EP4. วัตถุมงคลของหลวงป๋า เขียนจากประสบการณ์ตรงจากลูกศิษย์คนหนึ่งเพื่อถวายคุณครูอาจารย์

Kriangsak Chutongrat

4 ตุลาคม เวลา 15:36 น.  ·

EP.4 #วัตถุมงคลของหลวงป๋า เขียนจากประสบการณ์ตรงจากลูกศิษย์คนหนึ่งเพื่อถวายคุณครูอาจารย์ ทั้ง 4 ep

วัตถุมงคลของหลวงป๋าที่สร้างมีทั้งสร้างด้วยมวลสารทั่วไปและแร่โลหะต่างๆ

อีกประการหนึ่งวัตถุมงคลที่สร้างด้วยแร่ธาตุธรรมชาติที่อัญเชิญด้วยพระเวท

แร่เหล็กไหลธรรมชาติที่อัญเชิญด้วยพระเวท ธาตุกายสิทธิ์นี้ของหลวงป๋า มิใช่แร่ธรรมชาติ แต่เป็น เรือน ที่ “จิต” จากเทพผู้ทรงฤทธิ์สถิตย์ มีจักรพรรดิ ภาคผู้เลี้ยง ภาคผู้สอด ภาคผู้ส่ง ภาคผู้สั่ง ภาคผู้บังคับ ภาคผู้ปกครอง ต้นธาตุต้นธรรมสถิต

การสร้างวัตถุมงคลทั้งหมด

ท่านกระทำด้วยวิธีทำภาวนา ใช้อำนาจจิตที่เป็นสมาธิ การตั้งฝังอานุภาพผ่าน “พระธรรมกาย” ในชั้นละเอียดเพื่ออธิษฐานจิต

กระบวนการหลักตามตำรา วิชชามรรคผลพิศดาร

#ในวัตถุมงคลที่ สร้างจากมวลสารอื่นก็การนั่งเจริญภาวนาอธิษฐานจิตแบบแยกธาตุแยกธรรมกันธาตุกันธรรมและตั้งผังสุขสมบูรณ์บริบูรณ์จักรพรรดิดิรัตน 7

หลวงป๋าให้พระวิปัสสนาจารย์ภายในวัดเดินวิชชาไปกลางของกลาง ในธาตุธรรมของพระต้นธาตุต้นไม่มีการถอยออกมา ซ้อนศูนย์กลางกายเข้าไปเรื่อยๆ กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม จนถึงกายอธิษฐานจิตของพระอรหัต ซ้อนจนถึงพระอรหัตในอายตนนพนิพพานถอดกาย สุดละเอียด จนถึงพระนิพพานเป็น

จากนั้นทำการ แยกธาตุแยกธรรม ออกมาอีกครั้ง เพื่อทำการ “#กลั่น” ให้ธาตุธรรมเหล่านั้นสะอาด บริสุทธิ์ และใสสว่างขึ้นกว่า

เดิม ทำซ้ำแบบไม่ถอยกลับ

กลั่นทุกกายให้ใสสะอาดสุดหยาบสุดละเอียด เถา ชุด ฯลฯฯฯฯฯ รวมเข้าในศูนย์ของต้นธาตุให้หมด

แล้วแยก กลั่นซ้ำไปซ้ำมาในระดับธาตุธรรมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าการเดิน วิชชาเป็น เพื่อไม่ให้พลังงานนิ่งหรือเสื่อมลง

ดับอธิษฐานถอนปาฏิหาริย์ธาตุธรรมของภาคดำ และภาคกลางๆ จนสุดละเอียด และอาราธนาบุญศักดิ์สิทธิ์ บารมี รัศมี กำลังฤทธิ์ อำนาจ(ในการปกครองธาตุธรรม) สิทธิ สิทธิเฉียบขาด ของพระพุทธเจ้า และพระอนุพุทธเจ้าทั้งหลาย พร้อมด้วยพระจักรพรรดิ(ภาคผู้เลี้ยง) ฯลฯ ถึงพระพุทธเจ้าต้นธาตุต้นธรรมในอายตนะนิพพานเป็น ทับทวีพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ และสังฆานุภาพ อันศักดิ์สิทธิ์

อาราธนา “#ผังสุขสมบูรณ์บริบูรณ์” จากพระอู่ธาตุอู่ธรรมในอายตนะนิพพาน มาประดิษฐานไว้ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 เพื่อดึงดูดสมบัติจักรพรรดิ และรัตนสมบัติทั้ง 7 ประการ มาเป็นเสบียงในการสร้างบารมีอย่างไม่รู้หมดสิ้น

มีหน้าที่เลี้ยงดูพิทักษ์รักษากายมนุษย์ หรือ ระดับมนุษย์

#ส่วนวัตถุมงคลที่สำเร็จจากแร่ธาตุเหล็กไหล ซึ่งเป็นกายสิทธิ์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ของแร่ธรรมชาติมีการปนเป็นเยอะ

หลวงป๋าท่านได้ทำวิชชาให้กายสิทธิ์นั้น เป็นกายสิทธิ์

ธาตุเป็น-ธรรมเป็น แผนผังเป็น กายเป็น วิชชาเป็น ตั้งผังสุขสมบรูณ์บริบูรณ์ ด้วยมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ ถึงนพพานสมบัติ ตลอดธาตุ ตลอดธรรม แล้วอาราธนาพระพุทธเจ้าต้นธาตุต้นธรรมทับทวี

เป็น การตั้งผังเครื่องทาสเครื่องธรรม ทำการไขขึ้นเวียนขวาในวิชชา

การตั้งผังเกี่ยวกับ #เครื่องทาส#เครื่องทำ และ #การไขขึ้นเวียนขวา เพื่อทำความสะอาดธาตุธรรม และตัดการบังคับบัญชาของภาคอกุศล (ภาคมาร) ที่ก่อให้เกิด เหตุว่าง เหตุเปล่า เหตุดับ เหตุหาย เหตุสูญ และดลใจให้เกิดภัยพิบัติ สิ่งที่ถูกตั้งขึ้นและมีอยู่ในกลางของกลางศูนย์กลางธาตุกายสิทธิ ที่จะมีหน้าที่จำเพาะ

#เครื่องทาส หมายถึง ส่วนหรือผังที่เป็นผู้รับคำสั่ง ทำหน้าที่รองรับการถูกบังคับบัญชา หรือเป็นโครงสร้างที่ถูกส่งผ่านกระแสธาตุธรรม ที่ฝ่ายมารใช้ควบคุมเราให้ทำตาม

#เครื่องทำ หมายถึง ส่วนที่เป็นตัวกระทำการ ตัวผลิต หรือตัวเดินกระแสวิชชาเพื่อส่งอิทธิพล อำนาจ หรือฤทธิ์ธรรมออกไป

#การตั้งผัง คือการกำหนดนิมิต หรือสถาปนาโครงสร้างแก้วใสเครื่องยนต์กลไกภายในที่สำเร็จด้วยธรรม

หลักการ #ไขขึ้นเวียนขวา (ทักษิณาวรรต)การเดินเครื่องหรือขยับกลไกภายในวิชชาธรรมกาย จะใช้ทิศทาง เวียนขวา หรือ ทักษิณาวรรต เสมอ เนื่องจากเป็นทิศทางแห่งความเป็นสิริมงคล เป็นฝ่ายสัมมาทิฏฐิ และเป็นทิศทางของการสร้างสรรค์สิ่งดีงาม (ตรงข้ามกับฝ่ายมิจฉาทิฏฐิหรือฝ่ายมารที่มักใช้การเวียนซ้ายเพื่อทำลายหรือกำบังกาย)

#การไขขึ้น คือการเร่งรอบ เร่งสปีด ระดับความละเอียด ให้หมุนทะลุทะลวงขึ้นไปตามลำดับจากหยาบไปสู่ละเอียด

ผลของการเวียนขวา ทำให้เกิดพลังเหวี่ยงสลัดสิ่งสกปรก อกุศล หรือแผ่นภาคดำที่มาคอยเคลือบคลุมธาตุธรรมให้หลุดออกไป

เพื่อระวังรักษามิให้ธาตุธรรมสายดำสอดเข้ามาได้ จึงตั้งผัง“วิชชาเป็น” และ“จองถนน”

ที่เรียกว่า “วิชชาเป็น” ซึ่งหมายถึง วิชชาที่ไม่ตายขาดสูญได้ มีต่อความเป็นอยู่ไปเป็นลำดับ ๆ ไม่ขาดสาย คือการประกอบ เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืช

โดยเริ่มจาก พืชในพืชชั้นที่ 1 รวมชั้นที่ 1 ทั้งหมดเป็น เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืช พืชในพืชชั้นที่ 2

รวมชั้นที่ 2 ทั้งหมดเป็น เถา ชุด ตอน ภาค พืช แล้วทับทวีความละเอียดซ้อนกันเข้าไปถึงชั้นที่ร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน โกฏิ ทับทวีต่อเนื่องไปจนไม่มีที่สิ้นสุด

#การประกอบ เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืช เป็นชั้นคือ

หนึ่งชั้นมี

ภาคผู้เลี้ยง -ส่งต่อ- ภาคผู้สอด -ส่งต่อ- ภาคผู้ส่ง -ส่งต่อ- ภาคผู้สั่ง -ส่งต่อ- ภาคผู้บังคับ -ส่งต่อ- ภาคผู้ปกครอง -ส่งต่อ -ภาคผู้ปกครองย่อย -ส่งต่อ-ภาคผู้ปกครองรวมย่อย-ส่งต่อ-ภาคผู้ปกครอง รวมใหญ่ภพ ๓ -ส่งต่อ- ภาคผู้ปกครองรวมใหญ่ต้นธาตุต้นธรรม นี้เป็น 1 ชั้น

“จองถนน” ซึ่งหมายถึง การทำวิชชาพร้อมกันเป็นอย่างเดียวกันหมดตลอดวงศ์ของสายขาว สายกลาง สายดำ

โดยการประกอบวิธี จองถนน พิสดาร ปาฏิหาริย์ ทับทวี นับทับทวีกันขึ้นไปเป็นชั้น ๆ เดินกลางในกลาง ไส้ในไส้เครื่องธาตุเรื่อยเข้าไม่ถอยหลังกลับ เข้าไส้กลางของกลาง ๆ ทีเดียว

การยึดสิทธิและอำนาจ ในการปกครองธาตุธรรม

คำว่า “สิทธิ” หมายถึง การที่เราได้สิทธิในสิ่งนั้น ๆ บริบูรณ์

“อำนาจ” ในการที่จะบริหารปกครอง

“ยึดสิทธิ ปกครองธาตุ ปกครองธรรม” ทำให้มีอำนาจบังคับธาตุธรรมให้เกิด บุญศักดิ์สิทธิ์ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด ของภาคขาวแต่เพียงฝ่ายเดียว ปราศจากการครอบงำจากกิเลสมารอีกต่อไป

ส่งผ่าน ไปตามลำดับสายการปกครอง

ได้แก่ ภาคผู้เลี้ยง -ส่งต่อ- ภาคผู้สอด -ส่งต่อ- ภาคผู้ส่ง -ส่งต่อ- ภาคผู้สั่ง -ส่งต่อ- ภาคผู้บังคับ -ส่งต่อ- ภาคผู้ปกครอง -ส่งต่อ -ภาคผู้ปกครองย่อย -ส่งต่อ-ภาคผู้ปกครองรวมย่อย-ส่งต่อ-ภาคผู้ปกครอง รวมใหญ่ภพ ๓ -ส่งต่อ- ภาคผู้ปกครองรวมใหญ่ต้นธาตุต้นธรรม

หมายเหตุ

#พระพุทธเจ้า หมายถึงธรรมกายที่ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ตลอดถึงพระพุทธเจ้าต้นธาตุต้นธรรมทั้งหลาย

สถิตอยู่ ณ ศูนย์กลางพระที่สร้างขึ้นนั้น โดยอธิษฐานจิตด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ของพระวิปัสสนาจารย์ผู้

ไว้ในครอบครอง ผู้ทรงศีลทรงธรรม ผู้เคารพบูชา โดยธรรมคุ้มครองป้องกันมิให้ตกไปในที่ชั่ว และให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง

#พระจักรพรรดิ ภาคผู้เลี้ยง จุลจักร มหาจักร บรมจักร ย่อมหล่อเลี้ยงผู้มีพระมีไว้ในครอบครอง ให้เป็นผู้มีความสุขสมบูรณ์ บริบูรณ์ ด้วยมนุษย์สมบัติ(โภคสมบัติ บริวารสมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ เป็นต้น) สวรรค์สมบัติ และถึงนิพพานสมบัติ มีมรรค ๔ ผล ๔ และพระนิพพาน ๑ ตามศักดิ์แห่งบุญบารมีของแต่ละท่าน ที่ได้สั่งสมอบรมมา

มีหน้าที่เลี้ยงดูพิทักษ์รักษากายมนุษย์ หรือ ระดับมนุษย์กล่าวโดยย่อ มี 3 ชั้น คือ จุลจักร มหาจักร บรมจักร ทั้ง 3 ชั้นนี้ มีหน้าที่ต่างกันคือ

1. #จุลจักร พร้อมทั้งบริวารมีหนาที่เลี้ยงรักษากายมนุษย์ ที่มีบารมีอย่างต่ำ

2. #มหาจักร พร้อมทั้งบริวารมีหน้าที่เลี้ยงรักษากายมนุษย์ ที่มีบารมีชั้นกลาง

3. #บรมจักร พร้อมทั้งบริวารมีหน้าที่เลี้ยงรักษากายมนุษย์ ที่มีบารมีชั้นสูง มนุษย์คนหนึ่ง ๆ มีจักรพรรดิทั้ง 3 พร้อมบริวารชุดหนึ่งๆ เป็นผู้เลี้ยง และอาจผลัดเปลี่ยนกันรักษาไปตามคราว ๆ เป็นต้นว่า…

คราวใด จุลจักรกับบริวารเลี้ยงรักษาก็มีทรัพย์สมบัติและความสุขน้อย

คราวใด มหาจักรกับบริวารเลี้ยงรักษาก็มีทรัพย์สมบัติและความสุขมัชฌิมา

คราวใด บรมจักรกับบริวารเลี้ยงรักษา ก็มีสมบัติและความสุขบริบูรณ์ทุกประการ ไม่เลี้ยงรักษาแต่เฉพาะกายมนุษย์เท่านั้น สิ่งไม่มีวิญญาณก็สมบูรณ์เหมือนกัน

จักรทั้ง 3 กับบริวารที่กล่าวมานี้ เฉพาะกายมนุษย์

ส่วนกายอื่น ๆ ก็มีจักรทั้ง 3 กับบริวารเลี้ยงรักษามีประจำสำหรับทุกกายไปตลอด จนกายสุดหยาบ สุดละเอียดเท่ากันเหมือนกันถ้าเลี้ยงกายไหน รูปพรรณสัณฐาน ร่างกายก็เหมือนกายนั้น เช่น จักรเลี้ยงกายมนุษย์และกายทิพย์ เลี้ยงกายปฐมวิญญาณหยาบ เลี้ยงกายปฐมวิญญาณละเอียด เลี้ยงกายธรรมเป็นต้นก็มีรูปพรรณสัณฐานเหมือนกับกายนั้น ๆ แต่ทว่าดีกว่า ใสกว่ากายนั้น ๆ ส่วนรูปร่างเหมือนกับกายที่เลี้ยงนั้น ตลอดจนกายสุดหยาบสุดละเอียดจักรทั้ง 3 นั้น เหตุใดจึงเรียกนามว่า จักร คือ

กายสิทธิ์ ดวงแก้วนั้นเป็นบ้านเรือนสำหรับอยู่อาศัยของเขา เหมือนมนุษย์อาศัยอยู่บ้านเรือน ภายในดวงแก้วนั้นมีรัตนะเจ็ด คือ แก้ว 7 ประการ ดังต่อไปนี้

จักรแก้ว

ช้างแก้ว

ม้าแก้ว

ดวงแก้วมณี

นางแก้ว

คฤหบดี (ขุนคลัง) แก้ว

ขุนพลแก้ว

มีจักรแก้วเป็นใหญ่

#ความแตกต่างกันของจักรทั้ง ๓ นั้น คือ

จุลจักร เป็นดวงแก้วกลมใส สะอาด บริสุทธิ์ ประณีต มีฤทธิ์อำนาจและบริวารน้อยกว่าแก้วมหาจักร

มหาจักร เป็นดวงแก้วกลมใส สะอาดบริสุทธิ์ ประณีตกว่าจุลจักร มีฤทธิ์อำนาจบริวารมากกว่าจุลจักร

บรมจักร เป็นดวงแก้วกลมใส ขาวสะอาดบริสุทธิ์ประณีตกว่าแก้วมหาจักร มีฤทธิ์อำนาจและบริวารมากกว่าจุลจักรและมหาจักร

กายหนึ่ง ๆ ก็มีจุลจักร มหาจักร บรมจักร พร้อมทั้งบริวารเป็นผู้เลี้ยง มีประจำไปเช่นนี้ทุกกาย จนสุดหยาบสุดละเอียด ผู้เลี้ยงก็มีไปจนสุดหยาบสุดละเอียดของกายผู้เลี้ยงเหมือนกัน

#ขนาดของจักรทั้ง 1 กับแก้วบริวาร คือ

1) แก้วจุลจักร และบริวาร ขนาดตั้งแต่เล็กเท่าแววตาดำขึ้นไป จนถึงโตเท่าผลมะตูม หรือผลมะขวิด

2) แก้วมหาจักร และบริวาร ขนาดผลตาลขึ้นไปจนถึงผลมะพร้าวแห้ง

3) แก้วบรมจักร และบริวาร ขนาดตั้งแต่เท่าบาตรขึ้นไปจนถึงโตเท่าตะแกรงหรือเท่ากระด้ง

กายสิทธิ์นี้ ก็มีธาตุตายธรรมตาย มีเหมือนกายมนุษย์ คือ มีกาย ใจ จิต วิญญาณ รวมเป็น ๔ อันเป็นที่ตั้งของเห็นจำคิดรู้

มีธาตุคือ ธาตุเห็น ธาตุจำ ธาตุคิด ธาตุรู้ รวมเป็น 4

และมีดวงคือ ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ อีก 4 รวมเป็น ธาตุ 12 ธรรม 12

#ธาตุธรรมเดิมของผู้เลี้ยงมนุษย์ หุ้มซ้อนอยู่นอกกำเนิดธาตุธรรมของมนุษย์ ส่วนกายอื่น ๆ ก็เหมือนกันตลอดสุดกายหยาบ สุดกายละเอียด

ถ้าเป็นผู้เลี้ยงกายใด กำเนิดธาตุธรรมเดิมก็ซ้อนอยู่นอกกำเนิดกายนั้น

ส่วนภพเป็นที่อยู่อาศัยของผู้เลี้ยงมนุษย์นั้น หุ้มซ้อนอยู่ชั้นนอกของภพมนุษย์ ตลอดจนสุดกายหยาบ สุดกายละเอียดของภพ

ภพซึ่งเป็นธาตุตายของผู้เลี้ยงนั้นก็มี เห็น จำ คิด รู้ คือ มีกาย ใจ จิต วิญญาณ เป็นที่ตั้ง ของเห็น จำ คิด รู้ รวมเป็น 4 มีธาตุคือ ธาตุเห็น ธาตุจำ ธาตุคิด ธาตุรู้ รวมเป็น 4 และมีดวงคือ ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ อีก 4 รวมเป็นธาตุ 12 ธรรม 12 เหมือนกันทุก ๆ ภพ ตลอดสุดกายหยาบ สุดกายละเอียดของภพ

กายและภพของผู้เลี้ยงที่กล่าวมานี้ ก็แตกออกเป็น ธาตุ 6 ธรรม 6 เหมือนกายและภพของมนุษย์ 12 อย่าง ๆ ละ 6 เป็นธาตุ ๗๒ ธรรม ๗๒ ของธาตุธรรมผู้เลี้ยงกายมนุษย์กายเดียว รวมเป็นธาตุและธรรม 144 ส่วนภพของผู้เลี้ยงมนุษย์ก็แยกเป็น ธาตุ 6 ธรรม 6 เหมือนกายและภพของมนุษย์ 12 อย่าง ๆ ละ 6 เป็นธาตุ ๗๒ ธรรม 72 รวมเป็น 144 อีก

ที่กล่าวมานี้เป็นเฉพาะแต่ผู้เลี้ยงมนุษย์และภพของผู้เลี้ยงมนุษย์ จนสุดหยาบ สุดละเอียด

ตามที่กล่าวมานี้เฉพาะมนุษย์ และผู้เลี้ยงมนุษย์สายขาวเท่านั้น

ส่วนมนุษย์และผู้เลี้ยงมนุษย์สายกลาง และสายดำ ก็มีนัยดังที่กล่าวถึงมนุษย์สายขาวเป็นดังนี้ทุกประการ มีกายสุดหยาบสุดละเอียด มีภพสุดหยาบสุดละเอียด มีธาตุธรรมส่วนเป็นส่วนตาย มนุษย์ภาค 1 ผู้เลี้ยงมนุษย์ภาค 1 เหมือนกับสายขาว ทั้งกับสายกลางและสายดำ ก็แยกเป็นธาตุ 6 ส่วนหนึ่ง เป็นธรรม 6 ส่วนหนึ่ง ไปจนสุดหยาบสุดละเอียดของกาย และของภพของภาคธาตุภาคธรรม

#รัตนะทั้ง 7

จักรแก้ว คือน้อมเอาจักรแก้วใสบริสุทธิ์สว่างไสวมาหมุนวนรอบศูนย์กลางกาย เพื่อขจัดอุปสรรค และภัยพาล และตั้งผังแห่งความก้าวหน้าและการขับเคลื่อนบุญบารมีให้รวดเร็ว

ช้างแก้ว น้อมผังช้างแก้วเข้ามาประดิษฐาน เพื่อความมั่นคง ทรงพลัง และมีกำลังในการขนส่งลำเลียงเสบียงบุญบารมี

ม้าแก้ว น้อมผังม้าแก้วเข้ามาทำหน้าที่ เพื่อให้งานสร้างบารมี และธุรกิจหน้าที่การงานมีความคล่องตัว สำเร็จประโยชน์รวดเร็วทันใจ

มณีแก้ว น้อมดวงแก้วมณีโชติรสใสสว่างที่สุดไว้ที่จุดศูนย์กลาง เพื่อดึงดูดสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ให้มีกินมีใช้มีทำทาน

นางแก้ว น้อมผังนางแก้ว เพื่อให้ได้กัลยาณมิตร บริวาร และบุคคลรอบข้างที่เป็นศีลเป็นธรรม เกื้อหนุนการสร้างบารมีอย่างสงบสุข

ขุนคลังแก้ว น้อมผังคฤหบดีแก้ว เพื่อความสมบูรณ์ด้วยผู้สนับสนุนทางการเงิน พลอยให้เกิดช่องทางโชคลาภ ทรัพย์สินไหลมาเทมาทุกทิศทาง

ขุนพลแก้ว น้อมผังปริณายกแก้ว เพื่อให้เกิดสติปัญญาเฉียบแหลม มีวิสัยทัศน์ และมีผู้หลักผู้ใหญ่หรือที่ปรึกษาที่ดีคอยช่วยเหลือชี้แนะ

ซ้อนผังรัตนะทั้ง 7 ประการ ให้กลายเป็นเนื้อเดียวกันกับดวงธรรมหรือธรรมกายของเรา

อธิษฐานจิตเชื่อมสายบุญ สายสมบัติ จากพระนิพพานลงมาที่ศูนย์กลางกาย เพื่อให้ผังนี้ซึมซับ ปนเป็นสวมซ้อนร้อยไส้ดับลับขาดตอนซ่อนหาย และตรึงอยู่อย่างถาวรกลายเป็น “ผังสำเร็จและผังอุดมสมบูรณ์บริบูรณ์” ในภพชาตินี้

อ. เกรียง นาคสิงห์

Share: