พิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งและเหรียญ รุ่น “สันติสุข”

#พิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งและเหรียญ รุ่น “สันติสุข”

ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ เมษายน (วันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐
เริ่มพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๑๖.๐๐ น.
ณ มณฑลพิธี (ชั้น ๓) ศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์
วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ๗๐๑๓๐
โดย อ่านเพิ่มเติม พิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งและเหรียญ รุ่น “สันติสุข”

ไปกราบพระอภิญญาหลวงพ่อฉาบวัดศรีสาคร โดย ทวีวัฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋)

ไปกราบพระอภิญญาหลวงพ่อฉาบวัดศรีสาคร โดย ทวีวัฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋)

ผมรู้จักหลวงพ่อฉาบก็เพราะได้รับคำบอกเล่าจากหลวงปู่โง่น โสรโย ครั้งที่ผมได้ไปกราบหลวงปู่โง่นว่าท่านเป็นพระดี เมื่อมีเวลาผมจึงหาโอกาสไปกราบทำบุญกับหลวงพ่อฉาบที่วัดศรีสาคร อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี โดยขับรถไปเพียงคนเดียว อ่านเพิ่มเติม ไปกราบพระอภิญญาหลวงพ่อฉาบวัดศรีสาคร โดย ทวีวัฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋)

มนุษย์ต่างดาวกับหลวงปู่เดินหน

มนุษย์ต่างดาวกับหลวงปู่เดินหน เขียน/เรียบเรียงจากความทรงจำโดย : ฅนขลัง คลังวิชา

เรื่องราวลี้ลับอัศจรรย์ของหลวงปู่เดินหนมีมากมาย ยอมรับว่ากาลเวลาทำให้หลงลืมไปพอควร บางเรื่องราวผู้เกี่ยวข้องจดจำก็ต่างล่วงลับกันไปเสียมาก ทำให้รายละเอียดของเรื่องไม่ชัดเจนจึงไม่อาจนำเสนอได้ เรื่องราวที่ข้าพเจ้านำเสนอผ่านมานั้นเป็นเพียงส่วนน้อย หากเทียบจากเรื่องราวที่เหล่าศิษย์เคยพบเห็น วันเวลาผ่านมานานนับปีที่ข้าพเจ้านำเสนอเรื่องราวของหลวงปู่เดินหน อิเกสาโร ต่อสังคม ยอมรับว่าในวันนี้เรื่องราวของหลวงปู่เดินหน หากมาเล่าให้ฅนสมัยนี้ที่ไม่เคยพบเห็นได้ฟัง ก็ไม่ต่างอะไรกับนิทานหรือนิยายสยองขวัญสั่นประสาท หรือนิยายกำลังภายในหรือผจญภัยดั่งเพชรพระอุมา เพราะเรื่องราวที่จำเสนอต่อไปในอนาคตเบื้องหน้า แทบทุกเรื่องอัศจรรย์จนท่านคาดไม่ถึงแน่นอนว่า เรื่องเหล่านี้เคยเกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ด้วยหรือ ?
…………
❀❀❀❀❀❀❀❀
…………
เรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกนี้หลวงปู่เดินหนท่านเคยกล่าวไว้ชัดเจนว่า #มีจริงแท้ ใช้เรื่องลวงหลอก หลวงปู่เล่าว่าในอดีตมีพระสาวกผู้ทรงฤทธิ์อย่างพระมหาโมคคัลลานะ ตลอดจนพระอรหันต์อีกหลายท่าน หรือแม้นแต่พระพุทธองค์ผู้เป็นบรมครูก็เคยไปยังโลกอื่นมาแล้ว หลวงปู่เล่าว่าการเดินทางด้วยจิตนี้ไวมาก ชั่วพริบตาเดียวก็ไปได้ดั่งใจปรารถนา สำหรับหลวงปู่ท่านกล่าวถึงสิ่งมีชีวิตต่างดาวว่า ในอดีตเคยมีชาวต่างดาวมาเชิญ (นิมนต์) ท่านไปเที่ยวท่องยังดาวของเขา เพื่อสอบถามแลกเปลี่ยนความรู้กัน ท่านเล่าว่านอกจากจักรวาลขอเราแล้วยังมีจักวาลอื่นอีก มีจักวาลน้อยใหญ่อยู่อีกมากมาย (ท่านเรียกชื่อเหล่าจักวาลนี้แต่จำไม่ได้) หลวงปู่ว่าท่านเคยไปหลายดวงดาวหลากหลายจักรวาล
…………
❀❀❀❀❀❀❀❀
…………
หลวงปู่ท่านไปในดาวที่เขาเชิญท่านไปแลกเปลี่ยนความรู้นี้ ท่านว่าตัวท่านแผ่เมตตาออกไปให้ไพศาลทั่วจักวาล ญาณวิถีและอำนาจแห่งมหาเมตตาที่ท่านแผ่ไปไม่จำเพาะเจาะจงนี้ แผ่ออกไปไกลลิ่วจนไปกระทบเข้ากับชาวต่างดาวกลุ่มนี้ ซึ่งเขากำลังเดินทางและผ่านมาในจักวาลนี้ เขารับกระแสพลังได้จึงหยุดเดินทาง แล้วใช้กระแสจิตเขาส่งย้อนตามกระแสเมตตาที่ท่านแผ่ไปนี้ แล้วสื่อสารทางโทรจิตกับหลวงปู่ขอเชิญท่านไปที่ดาวของเขา หลวงปู่เล่าว่าชาวต่างดาวนี้ร่างกายโปร่งแสงในใจกลางร่างเขามีละอองคล้ายเกล็ดดาวเล็ก ๆ ลอยอยู่ในตัวเขา
…………
❀❀❀❀❀❀❀❀
…………
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็ลองนึกถึงแก้วใส ๆ ใส่น้ำลงไปแล้วเอาเกล็ดเพชรที่ใช้ตกแต่งเป็นสี ๆ ใส่ลงในน้ำแล้วคนน้ำในแก้ว ละอองเกล็ดนั้นจะฟุ้งอยู่ในแก้ว นั่นเป็นลักษณะคล้ายในร่างกายชาวต่างดาวที่ว่านี้ การสนทนากับเขาท่านใช้กำหนดจิตคุย เพราะภาษาใดก็สื่อได้ด้วยภาษาใจ ท่านใช้กำลังปัญญาญาณกำหนดตามก็ทราบความในทุกสิ่งที่เขาสื่อ สิ่งที่ชาวต่างดาวนี้สนใจ คือ ทำไมพลังที่ท่านแผ่ออกมาจึงชุ่มชื่นเย็นกายเย็นใจเขามาก หลวงปู่จึงบอกว่านั่นเป็นกระแสแห่งธรรม แต่ท่านอธิบายเขาไม่เข้าใจธรรมว่าคืออะไร ที่เขาไม่เข้าใจเพราะเขาไม่มีความทุกข์ หลวงปู่บอกว่าการจะเห็นธรรมต้องเห็นทุกข์ หากไม่มีทุกข์เป็นตัวตั้งจะไม่มีวันเห็นหรือเข้าใจธรรมได้เลย เป็นอันว่าก็เพียงได้สนทนาแลกเปลี่ยนพูดคุยในเรื่องอื่น
…………
❀❀❀❀❀❀❀❀
…………
หลวงปู่ยังเล่าว่าในดาวดวงอื่นที่ท่านเคยไป เห็นเขาไม่มีใบหน้าเนื้อตัวเรียบเนียน ตัวนุ่มชื้นและขาวคล้ายสีกาวแป้งเปียก ในหมู่ชาวต่างดาวนี้เขาสืบพันธุ์โดยสัมผัสจับต้องตัวกัน เพียงแตะตัวกันครู่หนึ่งก็สามารถสืบพันธุ์ได้ ชาวดาวนี้เขาก็สื่อพูดคุยกันด้วยจิตเช่นกัน เมื่อไปไหนเขาจะมีแผ่นแก้วใสเป็นพาหนะพาไปตามความคิด แต่ชาวดาวนี้มีรู้สึกความทุกข์ แต่ไม่มากนักท่านจึงแนะนำธรรมบางประการไป เช่นไม่ให้เบียดเบียนกันเป็นต้น หลวงปู่บอกว่าในจักวาลอื่น ๆ ก็มีศาสนา และมีพระพุทธเจ้าด้วย แต่เป็นจักวาลที่ไกลโพ้นมากเกินอาณาเขตของกำลังจิต หากจะกำหนดจิตไปก็กินเวลานานมาก และเป็นสิ่งที่เกินวิสัยที่ต้องกระทำ ท่านจึงไม่ไปยังที่แห่งนั้น เป็นเพียงบอกยืนยันว่าโลกเราและจักรวาลนี้ เปรียบได้เพียงวงจรเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะในจักวาลอันกว้างใหญ่ที่เราเห็นเรารู้นี้ ซึ่งมนุษย์ก็ยังไปไม่ทั่วทุกมุมทุกที่ในจักวาลของเรานี้ หลวงปู่ว่าในจักวาลยังมีจักวาลที่ซ้อน ๆ กัน และมีอีกมากมายนับพันจักรวาล นับหมื่นดวงดาว
…………
❀❀❀❀❀❀❀❀
…………
ส่วนเรื่องที่ว่าชาวต่างดาวเขามีวิญญาณไหมนั้น หลวงปู่กล่าวว่าเมื่อมีจิต ต้องมีวิญญาณทั้งสิ้นเป็นของคู่กัน เรื่องวิญญาณของชาวต่างดาวนี้เคยเกิดขึ้น และมีประสบการณ์ตรงเกิดขึ้นกับศิษย์ของหลวงปู่ผู้หนึ่ง ซึ่งลูกชายของท่านผู้นี้เป็นมนุษย์ต่างดาวมาเกิดในท้อง เรื่องนี้วันหน้าจะนำมาบอกเล่าให้ฟัง เพราะเรื่องนี้ข้าพเจ้าเห็นมากับตัวเอง ทราบถึงคำที่หลวงปู่กล่าวถึงเด็กชายผู้นี้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จวบจนเขาเติบโตมาก็เห็นจริงดั่งคำหลวงปู่กล่าวไว้ทุกประการ วันหน้าจะนำมาบอกเล่าให้ทราบว่าวิญญาณชาวต่างดาวมาเกิดได้นั้น #มีจริง ข้าพเจ้าเชื่อมั่นสุดใจในเรื่องนี้ และดีใจที่ได้พบหลวงปู่เดินหน ได้รู้เรื่องราวแปลก ๆ ทั้งท่านยังแสดงสิ่งอัศจรรย์ให้เห็นมากมาย ไม่นานนี้จะเขียนเรื่องคุณหญิงของท่านจอมพลสฤษดิ์ เดินทางมาขอให้หลวงปู่ช่วยเหลือบางประการ เรื่องนี้แปลกผู้อยู่ในเหตุการณ์ยังมีชีวิตอยู่ ท่านยืนยันไว้หนักแน่นเดี๋ยวรอนิดครับจะเขียนให้อ่าน
อ่านเพิ่มเติม มนุษย์ต่างดาวกับหลวงปู่เดินหน

เธอมันเป็นพวกที่หลวงพ่อสดเกณฑ์ลงมาเกิด โดย หลวงตาอู๋ 6 เมษายน 2561

เธอมันเป็นพวกที่หลวงพ่อสดเกณฑ์ลงมาเกิด โดย หลวงตาอู๋ 6 เมษายน 2561

ประโยคนี้คือคำพูดที่หลวงป๋าบอกผม (อู๋) เมื่อได้พบกันครั้งแรก เมื่อราวๆ ปี 2520 ตอนนั้นหลวงป๋าท่านยังไม่ได้บวช ยังคงทำงานอยู่ที่ USIS (สำนักข่าวสารอเมริกัน) ส่วนตัวผมเองก็ยังเรียนอยู่ปี 3 ของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย คำว่าโดนเกณฑ์ลงมาเกิดก็คงจะเป็นเรื่องจริง คือลงมาเกิดทั้งกึ่งโดยสมัครใจและกึ่งขอให้ลงมาเกิดเพื่อช่วยงานพระศาสนาและวิชชาธรรมกาย เขาว่ากันว่าในยุคกึ่งพุทธกาลมีเทพเทวาที่ลงมาเกิดเพื่อช่วยงานพระศาสนากันจำนวนมาก

ได้พบหลวงพ่อสดครั้งที่ 1 อ่านเพิ่มเติม เธอมันเป็นพวกที่หลวงพ่อสดเกณฑ์ลงมาเกิด โดย หลวงตาอู๋ 6 เมษายน 2561

วิชา แต่งองค์ ที่หลวงปู่ดู่สั่งสอนให้ศิษย์

วิชา แต่งองค์ ที่หลวงปู่ดู่สั่งสอนให้ศิษย์

เป็น วิชาแต่งองค์ที่ หลวงปู่ดู่ท่านได้เมตตา สั่งสอน เพราะเป็นวิชาที่จะทำให้เข้าถึงกระแสแห่งคุณพระรัตนตรัยและ ปฏิบัติธรรมได้ไว….ท่านใดที่อยากทำความดีเพื่อตัวของท่านเอง และ เข้าถึงสภาวะแห่งธรรมได้โดยง่าย รบกวนลองปฏิบ้ติดู แต่ว่าต้อง ทำจริงๆแล้ว ท่านจะเห็นเอง ว่าธรรมแท้จริงเป็นอย่างไร

วิชาแต่งองค์หลวงปู่ดู่
ล้างหน้าตอนเช้า ให้บริกรรมว่า
“พุทธังล้างหน้า ธัมมังล้างทุกข์”
สังฆังเพิ่มสุข สวัสดีมีชัย

——————————
อาบน้ำ แปรงฟัน ให้บริกรรมว่า
“พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ”
ธัมมง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

——————————-
สวมกางเกง ให้บริกรรมว่า
“อาปามะจุปะ”

——————————-
เวลาใส่เสื้อ ให้บริกรรมว่า

“ทิมะสังอังขุ”
พุทธัง อิมัง องคะพันธะนัง อธิษฐามิ
ธัมมัง อิมัง องคะพันธะนัง อธิษฐามิ
สังฆัง อิมัง องคะพันธะนัง อธิษฐามิ

——————————-
เวลาคาดเข็มขัด ให้บริกรรมว่า

“พุทธัง อิมัง กายะพันธะนัง อธิษฐามิ”
ธัมมัง อิมัง กายะพันธะนัง อธิษฐามิ
สังฆัง อิมัง กายะพันธะนัง อธิษฐามิ
ในกรณีที่เราไม่ใส่เข็มขัดให้ กำหนดจิต ที่มือแล้วนึกมโนภาพว่าสวมใส่เข็มขัดอยู่

———————————
เวลาใส่สร้อยพระ ให้บริกรรมว่า

“อิมัง องคะพันธะนัง อธิษฐามิ กะระมะทะ กิริมิทิ กุรุมุทุ เกเรเมเท”
ถ้าไม่มีสร้อยพระก็ให้ทำการ กำหนดจิต แล้วนึกมโนภาพเช่นเดียวกัน

———————————
วิธีคาดมงคล 3 สาย

-สายที่ 1 ให้เอาหัวแม่มือทั้งสองข้าง จรดที่ หน้าผากแล้วลากอ้อมมาบรรจบกันที่ท้ายทอย และจากท้ายทอยอ้อมมาจรดหน้าผาก แล้วบริกรรมว่า “พุทธะสัง มังคะลัง โลเก”
-สายที่ 2 ให้ลากจากหน้าผากลากเส้นผ่านลงมาที่หน้าอกแล้วอ้อมหันแม่มือมาบรรจบกันที่กลางหลังจากกลางหลังมาบรรจบกันที่หน้าอก แล้วบรกรรมว่า “ธัมมะสัง มังคะลัง โลเก”
-สายที่ 3 ให้ลากจากหน้าอกมาถึงสะดือแล้วอ้อม ไปบรรจบกันที่กระเบนเหน็บ(หมายถึงสีข้าง)แล้วลากมาบรรจบกันที่สะดือ ให้บริกรรมว่า “สังฆะสัง มังคะลัง โลเก”

———————————
วิธีการสวมมงกุฏพระพุทธเจ้า

-ให้เอาหัวแม่มือจรดหน้าผากลากอ้อมมาบรรจบกันที่ด้านหลังศรีษะแล้วอ้อมไปบรรจบกันที่หน้าผาก ให้บริกรรมว่า

“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธะนาเมอิ”
อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสพุทธะปิติอิ

———————————
ก่อนออกจากบ้านให้กลั้นหายใจหยิบดินมาใส่หัว(บางท่านไม่มีเนื้อที่ๆเป็นดินก็ให้กำหนดมโนภาพเอาเช่นเดียวกันแต่ท่านต้องระลึกถึงพระรัตนตรัยตลอด) แล้วบริกรรมว่า
“นางแม่ธรณีเจ้าเอ๋ยอยู่แล้วหรือยัง อยู่ สังขาตังโลกัง วิทู”

——————————————-
ก่อนก้าวเท้าออกจากบ้านให้ยืนเอาเท้าชิดกัน มือประสานข้างหน้า แล้วกำหนดดูลมหายใจ ว่ารูจมูกข้างไหน ลมเดินสะดวกที่สุด ให้ก้าวเท้านั้น ออกไปก่อน แล้วบริกรรมว่า
“อิติปิโส ภะคะวา ยาตรา ยามดี พระอาทิตย์เป็นศรี สวัสดีลาโภ นะโมพุทธายะ”(ถ้าเราจะออกเดินทางวันไหนก็ให้เปลี่ยนไปตามวันนั้นๆ)

———————————–
ก่อนนอนกราบพระ 6 ครั้ง ที่หมอน
1.พุทธัง วันทามิ
2.ธัมมัง วันทามิ
3.สังฆัง วันทามิ
4.อุปัชฌาย์อาจาริยะ คุณัง วันทามิ
5.มาตาปิตุ คุณัง วันทามิ
6.พระไตรสิกขา คุณัง วันทามิ

แล้วตั้งจิตอธิษฐานว่า

ด้วยอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ขอให้บังเกิดเป็นพระเมตตา พระมหาเสน่ห์ พระมหาลาภ พระมหาอุด อยู่ยงคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด อุปัทวะอันตราย หายตัวได้

แล้วบริกรรมว่า

“สิทธะมัตถุ สิทธะมัตถุ สิทธะมัตถุ”
อิทังพะลัง เอตัสมิง ระตะนะตะยัสมิง
สัมปะสาทะนะ เจตะโสพุทธัง อธิษฐามิ
ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

-ขอให้สรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย สรรพเคราะห์ เสนียดจัญไร สูญสลายหายไป ด้วย พุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพ นะเคลื่อน โมถอน พุทคลอน ธาสูญหาย ยะละลาย หายด้วยนะโมพุทธายะ ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา สัพพะพุทธา สัพพะธัมมา สัพพะสังฆานุภาเว
นะ สะทาโสตถีภะวันตุเม

-พุทธังกำลังกล้า ธัมมังกำลังแกร่ง สังฆังกำลังแรง ด้วยฤทธิ์แห่งพระกำลัง ขออัญเชิญพระปัจเจกมาช่วยเสกกับพระอรหันต์ ให้เป็นวิมานแก้วล้อมรอบครอบตัวพัวพัน คอยป้องกันภยันตราย

หลังจากนั้นให้บังสกุลตายเพื่อป้องกันการกระทำคุณไสยจากผู้อื่นขณะนอนหลับ แล้ว ภาวนาไตรสรณคมณ์จนกว่าจะหลับ

ตื่นเช้าก็บังสกุลเป็น

บังสุกุลตาย

“อนิจจาวะตะสังขารา อุปปา”
ทะวะยะธัมมิโน อุปปัชชิตะวา
นิรุธฌันติ เตสัง วูปะสะโมสุโข

บังสกุลเป็น

“อจีรัง วะตะยังกา โยปะฐะวิง”
อธิเสสะติ ฉุฑโฑ อะเปตะวิญญาโณ
นิรัตถังวะ กะลิงคะรัง

ไตรสรณคมณ์ คือ ให้บริกรรม

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ข้อสังเกตุก็คือ หลวงปู่ท่านต้องการให้เรามีสติรู้ตื่นอยู่เสมอครับ เพื่อนๆลองทำดูครับ หลายคนที่ทำตามที่หลวงปู่ท่านสอนก็ล้วนแต่มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตครับ

อ่านเพิ่มเติม วิชา แต่งองค์ ที่หลวงปู่ดู่สั่งสอนให้ศิษย์

พระขรรค์เหล็กไหล

พระขรรค์เหล็กไหล (เทพศาสตราวุธ) อ่านเพิ่มเติม พระขรรค์เหล็กไหล

คำอธิษฐานพุทธภูมิ หลวงป๋า

หลวงป๋าเปล่งวาจาอธิษฐานพุทธภูมิ
https://www.facebook.com/100005232271838/videos/910677679116633/

ขอกุศลผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้ประกอบบำเพ็ญไว้ด้วยดีแล้ว มีทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล
และการอุทิศแผ่ส่วนกุศลนั้น แก่สรรพสัตว์โลกทั้งหลายเป็นต้นนี้ ตั้งแต่อดีต จนตราบเท่าถึงปัจจุบัน

จงเป็นตบะ เดชะ พลวปัจจัย
ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ปราศจากกิเลสนิวรณ์ และวิปัสสนูปกิเลสทั้งหลาย ให้เป็นผู้มีปัญญาอันเห็นชอบในพระอริยสัจทั้ง ๔ และได้ดวงตาเห็นธรรม
ขอให้สิ้นอาสวกิเลส ตัณหา อุปาทาน
และได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ฝ่ายสัมมาทิฏฐิแต่ส่วนเดียว
และขอจงเป็นพลวปัจจัยเกื้อหนุน

๑.ให้แตกฉานในพระไตรปิฎก
มีพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และ พระอภิธรรมปิฎก

๒.ให้ถึงพร้อมด้วยจรณะ ๑๕ ธรรมเครื่องยังให้เกิดและเจริญ โพธิปักขิยธรรม องค์ธรรมเครื่องตรัสรู้ ๓๗ ประการ อันประกอบด้วย ทิพพจักขุ ทิพพโสต สมันตจักขุ ปัญญาจักขุ ธรรมจักขุ และพุทธจักขุ อันบริสุทธิ์
พร้อมด้วยวิชชา ๓ วิชชา ๘ อภิญญา ๖ และจตุปฏิสัมภิทาญาณ(สำหรับผู้ปรารถนา พุทธภูมิ พึงอธิษฐานเพิ่มว่า …..ให้เจริญด้วย ทศพลญาณ๑๐ ประการ คือ ฐานาฐานญาณ กรรมวิปากญาณ สัพพัตถคามินีปฏิปทาญาณ
นานาธาตุญาณ นานาธิมุตติกญาณ
อินทริยปโรปริยัตตญาณ ฌานาทิสังกิเลสาทิญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ จุตูปปาตญาณ และอาสวักขยญาณ

๓.ให้ได้เข้าถึง ได้รู้ เห็น และเป็นพระธรรมกายมรรค ผล และพระนิพพานธาตุ
คือ ธรรมกายที่บรรลุพระอรหัตตผลแล้ว
ทำให้แจ้งทั้งพระนิพพานถอดกาย และทั้งพระนิพพานเป็น โดยพลัน ให้ได้ตรัสรู้ในธรรมที่ควรรู้ ทั้งสังขตธาตุสังขตธรรม และอสังขตธาตุอสังขตธรรมทั้งหลาย ตามที่เป็นจริง ให้สามารถละธรรมที่ควรละ ให้สามารถเจริญในธรรมที่ควรเจริญ มุ่งตรงต่อมรรคผลนิพพาน ที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ทั้งปวง

๔.ขอให้ได้บุญศักดิ์สิทธิ์ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด เป็นทับทวี
ตามศักดิ์แห่งบารมี และหน้าที่ทนายแห่งพระพุทธศาสนา

๕.ขอให้ข้าพเจ้าได้ชนะศัตรู คือ กิเลสมาร ขันธมาร มัจจุมาร เทวปุตตมาร และอุปาทานในอภิสังขารมาร อันเกิดแต่ตัณหาและทิฏฐิ คือ ความหลงผิด ด้วยบุญศักดิ์สิทธิ์ บารมี รัศมีกำลังฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด และขอให้พญามารทั้งหลายพร้อมทั้งบริวาร จงอย่าได้ช่องเข้าครอบงำ ขัดขวาง และทำลายการบำเพ็ญบารมีแห่งข้าพเจ้า ตลอดทั้งเพื่อนผู้ร่วมบำเพ็ญบารมีทั้งหลายของข้าพเจ้าได้

๖.ให้ได้รู้ถูก เห็นถูก ในธรรมที่ควรรู้และควรเห็น
ให้เป็นผู้คิดถูก พูดถูก กระทำถูก นำผู้อื่นถูก
และทรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาของพระบรมศาสดาตลอดไป ในกาลทุกเมื่อ

๗.ขอให้เป็นผู้ฉลาดในอุบาย แห่งความเจริญและความเสื่อม เป็นผู้เฉียบแหลมในอรรถ และ ในธรรม

๘.ขอให้สุข สมบูรณ์ บริบูรณ์ ด้วยปัจจัย ๔ สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย
มียวดยานพาหนะ และเครื่องใช้สอยต่างๆ เป็นต้น
ขึ้นชื่อว่าความขาดแคลนในสิ่งเหล่านี้ อย่าได้มี

๙.แม้ว่าข้าพเจ้าจะยังอาภัพอยู่ ยังจะต้องท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสาร
ก็ขอให้ได้เกิดในฤกษ์สร้างบารมี บริบูรณ์ด้วยสมบัติ ๖ ประการ คือ
กาลสมบัติ ชาติสมบัติ ตระกูลสมบัติ ประเทศสมบัติ ทิฏฐิสมบัติ และอุปธิสมบัติ
ให้ได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ ตามแนวทางพระพุทธศาสนา
และขอให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนพระโพธิสัตว์ผู้เที่ยงแท้
ได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่กระทำอกุศลกรรมอันจะนำไปสู่อบายภูมิอีก
และถ้าหากยังมีเศษกรรมเหลืออยู่ ก็ขออย่าได้ถึงฐานะแห่งความอาภัพต่างๆ

๑๐.เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ก็ขอให้ได้เพศบริสุทธิ์ เป็นชาย ให้ได้บรรพชาอุปสมบท เป็นผู้มีอายุยืนกว่าอายุขัยของมนุษย์ในกาลนั้นตามปรารถนาและแม้ว่าจะผ่านวัยกลางคน ก็ขอให้มีพลานามัยแข็งแรง อายตนะภายในดีเลิศ และสุขภาพจิตใจดีเลิศ

๑๑.ขอให้ข้าพเจ้าไม่พึงคบมิตรชั่ว ให้พึงคบแต่บัณฑิตในกาลทุกเมื่อ
และขอให้ข้าพเจ้าเป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดี คือ
เป็นผู้มีศรัทธา สติ หิริ โอตตัปปะ ประกอบด้วยความเพียรและขันติพึงเว้นจากเวรทั้ง ๕ ไม่เกาะเกี่ยวในกามคุณทั้ง ๕ พึงเว้นจากเปือกตม คือ กาม
พึงยินดีในการรักษาศีล เจริญสมาธิ ปัญญา
วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ โดยสัมมาทิฏฐิแต่ส่วนเดียว

คำอธิษฐาน๑๑ประการนี้
เรียบเรียงและปรับปรุงแก้ไขโดย
พระเดชพระคุณ พระเทพญาณมงคลเสริมชัย ชยมงฺคโล (หลวงป๋า)
เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
เจ้าสำนักปฏิบัติธรรม ประจำจังหวัดราชบุรีแห่งที่๑ (โดยมติของมหาเถรสมาคม)
วันพฤหัสบดีที่๑ มีนาคม๒๕๖๑
(ตรงกับวันมาฆบูชา ขึ้น๑๕ค่ำ เดือน๔ ปีจอ)

อ่านเพิ่มเติม คำอธิษฐานพุทธภูมิ หลวงป๋า

ทำอย่างไรจึงจะได้เห็นดวงปฐมมรรคเร็วๆ

ทำอย่างไรจึงจะได้เห็นดวงปฐมมรรคเร็วๆ ?

ตอบ:
ปัญหาที่ว่าทำอย่างไรผู้ปฏิบัติจึงจะได้ดวงถึงปฐมมรรคเร็วๆ หรือดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายนับตั้งแต่เบื้องต้น ไปเบื้องกลาง เบื้องสูง
เอาเบื้องต้นเสียก่อนนั้น ความจริงเป็นเรื่องที่เร่งไม่ได้ การที่ผู้ปฏิบัติภาวนาธรรมจะถึงดวงปฐมมรรคได้นั้น ขึ้นอยู่ที่เหตุปัจจัยที่สำคัญหลายประการ อ่านเพิ่มเติม ทำอย่างไรจึงจะได้เห็นดวงปฐมมรรคเร็วๆ

รูปนี้เป็นรูปกงจักรที่อยู่เหนือศรีษะหลวงปู่ทองทิพย์

หลวงปู่ทองทิพย์

รูปนี้เป็นรูปกงจักรที่อยู่เหนือศรีษะหลวงปู่ทองทิพย์

หลวงปู่เล่าว่าว่าท่านเคยตัดศรีษะท่านถวายเป็นพุทธบูชา อ่านเพิ่มเติม รูปนี้เป็นรูปกงจักรที่อยู่เหนือศรีษะหลวงปู่ทองทิพย์

พระอรหันต์ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับพระพุทธเจ้ามากที่สุด

พระอรหันต์ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับพระพุทธเจ้ามากที่สุด โดย หลวงตาอู๋

พระนันทเถระ เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ กับพระนางมหาปชาบดีโคตรมีพระน้านาง เป็นพุทธอนุชาร่วมพระบิดาเดียวกันกับพระพุทธเจ้า เมื่ออยู่ในครรภ์พระมารดา บรรดาพระประยูรญาติต่างปรารถนาจะได้เห็น ต่างก็มีความปีติยินดีร่าเริงบันเทิงใจ เมื่อประสูติออกมาจึงขนานนามว่า “นันทกุมาร” เมื่อเติบโตขึ้นเป็นเจ้าชายหนุ่มก็ทรงมีพระพักตร์และรูปร่างเหมือนกับพระพุทธเจ้าอันเป็นพระเชษฐาของพระองค์มาก เพียงแต่เจ้าชายนันทกุมารจะมีความสูงน้อยกว่าพระพุทธเจ้าเพียงหน่อยหนึ่งเท่านั้น อ่านเพิ่มเติม พระอรหันต์ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับพระพุทธเจ้ามากที่สุด