EP7 สามเณรสิบบาท

Kriangsak Chutongrat

EP7. #สามเณรสิบบาท

โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนของ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2537 ซึ่งตรงกับการบวชบรรพชาอุปสมบทของผมวันที่ 9 เมษายน 2537 จึงได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับน้องสามเณรนำมาฝากผู้อ่านใน EP6 ที่ผ่านมา

ส่วนใน EP นี้ก็จะเป็นเรื่องความน่ารักของสามเณรอีกรูปแบบหนึ่งด้วยความเอ็นดูของหลวงป๋าจึงเกิด วิธีการทำบุญที่ต้นทุนน้อยแต่มีพลานิสงส์มาก ที่ท่านหลายๆคนอาจจะเคยได้ฟังและสามารถปฏิบัติได้

ในที่นี้ก็จะกล่าวถึงประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้

โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนในสมัยแรกๆทางพระภายในวัดจะนำบุตรหลานในชุมชนของตนที่ต่างจังหวัดเข้ามาบวชบรรพชาส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาของวัด

น้องสามเณรจึงมีหลากหลายสถานที่เข้ามาบวชที่วัดหลวงพ่อสดในขณะนั้น

พระอาจารย์มหาสัจจา สมัยนั้นท่านเป็นพระผู้เลี้ยงสามเณร ท่านก็นำบุตรหลานจากจังหวัดขอนแก่นมาบวชเป็นจำนวนหลายสิบรูป โดยทางวัดได้จอดรถตู้ไปรับที่จังหวัดขอนแก่นเลยในสมัยนั้น

พอดีเมื่อผมบวชมาก็ได้มาเป็นผู้ช่วยพระพี่เลี้ยงน้องๆสามเณร

มีเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเราท่านทั้งหลายผู้ปฏิบัติและผู้ที่ทำทาน #ได้อานิสงส์จากที่น้องสามเณรถามหลวงตาในขณะนั้น

ต้นเรื่องมีอยู่ว่าที่ ผมกับพระนิตติศักดิ์ ซึ่งบวชในพรรษาเดียวกันในขณะนั้นอยากจัดตั้งธรรมเนียมการปฏิบัติเล็กๆน้อยๆคือบุญผ้าป่านวกานุสรณ์ (พระที่บวชใหม่ในพรรษาจัดตั้งผ้าป่ากันเอง)ให้แก่ทางวัด จึงเข้าไปกราบเรียนขออนุญาตหลวงป๋า

ซึ่งก็ได้จัดเป็นปีแรก ของวัดหลวงพ่อสด

ยอดเงินผ้าป่าปีแรกนั้นได้ 1 ล้าน 4 แสนกว่าบาท แต่เรื่องไม่ใช่ยอดจำนวนเงิน

แต่เป็น #เรื่องที่หลวงป๋าสอนเรื่องการเชื่อมต่อบุญของตัวเรากับผังสุขสมบูรณ์ขององค์ต้นธาตุ

เหตุมีน้องสามเณรผู้หนึ่งซึ่งได้ผลการปฏิบัติดีมากแต่ฐานะทางบ้านก็คือเกษตรกรมาจากจังหวัดขอนแก่น

น้องสามเณรเหลือเงินส่วนตัวเหลือ 10 บาทแต่อยากทำบุญกับผ้าป่านวกานุสรณ์

แต่ด้วยเหตุผลที่น้องสามเณรอาจจะเขินอายที่ตัวน้องเองมีเงินเพียง 10 บาทจึงไปนั่งร้องไห้อยู่ที่ใต้ร่มไม้มองเพื่อนๆทำบุญกัน

พระพี่เลี้ยงก็เลยเข้าไปสอบถามว่าร้องไห้ทำไม

น้องสามเณรก็ตอบมาด้วยความใสซื่อว่า ผมมีเงินอยู่แค่ 10 บาทไม่พอ 100 บาทจะทำบุญได้ไหมครับ

พระพี่เลี้ยงก็ตอบว่าได้น้องเณรมีเท่าไหร่ น้องเณรก็ทำได้ มันอยู่ที่เจตนาของน้องเณร ไม่ได้อยู่ที่ค่าของเงิน

ในเมื่อน้องสามเณรก็ปฏิบัติถึงธรรมกายนิ

ก็ลองเอาเงินไปไว้ที่องค์พระภายใน ให้องค์พระภายในทำบุญแทนสิ ดูซิว่าเงิน 10 บาทจะมีค่าเท่าไหร่

น้องสามเณรได้ฟังก็ปฏิบัติตามนั่งเจริญภาวนาตามแนววิชาธรรมกายที่หลวงป๋าสอน

นำเหรียญ 10 บาทซ้อนเข้าไปที่ศูนย์กลางกายขององค์พระภายในกายเสร็จเรียบร้อยจึงหยอดเหรียญลงไปในตู้ทำบุญผ้าป่านวกานุสรณ์

ผลที่ได้ที่น้องสามเณรกล่าวคือเห็นเหรียญค่อยๆมีจำนวนเพิ่มขึ้น มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นจนล้นออกมาจากตู้บริจาค จนเต็มศาลาเอนกประสงค์ เสร็จแล้วก็หายวับไป

น้องสามเณรจึงวิ่งไปบอกพระพี่เลี้ยงว่า เหรียญ 10 บาทนั้นหายไปแล้ว

ก่อนที่จะหายไปเหรียญนั้นกลับเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นจนล้นศาลาแล้วก็หายวับไปกับตาเลย

นี่คือผลการปฏิบัติแบบใจบริสุทธิ์ไม่ประกอบด้วยความโลภในการถวายทาน

พระพี่เลี้ยงจึงเขียนเหตุการณ์การทำบุญของเณรในวันนี้ใส่เศษกระดาษเป็นคำถามแด่หลวงป๋าในคืนนั้น

พ่อหลวงป๋าได้อ่านคำถามท่านก็หัวเราะเบาๆได้กล่าวว่าดีๆ นี่ขนาดลูกสามเณรปฏิบัติแบบงูๆปลาๆยังได้ผลถึงขนาดนี้

หลวงป๋าท่านจึงหันไปทางหัวหน้าพระพี่เลี้ยงคือพระอาจารย์มหาสัจจา แล้วก็ว่า

ท่านมหาสัจจา เดี๋ยวเสร็จจากทำวัตรเย็นตามหลวงป๋าไปที่กุฏิเอาเงินหลวงป๋ามาแจกลูกเณรของหลวงป๋าทุกๆรูป รูปละ 200 บาท

(นี่คือความเมตตาและเอ็นดูของครูบาอาจารย์)

ต่อจากนั้นหลวงป๋าก็ได้สอนและบรรยายธรรมเกี่ยวกับการทำบุญในระดับธาตุบารมี

#การเชื่อมทรัพยเราเข้าสู่ฝังสำเร็จจักรพรรดิ์ของต้นธาตุที่หลวงป๋าสอน ตามแนววิชชา

คือ การกลั่นใจและกลั่นทรัพย์ให้บริสุทธิ์ แล้วน้อมนำใจดิ่งเข้าสู่ “ศูนย์กลางกายฐานที่ 7” เพื่อเชื่อมโยงกระแสบุญกับองค์ต้นธาตุต้นธรรมและภาคผู้เลี้ยง (พระจักรพรรดิ) ผ่านระบบผังสำเร็จภายใน

หลักเบื้องต้น จะต้องมีความบริสุทธิ์ 3 ประการ

ก่อนจะทำการอธิษฐานจิตตั้งผังสำเร็จ หรือเชื่อมทรัพย์ เพื่อรองรับกระแสธาตุธรรมภาคขาว

#ทรัพย์บริสุทธิ์

ทรัพย์สินหรือเงินทองที่นำมาสร้างบุญ ต้องได้มาด้วยความสุจริตและหยาดเหงื่อแรงงาน

#ใจบริสุทธิ์

จิตใจในขณะทำบุญต้องมีความเลื่อมใส ปลื้มปีติ ไม่มีลมเพลมพัด ไม่มีสัญเจตนาที่ขุ่นมัว

#เนื้อนาบุญบริสุทธิ์

ทำบุญในพระพุทธศาสนา หรือมุ่งถวายแด่พระพุทธเจ้าและธาตุธรรมภาคขาวทุกพระองค์

เมื่อได้ครบความบริสุทธิ์ทั้งสาม การปฏิบัติสมาธิเพื่อเชื่อมผังสำเร็จ

ขณะทำการทำบุญ หรือบริจาคทรัพย์เสร็จแล้ว (หรือนึกถึงทรัพย์และบุญที่เคยทำมา) ให้กำหนดใจที่ศูนย์กลางกาย น้อมนำใจมา “หยุดในหยุด” อยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 (ระดับเหนือสะดือ 2 นิ้วมือ)

ทำใจให้ใสสะอาด: นึกดวงบุญที่เกิดจากการสละทรัพย์นั้นให้เป็นดวงแก้วใสบริสุทธิ์สว่างไสวอยู่ที่ศูนย์กลางกาย

น้อมอาราธนาองค์ต้นธาตุ: ตั้งจิตระลึกถึงพระพุทธเจ้าองค์ต้นๆ เชื่อมไปยังต้นธาตุธรรม #อธิษฐานน้อมดวงบุญและทรัพย์นี้ ส่งผ่านสายธาตุสายธรรมเข้าไปเชื่อมกับ “พระธรรมกายองค์ต้นธาตุต้นธรรม” (หรือนึกรวมพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ในอายตนนิพพาน โดยมีหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญเป็นที่สุด) ให้เห็นท่าน หรือนึกถึงท่านซ้อนอยู่ ณ ศูนย์กลางกายของเรา

ให้เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบผู้เลี้ยงอธิษฐานขอพระพุทธเจ้าองค์ต้นๆ ให้ทรงอาราธนา “ผังสำเร็จ” และ “ผังสุขสมบูรณ์บริบูรณ์” มาตั้งทับทวีไว้ที่ศูนย์กลางกายของเรา โดยดึงอานุภาพจาก จักรพรรดิรัตนะ 7 และกายสิทธิ์ (ภาคผู้เลี้ยง) เพื่อแปรผันบุญนั้นมาเป็นมนุษย์สมบัติ และสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง

#การฝากและสวมผังสำเร็จจักรพรรดิ

ฝากบุญไว้กับภาคผู้เลี้ยง: หลวงป๋าเคยสอนหลักวิชาในการฝากบุญชั้นสูงไว้กับกายธรรมต้นธาตุ เพื่อให้ภาคผู้เลี้ยง (ฝ่ายบุญ) ช่วยรักษาบุญและสมบัติของเราไม่ให้วิบัติด้วยบาปศักดิ์สิทธิ์ หรือวิบากกรรมมาร

อธิษฐานสวมผังจักรพรรดิ: เมื่อใจเชื่อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับต้นธาตุธรรมแล้ว ให้ตั้งความปรารถนา (อธิษฐานจิต) ขอผังสำเร็จสมบัติจักรพรรดิ (ตักไม่พร่อง) ให้มาเซ็ตโปรแกรมหรือตั้งผังสำเร็จในตัวเรา

#คำอธิษฐานจิตตั้งผังสำเร็จ

ในขณะที่ใจหยุดนิ่งเป็นหนึ่งเดียวกับดวงบุญหรือองค์พระที่ศูนย์กลางกาย ให้ทำความปรารถนา (ตั้งพิมพ์เขียวของชีวิต) ด้วยคำอธิษฐานจิต

“ด้วยบุญกุศลและทรัพย์บริสุทธิ์ที่ข้าพเจ้าได้สละเพื่อสร้างบารมีนี้ จงเชื่อมโยงเข้าสู่ผังสำเร็จจักรพรรดิขององค์ต้นธาตุธรรม ให้แปรเปลี่ยนเป็นมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ ขอบารมีองค์ต้นธาตุต้นธรรมและพระจักรพรรดิภาคผู้เลี้ยง โปรดดลบันดาล ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มีความสุข สมบูรณ์ บริบูรณ์ด้วยมนุษย์สมบัติ ทรัพย์สมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง มีสมบัติใช้สร้างบารมีอย่างไม่รู้หมดสิ้น ขอคำว่า ไม่มี ไม่ได้ ไม่สำเร็จ จงอย่าได้ปรากฏแก่ข้าพเจ้า ขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ในหน้าที่การงาน และขอให้ได้เข้าถึงพระธรรมกาย บรรลุมรรคผลนิพพานฝ่ายสัมมาทิฏฐิแต่ส่วนเดียวเทอญ”

#ข้อควรระวังตามที่หลวงป๋าสอน

หลวงป๋าเคยเตือนไว้ว่า

ผังสำเร็จและผังสมบูรณ์จะทำงานได้ดีตลอดเวลา (เป็นวิชชาเป็น) ตราบเท่าที่เราปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และรักษาศีล หากเราปล่อยให้ใจเศร้าหมอง ขุ่นมัว หรือผิดศีลธรรม ภาคมารจะสอดละเอียดเข้ามาตัด หรือปิดบังผังสำเร็จเหล่านี้ ทำให้กระแสทรัพย์ และกระแสบุญขาดตอน

ดังนั้น การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน (ทั้งรู้ ทั้งเห็น ทั้งเข้าไปเป็น) คือทรงอารมณ์ฌาน ทรงความใสบริสุทธิ์นั้นไว้ตลอดเวลา

เวลาจะประกอบธุรกิจการงาน หยิบจับอะไร หรือทำบุญครั้งใด ให้นึกถึงความใสและความปลื้มที่ศูนย์กลางกายนั้นทันที เพื่อให้บุญเชื่อมโยงกับงานปัจจุบันส่งผลให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ รักษาอารมณ์ให้ “ว่าง โปร่ง โล่ง เบา และปลื้ม” อยู่เสมอ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการหล่อเลี้ยงผังจักรพรรดิให้ส่งผลอัศจรรย์ในชีวิตประจำวัน

อ. เกรียง นาคสิงห์

Share: