Mongkol Siriwat
รู้สึกมีความสุขกับ Prab Man ที่ Ang Sila caladium
2 วันที่แล้ว2 วัน ·
ในวิชชาธรรมกาย ชั้นสูง มีศัพย์ในวิชชา
ว่าการ“คำนวน”
คำว่า “คำนวน” มีวิธีการทำ อย่างไร?
จึงเรียกว่า “คำนวน” เราจะใช้ การคำนวน นี้ ในขั้นตอนไหน และประการสุดท้าย เราคำนวน เพื่อจะนำไปใช้ในจุดประสงค์อะไร?
ก่อนอื่นเมื่อหลวงป๋า สั่งวิชชา ให้คำนวน
ในการทำอะไร อะไร?นั้น
สิ่งแรกเลย เมื่อสั่งวิชชาตามหลวงป๋าสั่ง
เราต้อง“เห็น”
“เห็น” การเกิดขึ้น ของเรื่องราวนั้นๆ ที่เราจะทำ ที่ศูนย์กลางเรา
ว่า “การคำนวน” ของเรามีอะไร?ปรากฏขึ้น
เมื่อปรากฏแล้ว เราจึงจะทำภารกิจที่หลวงป๋ามอบให้ทำ และเข้าใจ เช่น
เช่น..เมื่อหลวงป๋า สั่งให้“คำนวนเก็บ”ภาคดำและภาคกลาง เราก็จะ “เห็น“ ภาคดำและกลาง อยู่ที่ไหนบ้าง มากน้อยเพียงไร เก็บหมดหรือยัง ยังซ่อนอยู่ที่ใดบ้างฯลฯ เก็บจนหมด จนใสสอาดหรือยัง ใสจริงมั๊ย
#เห็นเป็นต้นของรู้#เห็นแล้วถึงรู้
เมื่อเรา”เห็น“แล้ว เราจึง”รู้“
“รู้” ว่าภาคดำและภาคกลางหน้าตาเป็นอย่างไร อยู่ที่ใด ตรงไหน ตามเก็บหมดรึยัง ใสจริงมั๊ย ใสสะอาดดีรึยัง
”ถ้าไม่เห็น ทำต่อไปไม่ได้“ ไม่เห็นจะไปทำตรงไหน?
“รู้ก่อนเห็น ก็ไม่ได้ จะไม่เข้าใจ ทำไม่ถูก“
หลักของพื้นฐานเบื้องต้น ของ เห็น จำ คิด รู้ หลวงปู่สดของพวกเรากล่าวทุกครั้งเมื่อท่านสอนธรรมเบื้องต้น ว่า…
“เห็น เป็นต้นของ รู้“
เมื่อ เห็นเป็นต้นของรู้ จึงมีความหมาย ตั้งแต่เบื้องต้น จนถึงชั้นกลางและถึงวิชชาชั้นสูง
เพราะฉนั้น ต้อง”เห็น“ก่อน แล้วจึง“รู้”
วิชชาธรรมกาย เบื้องต้น ถ้าทำจนเข้าใจ จะเป็นพื้นฐาน ในการทำขั้นต่อๆไปจนถึงชั้นสูง #พื้นฐานต้องแน่นเป็นเรืองสำคัญ#ซึ่งต้องเข้าใจให้หมด ซึ่งก็ได้บอกกล่าวถึงความสำคัญในเบื้องต้นกับกัลยาณมิตรที่มานั่งเป็นเพื่อนกันในวันนั้นถึงเรื่อง “เห็นเป็นต้นของรู้” ฯ
กลับมาที่คำว่า “คำนวน”
ทีนี้อยากจะเล่าสู่กันฟังว่า ตั้งแต่วันที่17 ก.ย-6ก.ย.69
มี ดร.,อาจารย์,ครู.และกัลยาณมิตร หลายท่าน มาร่วมปฏิบัติธรรมกัน
ครั้นถึงช่วงพัก บางท่านก็คิดว่าทำไมยังไม่เห็นดวง ฯลฯ
ผมก็ได้พูดเป็นกำลังใจให้กัลยาณมิตร ฟังว่า พวกเรา ล้วนแต่เป็นบุคคลที่หลวงป๋า #คำนวนเข้ามาให้ช่วยงานท่านทั้งนั้น เพราะฉนั้นบารมีไม่ต้องพูดถึง ถึงจะยังไม่เห็นดวงก็เถอะ พวกเรามาวัดตลอด จนหลวงป๋าไม่อยู่พวกเราก็ยังมา แบบเหนียวแน่น ไม่สั่นคลอน ตรงทางแบบแน่วแน่ แม้จะเจออุปสรรค์อะไร?ต่างๆ
การวัดบารมี อีกอย่างหนึ่ง ไม่ได้วัดกันที่เห็นดวงหรือไม่เห็น
#แตกต่าง จากผู้ที่เห็นดวงเห็นกายได้ธรรมกาย ผู้ที่ได้ บางท่านก็เพี้ยน บางท่านก็ไปเป็นอื่น บางท่านก็สอนแต่ไม่ตรง ไม่ใช่วิชชาธรรมกาย ปนเปกันไปหมด ออกนอกลู่นอกทาง
ปนเป็นไปหมด ศิษย์หลวงป๋ามีไม่ใช่น้อย แต่บิดเบี้ยวไปมากทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว
แล้วแบบนี้ บารมีของผู้ที่ได้ธรรมกายที่ทำแบบหลงผิด
กับพวกๆเรา ที่ยังไม่เห็นดวง เดินตรงแนวทางตลอด #ใครมีบารมีมากกว่ากัน ไม่ออกนอกเส้นทางที่หลวงป๋าสอน
ทุกคนคงพอได้ชื่นใจ มีกำลังใจ เมื่อได้ยินแบบนี้ #เรื่องบางอย่างเอาไว้เป็นกำลังใจ#ให้กันเมื่อถึงเวลา
“ปกติผมจะไม่ค่อยมีอะไร จะพูด จะอธิบาย แต่เพื่อเป็นกำลังใจ ในการปฏิบัติ”
ให้นึกถึงหลวงป๋า ว่าพวกเราเป็นหนึ่งในกองทัพธรรม เป็นขุนพล ที่หลวงป๋า เลือกแล้วให้ทำหน้าที่และหลวงป๋าท่านสั่งวิชชา ให้ #คำนวนคนในสายธาตุธรรมเข้ามา
#ทั้งคนที่มีหน้าที่รบ#ทำงาน#ตรวจงาน
กองทัพธรรม ในวิชชาธรรมกาย ทำงานรวมกันเป็นทีมเป็นปึกแผ่น ดังนี้แล้ว จึงเดินแบบมีแบบแผน
ดังนั้นกองทัพธรรมในสายวิชชาธรรมกาย
ทำหน้าที่เดินตามผังที่ครูบาอาจารย์ได้มอบและกำหนดไว้แล้ว คือ บางท่าน
#ทำหน้าที่รบ คือการ ทำวิชชา
#หน้าที่ทำงาน คือ ทำงานรับใช้พระศาสนาฯ
#หน้าที่ตรวจงาน คือ การกำกับและมอบหมายงานในพระพุทธศาสนา
#หน้าที่เผยแพร่ คือการเผยแผ่ธรรมะ ทั้งปฏิบัติเองและส่งเสริม ชักชวนให้ผู้อื่นมาปฏิบัติ
#หน้าที่กองเสบียง สนับสนุนข้าวของเครื่องใช้ อาหาร และจตุปัจจัย 4 เท่าที่ทางโลกและทางธรรมต้องการฯลฯ
บางท่านมีบทบาทหลักๆ บางท่านมีหลายหน้าที่ ทุกๆหน้าที่ มีความสำคัญไม่ยิ่ง
หย่อนไปกว่ากัน เมื่อเดินเป็นทีม บารมีย่อมไม่น้อยไปกว่ากันตามที่ได้อธิบาย ไปแล้ว
เพื่อสร้างกำลังใจ และเป็นกำลังใจ ในการปฏิบัติ ให้ตรงสาย ตรงธาตุธรรม ตามความประสงค์ของหลวงป๋าต่อไป.
………….
“คำนวน” แปลตามศัพย์ ในหนังสือก็อีกอย่างหนึ่ง
“คำนวน“ ในความหมายของการปฏิบัติ
ที่ ทั้งรู้และเห็น ก็อย่างหนึ่ง
หรืออธิบายง่ายๆว่า การคำนวน คือ
#วิธีการหรือวิธีทำ ที่จะนำไปสู่จุดประสงค์นั้นๆจนสำเร็จ
………….
ดังจะนำศัพย์ในวิชชาทั้งเบื้องต้นและชั้นสูงมาอธิบายให้ฟัง ตามโอกาสต่อไป
#มีเหตุและผลสามารถเห็นและจับต้องได้
02.10 8/10/69




