“ กิเลสมาร” ต่อไปก็มี“ ขันธมาร” แล้วก็มี“ มัจจุมาร” และมี“ เทพบุตรมาร”
ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมฝ่ายชั่ว (อกุสลาธัมมา) แนะนำสั่งสอนให้ประพฤติชั่ว
กล่าวคือ ให้รู้ผิด ให้หลงเห็นผิดเป็นชอบ ให้คิดผิด พูดผิดทำผิด ๆ ไม่รู้บาปบุญคุณโทษตามที่เป็นจริง ปิดทางปฏิบัติ หรือชักนำชี้แนะให้ออก ไปนอกทางปฏิบัติ ให้เป็นไปตามธรรมของฝ่ายชั่ว หรือบาปอกุศล
ย่อมได้รับโทษเป็น ๆ ความทุกข์เดือดร้อน และขาดสันติสุขในชีวิต ดำเนินชีวิตไปสู่ความเสื่อมลงตามลำดับถึง อบายภูมิ คือภูมิของเปรต,สัตว์นรก,อสุรกาย,และสัตว์เดรัจฉานต่อ ๆ ไป
เมื่อแตกกายทำลายขันธ์
คือตาย ก็ไปอบายภูมิทั้ง ๔ ได้แก่ ภูมิของเปรตสัตว์นรกอสุรกายและเดรัจฉานทันที
นี้ พวกมารเขาปรุงไว้เต็มอัตราฝ่ายเขาทั้งนั้นของแท้ฝ่ายมารเลย
ไปเป็นเดรัจฉาน ความโง่ คือมีโมหะมาก เมื่ออวิชชาเป็นเหตุนำเหตุหนุนก็ยิ่งโง่หนักไปอีกนับภพชาติไม่ถ้วน
และถ้าไม่มีบุญเก่าช่วยดึงช่วยฉุดขึ้นมา ความที่จะได้โผล่เกิดมาเป็นมนุษย์ไม่มี จะตกต่ำดิ่งลงไปจะไปเป็นสัตว์ที่ต่ำลง ๆ ๆ ไปจนถึงสัตว์เซ็ลล์เดียวไปจนถึงเป็นสัตว์ประเภทเชื้อโรค เป็นไวรัสนั่น แหละคือ #ภาคมารเขาสุดละเอียด เป็นขันธมารสุดละเอียด
ขันธมารมีทำหน้าที่ทำลายสังขาร
ตัวทำลายสังขารนั่นแหละ“ ขันธมาร” เป็นเชื้อโรคเป็นไวรัสไปแล้ว สัตว์ตนนั้นกู่ไม่กลับแล้ว
สิ่งที่ถูกปิดบัง
พระพุทธเจ้าต้นธาตุต้นธรรมภาคพระ หรือภาคขาวมีลักษณะอย่างไร #ภาคมารเขาก็มีลักษณะคล้าย ๆ ต่างกันที่วรรณะอย่างนั้น
เมื่อธาตุธรรมฝ่ายอกุศลธรรมคู่กันแล้ว ก็มีธาตุธรรมฝ่ายกลาง ๆ อีก
ต่างก็ส่งคุณธรรม และผลของการปฏิบัติตามธรรมของแต่ละ ฝ่าย เข้ามาครอบครองกมลรจิตสันดานของสัตว์โลก เพื่อแย่งชิงสัตว์โลกเข้ามาปกครอง
กล่าวคือภาคพระคือธรรมกายที่บรรลุมรรคผลนิพพาน และบรรลุพระนิพพานทั้งกายเนื้อ ที่เป็นธรรมขันธ์ หรือ วิสุทธิขันธ์กรณีบรรลุมรรคผลนิพพานเป็นมีวรรณะขาวใสบริสุทธิ์มีรัศมีสว่างทรงคุณธรรมฝ่ายดีที่เป็นบุญ
ส่งคุณธรรม
กุศลกุสลาธัมมา สอนให้ละความชั่วให้ทำความดีชำระจิตใจให้ผ่องใส และชำระปัญญาให้บริสุทธิ์ เปิดหรือชี้แนะทางปฏิบัติ ให้รู้เห็นนรกสวรรค์นิพพานตามที่เป็นจริง ผู้ใดปฏิบัติตามธรรมของฝ่ายบุญกุศล
หรือภาคพระนี้ ย่อมได้รับความเจริญรุ่งเรืองและสันติสุขในชีวิตทั้งในระดับโลกียะ ถึงระดับโลกุตตระ
คือได้ บรรลุมรรคผลนิพพานแดนเกษมที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ทั้งปวง
เหตุ
พระพุทธเจ้าฝ่ายบุญกุศล ที่บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ๆ เผยแผ่ธรรมถ่ายทอดธรรมสืบต่อ ๆ เนื่องกันมานับไม่ถ้วนนั้นก็มีต้นธาตุต้นธรรม ต้นในต้น ๆ นับไม่ถ้วนต้นธาตุและกลางธาตุ
เมื่อถอยพืดกำเนิดธาตุธรรมเดิมมา เอิบอาบซึมซาบ ปนเป็นเข้ามาปรุงแต่งธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ให้เกิด ขึ้นใหม่เป็นสัตว์โลกตามสายปฏิจจสมุปบาทธรรม อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขารวิญญาณ-นามรูป-สฬายตนะผัสสะ-เวทนา-ตัณหาอุปาทานภพชาติชรามรณะทุกข์ ฯลฯ เพื่อสร้างบารมีช่วยสัตว์ขนสัตว์ในภพ 3 นั้นเอง
และการมาปฏิสนธิวิญญาณ เกิดใหม่ก็มาพร้อมกันทั้งชุดของกาย
กล่าวคือนับตั้งแต่กายธรรมที่สุดละเอียดมาถึงสุดหยาบ โคตรภูหยาบ
และตั้งแต่กายโลกียะสุดละเอียด คือกายอรูปพรหมละเอียดหยาบอันเป็นกายปฐมวิญญาณละเอียดต่อ ๆ มาจนถึงกายสุดหยาบของสัตว์โลก ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
โดยเหตุนี้แหละจึงต้องมีการพร่ำสอนเรื่องการสร้างบารมี
จากบุญบารมีก็เป็นอุปบารมีและให้แก่กล้าถึงปรมัตถบารมี แล้วจึงจะบรรลุมรรคผลนิพพาน
อุดมบรมบารมีจึงเข้า พระนิพพาน ด้วยพระวรกายเนื้อนี่แหละที่ชื่อว่า“ #นิพพานเป็น” ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสดท่านสอนแนะนำมา
หลวงป๋าเคยเล่าว่า แต่เดิมนั้นผู้บำเพ็ญบารมีกันมาก ๆ ถึงบรรลุความเป็นพระพุทธเจ้าเข้าพระนิพพานเป็นด้วยพระวรกายเนื้อ
แต่ต่อมาภาคมารเขาสอดละเอียดเข้าไปในธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ของสัตว์ ให้คิดผิดเห็นผิดไปจากธรรมที่ถูกต้อง ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้ดีแล้ว การบำเพ็ญบารมีในภายหลัง ต่อมาจึงย่อหย่อนลงไปตามลำดับ แต่เดิมเคยบำเพ็ญบารมีเป็นร้อยเป็นพันอสงไขย เดี๋ยวนี้ลดลงมาเหลือ 16 อสงไขยแสนกัปเป็นอย่างมาก อย่างน้อยก็ 4 อสงไขยแสนกัปก็ได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าเข้าพระนิพพานถอดกาย
ในสมัย ๆ ก่อนพระพุทธเจ้าได้บำเพ็ญบารมีมาก ๆ ที่เข้าพระนิพพานด้วยพระวรกายเนื้อ เป็นอมตธรรมนะ
เมื่อบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ หรือในกรณีพระอรหันตสาวกผู้บรรลุมรรคผลนิพพาน กายเนื้อ ก็ใสบริสุทธิ์ และมีรัศมีสว่างเป็นวิสุทธิกาย วิสุทธิธรรม วิสุทธิธาตุขันต์ ไปเลย จึงไม่ถูกปรุงแต่งด้วยภาคมารเลยเป็นอมตธรรมมีสภาพ“ นิจคือเที่ยง ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตามเหตุตามปัจจัยเป็น“ ปรมสุขสุขที่สุดและ“ ธุวํ” ยั่งยืน จิตใจก็มั่นคง
นิพพานถอดกายนั้นจะต้องสั่งสมบารมีอย่างยิ่งยวด แกร่งกล้าขึ้นเป็นอุปบารมี กล้าแข็งดั่งเพชรขึ้นเป็นปรมัตถบารมี อย่างน้อย 4 อสงไขยแสนกัป , อสงไขย 16, อสงไขย 32, อสงไขย, 64 อสงไขย, 128 อสงไขย, 256 อสงไขย ตามแต่ปัญญาบารมีท่านบำเพ็ญ
แต่ถ้ายับยังมัคญานไม่ให้ก้าวร่วงโคตรปุถุชนธรรมดา ไม่เข้าสู่อริยบุคคล หันหลังให้กับมรรคผล ตั้งแต่โสดาปฏิมรรค ทรงไว้ซึ่งโคตภูมจิต หยึดหน่วงเอาพระนิพพานถอดกายมาเป็นอารมณ์ เพื่อสร้างบารมีให้ถึงอุดมบรมบารมีจึงเข้า พระนิพพาน ด้วยกายเนื้อนี่แหละที่ชื่อว่า“ #นิพพานเป็น” ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสดท่านสอนแนะนำมา
นี่แหละคือวิธีที่หลวงป๋าท่านกล่าวสอนเป็นนัยยะ ว่า สร้างพระในใจตน กล่าวคือ #สร้างพระนิพพานในใจตน เป็นเบื้องต้น
เมื่อเราเป็นลูกศิษย์ท่าน ก็ควรสร้างพระนิพพานให้เกิดขึ้น ภายใน แล้วแนะนำการสร้างพระนิพพานนี้แก่กัลยาณมิตรสืบต่อไป
ไม่ต้องไปคิดว่าที่จะไปข้างหน้ามันจะยืดไปไกล หรือนานเท่าใด เราท่านที่ได้อ่านและกำลังศึกษาต่างก็ได้เคยบำเพ็ญมามากแล้ว เพียงแค่กระทำตัวเราสร้างพระในตัวเรา สาธุ
อ. เกรียง นาคสิงห์
EP6. มีหลายท่านทักสอบถามมาว่า อยู่ใกล้ชิดลป๋าในขณะนั้น ได้เก็บสะสมวัตถุมงคลอะไรไว้บ้าง
นิสัยส่วนตัวของผมอย่างหนึ่ง ชอบวัตถุมงคลชนิดธรรมชาติ หรือว่าทนสิทธิ์ ผมจึงไม่สะสมพระเครื่อง แต่พอได้มาก็จะมามอบให้หลวงป๋าอธิษฐานจิต ชำระสะสารธาตุธรรม ตั้งผังสุขสมบูรณ์บริบูรณ์
บางครั้งก็สร้างขึ้นมาเอง เป็นที่ระลึกเตือนใจ
ท่านก็เมตตาจารอักขระให้ด้วย
บางสิ่งบางอย่างแสดงออกมา นำออกมา ก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะไม่ได้อยู่ในระบบวัตถุมงคลต่างๆของทางวัดหลวงพ่อสด
แต่เป็นวัตถุมงคลที่ครูอาจารย์มอบให้แก่ลูกศิษย์
ส่วนพระขรรค์ 3 เล่มที่ได้รับมา ผมได้ถวายแด่พระอาจารย์เพื่อใช้ในกิจพระศาสนาต่อไป
อ. เกรียง นาคสิงห์











