ธาตุกายสิทธิ์ต้องห้าม

Surasit Jaisai1 วัน  ·

ธาตุกายสิทธิ์ต้องห้าม (ผมไม่อยากใช้ภาพพระดำ ขอใช้ภาพพระจุยเจียใสที่เป็นมงคลแทนนะครับ)

สมัยพระเดชพระคุณหลวงป๋า วัดหลวงพ่อสดฯ มีชีวิต ท่านกำชับศิษย์เสมอๆเรื่องวัตถุธาตุสีดำ เช่น นิล หินสีดำ เป็นต้น อย่าเอามาสร้างพระ อย่าเอามาถวายหลวงป๋า หรือถวายในเขตพระพุทธศาสนา ไม่ควรนำมาใกล้ตัว ให้หลีกหนีห่างให้ไกล เพราะเป็นของไม่สะอาด ข้างในมีกายสิทธิ์ จักรพรรดิภาคดำอยู่ ท่านพูดว่าบางคนมีพระดำในบ้าน บ้านก็จะวิบัติ บางคนป่วยหนัก บางคนตาย บางบ้านแตกสาแหรกขาด ด้วยสีวรรณะไม่ผ่องใส ตรงข้ามกับอาโลกกสิณ กสิณแสงสว่าง แม้คำว่า “นิลกสิณ” หากแปลตามพระบาลีที่ถูกต้อง คือ กสิณสีเขียว

หลวงป๋าเล่าว่า เมื่อครั้งหลวงป๋าเจอแม่ชี (ขอสงวนชื่อ เป็นเม่ชีที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่ง) ที่สนามบิน จึงแนะนำเรื่องสร้างพระดำกับแม่ชีท่านนั้นไปว่า “การสร้างพระพุทธรูป ไม่ควรนำหินสีดำมาสร้าง ส่วนองค์ที่สร้างไปแล้วควรปิดทอง เพื่อป้องกันไม่ให้คนมองเห็นสีดำ (อายตนะทางตาเป็นสื่อหนึ่งของใจ)” และหลวงป๋าก็พูดกับคณะผมว่า พวกเธอคอยดูเอานะ คนที่มีส่วนสร้างพระดำ เมื่อพระดำประดิษฐานถาวรได้เมื่อไร คนที่สร้างจะได้ผลวิบัติทันที “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” และน่าสลดหดหู่ใจเพราะไม่นาน บุคคลที่มีส่วนสร้างพระดำก็เป็นไปตามที่หลวงป๋ากล่าวเช่นนั้นจริงๆครับ

ดังนั้นสายวิชชาธรรมกาย ตามคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ วัตถุธาตุต่างๆ มีผลมาจากการบังคับบัญชาของต้นธาตุต้นธรรมนั้นๆ (ทั้งในส่วนของสังขตธาตุ สังขตธรรม อสังขตธาตุ อสังขตธรรม วิราคธาตุ วิราคธรรม ) ที่มีอยู่ทั้ง ๓ ฝ่าย คือ ” ขาว กลาง ดำ ” โดยทั้ง ๓ ฝ่ายนี้ต่างก็มีพระพุทธเจ้า พระจักรพรรดิ ประจำแต่ละภาค เพื่อทำหน้าที่ของตนในการสร้างเหตุและปัจจัยให้สัตว์โลกมีความเป็นไปต่างๆ นานา อันจะส่งเสริมสั่งสมบารมีให้แก่ภาคของตน

ทุกกรรม(การกระทำ)ของสัตว์โลก ทั้งที่เป็นกุศล อกุศล และสภาวะกลางๆ ที่ไม่เป็นทั้งกุศล และอกุศล คือ อัพยากตา จะถูกบันทึก ณ ศูนย์กลางดวงกำเนิด (ศูนย์กลางกาย) แล้วส่งกลับไปยังเครื่องธาตุเครื่องธรรมไปเพิ่มพูนบารมีให้แต่ละภาคนั้นๆ และประมวลผลออกมาเป็นวิบาก ย้อนกลับมาแก่สัตว์โลกนั้นในที่สุด ภาคใดมีกำลังบารมีมากกว่าก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันช่วงชิงอำนาจการปกครองสัตว์โลกในภพ ๓ ให้เป็นไปในแนวทางของตน

ธาตุธรรม ๓ ฝ่าย (โดยหลวงปู่ชั้ว โอภาโส วัดปากน้ำ)

๑.ภาคขาวนั้นคือ กุสลาธัมมา พระพุทธเจ้าภาคนี้พระกายขาวใสเหมือนแก้วขาว เกตุแหลมเป็นดอกบัวตูม ให้สุขแก่สัตว์แต่ฝ่ายเดียว ไม่มีให้ทุกข์เลย

๒.อีกภาคหนึ่ง อกุสลาธัมมา พระพุทธเจ้าภาคนี้พระกายดำใสเหมือนแก้วดำ หรือนิล เกตุแหลมเป็นดอกบัวตูม ให้ทุกข์แก่สัตว์ฝ่ายเดียว ไม่มีให้สุขเลยเหมือนกัน

๓.อีกภาคหนึ่ง อัพยากตาธัมมา พระพุทธเจ้าภาคนี้พระกายไม่ขาวไม่ดำ ใสเป็นสีกลาง ใสเหมือนแก้วสีตะกั่วตัด จะว่าขาวก็อมดำ จะว่าดำก็อมขาว เกตุแหลมเป็นดอกบัวตูมเหมือนกัน ให้ไม่สุขไม่ทุกข์แก่สัตว์

เครดิตภาพ FB : จัมปา อเนกชาติสํสารํ

แชร์เลย

Comments

comments

Share: