Kriangsak Chutongrat
EP1. #วัดพุทไธศวรรย์ และ #วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม 2 วัดนี้มีความสำคัญกับข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าเด็กหนุ่มเกเรจากเชียงใหม่ เส้นทางบิดามารดาไม่ได้เลี้ยงดูมาเลย
ปู่กับย่าจึงเป็นผู้เลี้ยงดูข้าพเจ้ามา พออายุ 20 ปู่กับย่าบอกว่าบวชให้หน่อยจะได้ไหม จึงเป็นที่มาว่ามาอุปสมบทที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามจังหวัดราชบุรี
เหตุผลที่มาบวชวัดหลวงพ่อสดเพราะว่า หลวงป๋า(อดีตท่านเจ้าอาวาส)ได้สอนวิชาธรรมกายทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 9 ตอนเช้าทุกวันเสาร์ ตัวข้าพเจ้าเองก็สามารถปฏิบัติได้ทั้งหมดทุกขั้นตอนตั้งแต่เบื้องต้นจนถึง 18กาย ตั้งแต่อายุ 15 จึงเป็นที่มาว่าอยากจะไปต่อในวิชาที่สูงขึ้นที่วัดอุโบสถแห่งนี้
พอเดินทางมาถึงวัดหลวงพ่อสดได้กราบท่านเจ้าอาวาสท่านก็บอกว่าอีก 3 วันปวชห้ามออกจากวัดทุกอย่างของป๋าเป็นเจ้าภาพเองถ้ายังขาดเหลืออะไร
วันที่ 9 เมษาปี 37
ข้าพเจ้าก็ได้บวชพร้อมกับนาคอีกทั้งหมด 8 รูปรวมข้าพเจ้า เป็น 9 นาค
ไม่มีญาติจากเชียงใหม่มาเลยแม้แต่คนเดียวมีแต่บิดา และมารดาเลี้ยงที่กรุงเทพ มาร่วมในพิธีเท่านั้น
พอบวชเสร็จคืนนั้นมีโทรศัพท์ดังขึ้นที่วัดปู่โทรมาบอกว่าถ้าไม่สิ้นปู่พระอย่าเพิ่งสึกนะ ก็รับปากปู่ไปว่าได้จ้าปู่
ในวันที่ 3 หลังจากการบวชเย็นวันนั้นขณะทำวัตรสวดมนต์แล้วนั่งเจริญภาวนาต่อภายในโบสถ์วัดหลวงพ่อสดหลงป่าท่านได้ลงสอนเป็นการเจอหน้าท่านครั้งแรกของการเป็นพระของข้าพระเจ้า
พอสวดมนต์ทำวัตรเสร็จข้าพเจ้าไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ ตัวข้าพเจ้าสั่นไม่สามารถออกจากสมาธิได้
พ่อหลวงป๋าเห็นท่านก็บอกว่าอย่ากวนพระท่านให้พระทุกรูปออกไปจากโบสถ์แล้วไปฉันน้ำปานะได้เลย เสร็จแล้วหลงป๋าก็นั่งสอนธรรมะต่อให้ข้าพระเจ้า เดิน 18 กายใหม่สับกาย ซ้อนกาย พิสดารกาย ต่อด้วยเจริญชาญสมาบัติโดยอนุโลมและปฏิรมณ์ พอถึงจุดนี้ข้าพเจ้าก็มีความรู้สึกตัวกลับคืนมาเป็นปกติสามารถออกจากสมาธิได้
ภายในคืนนั้นหลงป๋าก็ให้ข้าพเจ้าย้ายจากตึกพระใหม่มาอยู่ที่กุฏิ 12 ด้านหลังกุฏิ 9 ซึ่งเป็นกุฏิหลวงป๋าเลยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากลางคืนถ้าหลงป่าว่างจากภารกิจต่างๆก็จะโทรศัพท์มานิมนต์ข้าพเจ้าไปนั่งต่อวิชากับท่านเสมอๆ
ต่อมาประมาณปี 41 หลวงป๋าท่านเริ่มเรียนวิชาเรียกเหล็กหรืออัญเชิญเหล็ก จากอาจารย์ปู่สุทัศน์โตทวี หรือ อาจารย์เสือเพชรสังฆาต
ช่วงนี้หลวงพ่อหวลวัดพุทไธศวรรย์ซึ่งเป็นศิษย์เรียนกับอาจารย์ปู่สุทัศน์โตทวีเหมือนกัน แต่หลวงพ่อหวลเรียนตั้งแต่ปี 30
ดังนั้นการปรึกษาหารือ หรือมีธุระต่างๆสำหรับวัดหลวงพ่อสดกับวัดพุทไธศวรรย์จึงมีการเดินทางไปมาอยู่เสมอ
วันหนึ่งคุณป๋าถามข้าพเจ้าว่าท่านเกรียงอยู่เหนือหาขี้ผึ้งแท้ๆได้ไหม
พอได้ครับแต่ต้องขับรถไปตามไปเก็บ ตามซื้อ แถวชายแดนฝั่งพม่าฝั่งแม่สายยังพอมีขี้ผึ้งป่าราคาถูกสีอาจจะไม่สวยติดตามนิดๆแต่กลิ่น และคุณภาพของขี้ผึ้งดีมาก มีเป็นจำนวนมาก
งั้นก็ดีเลยท่านเกียงเป็นธุระให้หน่อยไปกับหมอประธานเบิกค่าใช้จ่ายตรงกับหลวงป๋าเลยลุงป๋าต้องการขี้ผึ้งไม่ต่ำกว่า 1,500 ก.ก นำไปส่งให้วัดพุทไธศวรรย์
#ตรงนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักวัดพุทไธศวรรย์ และหลวงพ่อหวลกับเรื่องเหล็กไหลธรรมชาติ
การเสาะแสวงหาขี้ผึ้งมาให้ทางวัดหลวงพ่อสดทั้งวัดพุทไธศวรรย์อยู่เป็นเวลาหลายปีเพราะในการเรียนแต่ละครั้งต้องใช้ขี้ผึ้งเป็นจำนวนมากในการปั้นหุ่นเพื่อให้น้ำเหล็กวิ่งเข้าไปทำปาฏิหาริย์จากน้ำกลายเป็นเหล็ก
ซึ่งพิธรกรรมและวิธีการต่างๆและสถานที่ต่างๆข้าพเจ้าก็ถือว่ามีบุญมีโอกาสได้รู้ได้เห็นได้มีความเข้าใจในเรื่องของเหล็กไหลสดอันเชิญด้วยพระเวท
ซึ่ง #วิชานี้เป็นของหลวงพ่อเดิมพุทธสโรวัดหนองโพ
ส่วน ปู่สุทัศน์ โตทวี หรืออาจารย์เสือ เพชรสังฆาต ซึ่งเป็นลูกศิษย์สายฆราวาสเป็นผู้สืบทอดวิชาอัญเชิญเหล็กไหลสดอัญเชิญด้วยพระเวทนี้
จะทำพิธีเชิญเหล็กเพื่อตัดเหล็กไหลได้นั้น จะต้องขออนุญาตจาก “เทพยดา” ผู้ดูแลรักษาเสียก่อน
เมื่อได้รับอนุญาตจึงค่อยทำพิธีตัดเอาได้ มิฉะนั้น หากขืนตัดเหล็กไหลด้วยกำลัง หมายแย่งชิงเอาโดยพละการ ถือดีในพระเวทย์ก็อาจมีเภทภัยถึงแก่ชีวิต หรือ เกิดความขัดแย้งในหมู่คณะจนถึงขั้นวิบัติเอาได้
#วิชานี้เป็นแบบตัดสดแล้วนำมาหุง โดยเป็นวิธีการหุงแบบตามธรรมชาติ โดยให้เหล็กไหลวิ่งมาก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเอง ซึ่งในการทำพิธีแต่ละครั้ง ต้องใช้ “อำนาจพลังจิต” สูงมาก และเหล็กไหลที่ได้มาแต่ละชิ้นนั้น ต้องใช้ระยะเวลาในการหุงนานมาก จึงทำให้ในการทำพิธีแต่ละครั้งจะได้เหล็กไหลเพียงไม่กี่ชิ้น
ไม่ได้มาทำแบบ นำเหล็กมาปั๊ม หรือ นำมาหล่อ เหมือนอย่างพระเครื่องทั่วๆไป
เหล็กไหล เป็นธาตุกายสิทธิ์ อันดับต้นๆ แบ่งเกรด น้ำ ดีไม่ดี และพลัง ที่สูงต่ำ ไม่ต่ำกว่า 16 ชนิด
ในสมัยที่ #พระอาจารย์มั่นและหลวงปู่เสาร์ ได้ ไปโปรด เทศน์สั่งสอน เหล็กไหลที่ภูเขาควาย ที่ เคยฆ่าพระธุดงค์มาแล้วมากมาย และเคยฆ่า ทำลายชีวิตจอมขมังเวทย์ต่างๆ อีกนับไม่ถ้วนที่ต่างเดินทางเพื่อไปเสาะแสวงหา เหล็กไหลที่ภูเขาควายนี้
พระอาจารย์มั่น และหลวงปู่เสาร์ พร้อมพระรูปอื่น เดินทาง เพื่อไปถ้ำภูเขาควายแห่งนี้เพื่อไปยุติ การเข็นฆ่าทำลายล้าง ของเหล็กไหล ที่ทำลายชีวิตผู้อื่น โดยท่านอาจารย์มั่น ได้ทำพิธีตัดเหล็กไหล ที่ยืดย้อยออกมา แล้วใช้ใบหญ้าคา ชุบให้แข็ง ด้วยยางไม้ ทำพิธี เรียกเหล็กไหลออกมา แล้วตัดเหล็กไหล ไปเรื่อยๆจนเหล็กไหลที่มีปริมาณ ค่อนข้างเยอะในถ้ำ ถูก พระอาจารย์มั่นและหลวงปู่เสาร์ เรียกออกมาแล้วตัดเก็บไว้ แล้วท่าน จึงได้ น้ำเหล็กไหลทั้งหมดนี้ ไปไหวในสถานที่ที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถเข้าไปได้ถึง หรือเข้าไปได้ยาก นั่นเอง เพื่อจะได้ไม่ให้มนุษย์ผู้ใดเข้าไปรบกวนเหล็กไหล
ดังนั้น เหล็กไหล ตามตำนานที่กล่าวขานกันอย่างไม่รู้จบ หมายถึง #เหล็กไหลที่ยังมีชีวิตเคลื่อนไหวตัวเองได้ยืดตัวหดตัวได้เหมือนสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง แต่สิงสถิตอยู่ในธาตุกายสิทธิ์ เมื่อทำพิธีเรียกเหล็กไหลชนิดนี้ออกมา เหล็กไหลชนิดนี้จะยืดยาวออกมาแล้วมาเสพกิน สิ่งหอมหวาน ยกตัวอย่างเช่นน้ำผึ้ง หรือบางคนก็ใช้ฝิ่น รมควัน ให้เหล็กไหลยืดมาเพื่อ มาเสพกลิ่นควันของฝิ่นก็มี
#เหล็กไหลตัดสด เป็นเหล็กไหลที่ เกิดจาก เหล่าฤาษีผู้มีฌานบารมีแก่กล้า แต่หลงยึดติดในสังขาร ของตน หลงยึดติดในพลังอำนาจ แห่งชาติบารมี เพราะการสะสมบารมีในสายของ ฤาษี นั้นจะบำเพ็ญแต่เพียงสมถกรรมฐาน
เมื่อจิตหลงติดอยู่ในบัญญัติอันเป็นอารมณ์กรรมฐาน จึงทำให้สภาวะจิตดิ่งลงอยู่ในบัญญัติที่ตนเองยึดติดอยู่นั้น เกิดการสร้างอุปทาน ทำให้จิตเมื่อดับขันธ์ 5 ลง จึงอุบัติเกิดใน สิ่งที่ตนเองบัญญัติ ให้เกิดฌาน จึงทำให้ อยู่ในสภาวะอุบัติธาตุขันธ์ใหม่ กลายเป็น เหล็กไหล ขึ้นมา ส่วนชนิดของเหล็กไหล ที่มีความต่างกัน หลากหลายนั้น ก็ขึ้นอยู่ที่ ฌานบารมีของบุคคลผู้ บําเพ็ญ ที่บำเพ็ญคนละทางหลากหลายแตกต่างกันไปตามจริตวิสัยของสภาวะจิตของแต่ละบุคคล
ดังนั้นเหล็กไหลจึงมีหลากหลายชนิดตามสภาพจิตที่แตกต่างหลากหลายผู้คน และ ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ของเหล็กไหล ที่มีพลังงานสูงและมีพลังงานต่ำ ไล่ลงมาเรื่อยๆก็อยู่ที่การสำเร็จภูมิจิต ของแต่ละบุคคลที่มีสูงต่ำไม่เท่ากัน เมื่อจิต แยกออกจากขันธ์ 5 ก็ย่อมอุบัติในธาตุกายสิทธิ์ตามความยึดมั่นถือมั่นของตนเองที่แตกต่างกัน
บางทีตัวเหล็กไหลยืดย้อยลงมา ก็ย่อมไม่สามารถตัดเหล็กไหลได้ เหล็กไหลนี้ก็จะยืดตัวกลับคืน เพื่อ ให้ผู้ที่ตัดได้รับรู้แล้วว่า อาจารย์ท่านผู้นั้น ความสามารถและพลังจิตยังด้อยกว่าเหล็กไหลจึงไม่สามารถตัดเหล็กไหลได้ เหล็กไหลตัดสดจึงเป็นเหล็กไหลชนิดเดียว ที่จะต้องยืดย้อยลงมาแล้วให้อาจารย์ผู้ทำพิธีเป็นผู้ ตัดเอง มิใช่ จะตกลงมา จากผนังถ้ำ จนเต็มผ้าไปหมด
#หลวงพ่อหวลได้ศึกษาและทำพิธีอัญเชิญเหล็กไหลแบบหุงนี้ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2530 คือ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ตามวิชาโบราณในการอัญเชิญธาตุกายสิทธิ์หรือพญาเหล็กไหลให้อ่อนตัวและวิ่งมาก่อรูปร่างตามหุ่นเทียนที่จัดเตรียมไว้ หลวงพ่อหวลจะปั้น “หุ่นเทียน” ทำจากขี้ผึ้งบริสุทธิ์ตามรูปร่างที่ต้องการ โดยหุ่นเทียน 1 อัน จะได้เหล็กไหลมาเพียง 1 ชิ้นเท่านั้น
เตรียมน้ำผึ้งบริสุทธิ์ ด้ายสายสิญจน์ บาตรหรือภาชนะรองรับ และเดินทางไปยังถ้ำต่างๆในป่าลึกตามสถานที่สัปปายะ
การทำพิธีอัญเชิญ (การหุงเหล็กไหล): หลวงพ่อจะใช้พลังจิตขั้นสูงบริกรรมคาถาอัญเชิญให้เหล็กไหลในธรรมชาติเกิดอาการไหลวิ่งตามสายสิญจน์เข้ามาก่อตัวและหล่อหลอมรูปร่างติดกับหุ่นเทียนที่ตั้งใจไว้จนได้เหล็กไหลที่เป็นรูปธรรม
วิชาเรียกเหล็กไหลหลวงพ่อเดิมท่านใดเป็นผู้สืบทอดบ้าง
ตามประวัติและตำนานสายพุทธาคมไม่ได้ระบุเจาะจงว่ามีลูกศิษย์รูปใดสืบทอดวิชา “เรียกเหล็กไหล”
เนื่องจากหลวงพ่อเดิมท่านมีศิษย์เอกสายตรงหลายรูปที่เด่นไปคนละด้าน
หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว (เด่นด้านมีดหมอและคงกระพัน)
หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (เด่นด้านวิทยาคมครอบจักรวาล)
หลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวลหลวงพ่อโอด วัดจันเสน
หลวงปู่หวล วัดพุทไธศวรรย์ จ.อยุธยา
หลวงป๋า (พระเทพญาณมงคล หรือ หลวงพ่อเสริมชัย ชยมงฺคโล อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จังหวัดราชบุรี)
สำหรับ #พระเทพญาณมงคล หรือ หลวงพ่อเสริมชัย ชยมงฺคโล อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายา
หลวงป๋า
เริ่มศึกษาวิชาเรียกและอัญเชิญธาตุกายสิทธิ์พญาเหล็ก (เหล็กไหล) จากท่านอาจารย์ปู่สุทัศน์ โตทวี ในช่วงประมาณพ.ศ. 2541 – 2543 เป็นต้นมาจุดความสำเร็จสูงสุดชั้นพรหมอาจารย์ (พ.ศ. 2549)
(ครูอาจารย์ ,อาจารย์,บูรพา,บูรพาจารย์ ,เทวาจารย์ และพรหมจารย์)
#โดยหลวงป๋าใช้วิปัสสนาปัญญาและสมาธิชั้นสูงตามแนววิชชาธรรมกาย ในการเข้าถึงธาตุกายสิทธิ์
โดยใช้วิปัสสนาปัญญาและสมาธิขั้นสูงตามแนว วิชาธรรมกาย ที่ศึกษาปฏิบัติมาในการอัญเชิญธาตุกายสิทธิ์ ท่านเข้าถึงกายทิพย์ กายพรหม หรือภาคผู้เลี้ยงธาตุกายสิทธิ์ การเชื่อมโยงธาตุ อาศัยความบริสุทธิ์ของจิตและอภิญญาจิตในการสื่อสาร เชื่อมโยงกับมิติ หรือภพภูมิของเทพเทวา และธาตุกายสิทธิ์ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติการอัญเชิญให้มาปรากฏ โดยควบคุมธาตุขันธ์และแรงอธิษฐานให้ธาตุกายสิทธิ์เคลื่อนย้ายมายังสถานที่ที่กำหนดได้เลย
อธิบายง่ายๆ
สามารถติดต่อกับมิติของธาตุกายสิทธิ์หรือภาคผู้หล่อเลี้ยงธาตุได้ (เช่น ในอดีตเคยเชิญไปลงที่ถ้ำแกลบ หรือในยุคหลังๆ ท่านใช้กำลังสมาธิอัญเชิญมาลงที่กุฏิโดยตรง) ทั้งนี้หลวงป๋าจึงไม่จำเป็นจะต้องไปที่ถ้ำหรือเข้าป่า
การกำหนดจิตและสถานที่: การอัญเชิญในยุคแรกมักจะให้ธาตุเสด็จไปลงยังสถานที่ที่เหมาะสม เช่น ถ้ำแกลบ จังหวัดสกลนคร ก่อนจะพัฒนามาเป็นการอัญเชิญให้เสด็จมาที่กุฏิโดยอาศัยการเชื่อมโยงมิติธาตุที่คุ้นเคย
ไม่ใช่การเล่นแร่แปรธาตุทางโลก
แต่เป็นเรื่องของอำนาจจิตและฤทธิ์ทางใจตามหลักพระพุทธศาสนา ที่ผสานความรู้เรื่องธาตุ ละเอียด หยาบ และภูมิชั้นต่างๆ ตามภูมิธรรมที่ปฏิบัติได้
ในปัจจุบันผู้ที่สามารถตัดได้ ก็มีน้อยมาก
ในโลกนี้เมื่อมีของจริงก็ต้องมีของปลอม มีเหล็กไหลแท้ๆ ก็ต้องมีเหล็กไหลปลอมเช่นเดียวกัน มีคนทำพิธีตัดเหล็กไหลจริง ได้จริง ก็ต้องมี พวก 18 มงกุฎที่ทำพิธีตัดเหล็กไหลปลอมปลอมก็มีอีกเช่นกัน
ของปลอม ก็ทำออกมาอย่าง ใกล้เคียงมาก ส่วนใหญ่ของปลอมจะใช้สแตนเลส ทำขึ้นจากโรงงานสแตนเลส แล้ว ลมสีให้มีสี เป็นปีกแมลงทับหรือสีอื่นๆ #แต่สิ่งหนึ่งที่ของปลอมทำไม่ได้คือ เปลี่ยนสีได้เอง เหล็กไหล
ที่ได้มานี้ อดีต ก็เคยเปลี่ยนเป็นสีทอง และเคยเปลี่ยนอีกครั้งเป็นสีเงินยวงและกลับมาเปลี่ยนอีกครั้งเป็นสีปีกแมลงทับดังเดิม อย่างเป็นที่น่าแปลกใจ
ปัจจุบันของปลอมมีมากมาย และวัดบางวัด ก็อุปโลกน์ขึ้นว่าตนเองตัดเหล็กไหลตัดสดได้เอง
ส่วนจะจริงหรือไม่ มีแต่ผู้รู้จริงเท่านั้นที่จะรู้ เราต้องศึกษาให้ถ่องแท้
เพราะวัดสมัยนี้ ไม่ใช่ มีแต่พระดีเท่านั้น พวกมิจฉาชีพ ที่อยู่ใน คราบ คนดีมีอยู่ไม่น้อย
สุดท้ายก็ต้องระวังเรื่องความโลภ โดนความโลภเข้าครอบงำใช้วิชานำมาซึ่งเหล็กเป็นสะพานไปสู่เงินทองบารมีอำนาจเพื่อตนและพวกพ้อง
การนำมาซึ่งเหล็กไหลวัดทุกธาตุที่บริสุทธิ์แต่สภาพเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์เป็นพระพุทธรูปเป็นพระเครื่องส่งเสริมพระพุทธศาสนาเป็นการดี
แต่ไม่สมควรเป็นพุทธพาณิชย์
สุดท้ายก็พังพินาศหมด เพราะเทพผู้รักษาตามมาทวงคืน
วันที่ 17 กันยา 2548
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามโดย พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผบก.ป. ได้จับกุม นายเสือ เพชรสังฆาต หรือ พ่อปู่สุทัศน์ อายุ 69 ปี นาง…. เพชรสังฆาต อายุ 45 ปี สองสามีภรรยา และ น.ส….. เพชรสังฆาต อายุ 23 ปี บุตรสาว “แก๊งต้มตุ๋นเหล็กไหล” ที่สามารถหลอกเอาเงินจากประชาชน รวมถึงตำรวจ ทหารชั้นผู้ใหญ่ระดับนายพลได้ มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท
แล้วท่านสิ้น ปี 2554
ฉะนั้นเรื่องวัดพุทไธศวรรย์จึงทำให้ข้าพเจ้ามีความรู้สึกเสียใจมากกับเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันที่ทำเรื่องเสื่อมเสียได้ถึงขนาดนี้
อีกประการหนึ่ง #เรื่องผู้สืบทอดวิชาอัญเชิญเหล็กไหลด้วยพระเวทนี้ ทั้งวัดพุทไธศวรรย์ และวัดหลวงพ่อสดไม่มีผู้สืบทอด มีแต่ผู้กล่าวอ้างว่าตนเองได้รับพานครูจากหลวงป๋า หรือ จากหลวงพ่อหวลก็เท่านั้น แต่ไม่สามารถอัญเชิญเหล็กไหลสดด้วยพระเวทได้ด้วยตนเอง
จะต้องอาศัยอาจารย์ไม่ว่าจะทั้งคฤหัสถ์หรือ หรือพระอาจารย์อื่นเป็นผู้อัญเชิญเท่านั้น
จนกระทั่งปี 44 ปู่และย่าของข้าพเจ้าได้สิ้นอายุขัยลง ข้าพเจ้าที่ได้รับปากกับทั้งสองท่านไว้ จึงได้ลาสิกขาออกมาประกอบอาชีพการงานตามปกติจนถึงทุกวันนี้
อ. เกรียง นาคสิงห์






