พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ

พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ

💎 ในส่วนของการศึกษาสัมมาปฏิบัติเป็นเรื่องใหญ่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสแสดงว่า การสร้างโบสถ์วิหารการเปรียญหรือถาวรวัตถุ แม้นั้นก็เป็นมหานิสงส์อยู่แล้วล่ะ แต่ที่จะรักษาพระพุทธศาสนาไว้ได้ ก็คือการศึกษาสัมมาปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน เนี่ย โยมจงเข้าใจ แม้แต่พระมหาเถระ พระเถรานุเถระ ท่านเข้าใจแล้ว ท่านได้เรียนมาแล้ว แต่อาจจะลืม ตรงนี้ก็เรียกว่ารื้อฟื้นกันหน่อยหนึ่ง ว่าการศึกษาสัมมาปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะดำรงไว้ซึ่งศาสนธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปให้ตลอดรอดฝั่งครบ ๕,๐๐๐ ปี

แต่ถึงอย่างไรนั้น เป็นบุญใหญ่กุศลใหญ่ที่วัดเราทำ ที่หลวงป๋าทำ นำญาติโยมมาทำเนี่ย มีน้อยก็ถวายน้อย มีมากก็ถวายมาก ตายไปแล้วเอาติดตัวไปไม่ได้ เอาได้แต่บุญกับบาปไป นี่ที่จะพูดทั้งหมดที่จะว่าตรงนี้ เพราะฉะนั้นใครมีจิตศรัทธาบริจาค มาร่วมเป็นค่าใช้จ่ายอุดหนุนค้ำจุนการให้การศึกษาอบรมเผยแผ่ ซึ่งเป็นการให้ธรรมเป็นทาน มีอานิสงส์สูงที่สุด “สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ” การให้ธรรมเป็นทาน เลิศหรือเรียกว่าชนะการให้ทานใดๆ

แต่ แม้นั้น หลวงป๋ายังนึกอีก คนเรานี่จะมีสภาวะส่วนตัว ส่วนครอบครัว ส่วนสังคม ที่จะปลีกตัวมาศึกษาสัมมาปฏิบัติได้นั้น ต้องเป็นผู้มีบุญอย่างมาก ต้องสะสมบุญ ทานกุศลทั้งอามิสทานและธรรมทานและสูงสุดถึงอภัยทาน และก็ทั้งศีลกุศล ภาวนากุศล ให้เป็นบุญ เป็นบารมี เป็นอุปปบารมี ปรมัตถบารมี เต็มส่วนในภพชาติใด จึงจะมีอานุภาพให้ศึกษาสัมมาปฏิบัติพระสัทธรรมของพระพุทธเจ้า ถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้ ก็เลยนำโยมทำอีกอย่างหนึ่ง

อีกอย่างหนึ่งคืออะไร ? ที่มีบุญใหญ่กุศลใหญ่

#สร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แล้วก็ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์และตั้งมั่นนี้ ได้รับเมตตาจากเทพยดา-พรหม ตรงนี้ขอบอกว่าเป็นข้อสันนิษฐาน เทพยดาและพรหมผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ มีทั้งที่เป็นพระอริยบุคคล แต่ไม่ได้เป็นพระภิกษุนะ เป็นพระอริยบุคคล เช่นพรหมสุทธาวาส ลงมา พรหมสุทธาวาสนั่นเป็นที่สถิตอยู่เป็นที่อุบัติขึ้น ของผู้ที่ศึกษาสัมมาปฏิบัติบรรลุคุณธรรมในขั้นพระอนาคามีบุคคล เป็นพระอริยบุคคล และเป็นผู้ที่เจริญฌานสมาบัติถึงปัญจมฌานก่อนแตกลายทำลายขันธ์ในภพชาติเดิม

ปัญจมฌานเนี่ย ใครปฏิบัติเข้าถึงรู้เห็นและเป็นแล้ว ไม่เสื่อมจากฌานนั้นตลอดเวลาแม้เมื่อตายลง มีผลให้ไปอุบัติในชั้นสุทธาวาส ๕ ชั้น พรหมสูงสุดของพรหมโลก เป็นพรหมบริสุทธิ์ชั้นอนาคามีบุคคล ในชั้นเหล่านี้ลงมา ท่านก็คงมีพระบรมสารีริกธาตุ ทั้งของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันคือพระพุทธโคดม และองค์แต่อดีต สะสมเอาไว้ นี่คือข้อสันนิษฐานนะ ก็ลงมาถึงเทพยดา ไปจนถึงนาคพิภพแน่ะ ก็มีพระบรมสารีริกธาตุอยู่ในครอบครอง สำหรับพรหมและเทพยดาบางตน และก็อาจจะมีหลายตน ท่านก็มีเมตตา เข้าใจว่านำมาถวาย เป็นข้อสันนิษฐาน เพราะมีปรากฏขึ้นเองที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม มีทั้งของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และถอยหลังสืบต่อไปถึงพระพุทธเจ้าองค์ต้นๆหลายองค์

เพราะฉะนั้น เราสร้างถาวรวัตถุ คือพระมหาเจดีย์สมเด็จฯเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุนั้น โยมทั้งหลายที่ได้ยินได้ฟังอย่านึกว่าธรรมดานะ เพราะในคัมภีร์ยังไม่เคยเห็น ว่ายุคใดสมัยใด มีพระบรมสารีริกธาตุ ในส่วนสำคัญด้วย ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลายพระองค์ เสด็จปรากฏขึ้นเองที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม หรืออย่างวัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามนี้ ยังไม่เคยเห็นในคัมภีร์ใด แต่ความจริงได้บังเกิดมี เป็นที่ประจักษ์แก่ศิษยานุศิษย์บางท่าน ที่อยู่ใกล้ชิดของหลวงป๋า ได้รู้ได้เห็น ดังนี้เป็นต้น

เพราะฉะนั้น พระมหาเจดีย์สมเด็จฯที่จะสร้างนี้ เป็นบุญใหญ่กุศลใหญ่นับประมาณไม่ได้ เป็นทั้งทานกุศล นำไปสู่ศีลกุศล ภาวนากุศล เป็นการสร้างพระในใจตน ถ้าใครช่วยบอกบุญนี้ไปก็เป็นการช่วยสร้างพระในใจผู้อื่น นี่แหละ เป็นบุญใหญ่กุศลใหญ่คุณโยม เรียกว่า โอกาสที่จะได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญกุศล ในการให้การศึกษาอบรมในการศึกษาพระปริยัติธรรม และศึกษาอบรมพระปฏิบัติสัทธรรม ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ถึงธรรมกาย ถึงพระนิพพานของพระพุทธเจ้า ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) ท่านปฏิบัติได้ผลดีแล้วสอน อย่างนี้ แล้วก็สืบต่อๆมาจนถึงปัจจุบันอย่างนี้เนี่ย โอกาสอย่างนี้มีน้อยมาก เกิดมาแต่ละภพและชาติ นับภพนับชาติไม่ถ้วน หลายภพหลายชาติที่ว่างจากพระพุทธศาสนา ที่มี..อย่างในปัจจุบันนี้ก็มีอยู่ในประเทศไทย ผู้ที่เห็นคุณค่า ก็เป็นผู้ที่มีบุญบารมี

ก็ขอเชิญชวนให้มาศึกษาสัมมาปฏิบัติ แล้วก็ขอเชิญชวนผู้ที่มีจิตศรัทธา มาร่วมทำนุบำรุงอุปถัมภ์ การให้การศึกษาอบรมการเผยแผ่ธรรมะ ของวัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามแห่งนี้ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

และก็มาร่วมสร้างพระมหาเจดีย์ ชื่อว่าพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งองค์ปัจจุบันและอดีตถอยหลังไปหลายพระองค์ ก็ขอเป็นข้อสันนิษฐาน ว่าพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งองค์ปัจจุบันและองค์ก่อนๆถอยหลังไป จนถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต้นๆ ที่เราจะประดิษฐาน จึงเป็นบุญใหญ่กุศลใหญ่ เกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน กว่าจะพบโอกาสอย่างนี้ น้อยนักท่านทั้งหลาย ถ้ามีผู้ปฏิบัติได้ถึงธรรมกายถึงพระนิพพานของพระพุทธเจ้า อาตมาพูดเท่านี้ก็จะเข้าใจแจ่มแจ้ง แต่แม้นั้น ถ้าปฏิบัติยังไม่ได้ถึงหรือยังไม่ได้ปฏิบัติ ก็คงพอเข้าใจ แต่ขอให้ถือเป็นข้อสมมติฐานไว้ก่อน เพราะว่าหลวงป๋าผู้พูดนี้ไม่ใช่พระอรหันต์ ก็ได้แต่เป็นผู้ที่ตั้งใจศึกษาสัมมาปฏิบัติ.

_________________

#อานิสงค์ในการสร้างพุทธเจดีย์ ส่งผลไปถึงสำเร็จมรรค ผล นิพพาน.

มหากัสสปเถราปทานที่ ๕ (๓)

ว่าด้วยผลแห่งการสร้างพุทธเจดีย์

[๕] ในกาลเมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระเชฏฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ ผู้เป็นนาถะของโลก นิพพานแล้ว ชนทั้งหลายทำการบูชาพระศาสดา หมู่ชนมีจิตร่าเริง เบิกบาน บันเทิง เมื่อเขาเหล่านั้นเกิดความสังเวช ปีติย่อมเกิด แก่เรา เราประชุมญาติและมิตรแล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า พระมหาวีรเจ้าปรินิพพานแล้ว เชิญเรามาทำการบูชากันเถิด พวกเขารับคำว่าสาธุแล้ว ทำความร่าเริงให้เกิดแก่เราอย่างยิ่งว่า พวกเราจักทำทานก่อสร้างบุญ ในพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก เราได้สร้างเจดีย์อันมีค่าทำอย่างเรียบร้อย สูงร้อยศอก สร้างปราสาทร้อยห้าสิบศอก สูงจรดท้องฟ้า ครั้นสร้างเจดีย์อันมีค่างดงามด้วยระเบียบอันดีไว้ที่นั้นแล้ว ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใสบูชาเจดีย์อันอุดม ปราสาทย่อมรุ่งเรือง ดังกองไฟโพลงอยู่ในอากาศ เช่น พระยารังกำลังดอกบาน ย่อมสว่างจ้าทั่วสี่ทิศเหมือนสายฟ้าในอากาศ เรายังจิตให้เลื่อมใสในห้องพระบรมธาตุนั้น ก่อสร้างกุศลเป็นอันมาก ระลึกถึงกรรมเก่าแล้ว ได้เข้าถึงไตรทศ เราอยู่บนยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าสินธพพันตัว วิมานของเราสูงตระหง่าน สูงสุดเจ็ดชั้น กูฏาคาร (ปราสาท) พันหนึ่ง สำเร็จด้วยทองคำล้วน ย่อมรุ่งเรือง ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว ด้วยเดชของตน ในกาลนั้น ศาลาหน้ามุขแม้เหล่าอื่นอันสำเร็จด้วยแก้วมณีมีอยู่ แม้ศาลาหน้ามุขเหล่านั้นก็โชติช่วงด้วยรัศมีทั่วสี่ทิศโดยรอบกูฏาคาร อันบังเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม อันบุญกรรมนิรมิตไว้เรียบร้อย สำเร็จด้วยแก้วมณีโชติช่วงทั่วทิศน้อยทิศใหญ่โดยรอบ โอภาสแห่งกูฏาคารอันโชติช่วงอยู่เหล่านั้น เป็นสิ่งไพบูลย์ เราย่อมครอบงำเทวดาทั้งปวงได้ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิครอบครองแผ่นดิน มีสมุทรสาครสี่เป็นขอบเขต ในหกหมื่นกัลป์ ในภัทรกัลป์นี้ เราได้เป็นเหมือนอย่างนั้น ๓๓ ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีกำลังมาก ยินดีในกรรมของตน สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ในครั้งนั้น ปราสาทของเราสว่างไสวดังสายฟ้า ด้านยาว ๒๔ โยชน์ ด้านกว้าง ๑๒ โยชน์ พระนครชื่อรัมมกะ มีกำแพงและค่ายมั่นคงด้านยาว ๕๐๐ โยชน์ ด้านกว้าง ๒๕๐ โยชน์ คับคั่งด้วยหมู่ชน เหมือนเทพนครของชาวไตรทศ เข็ม ๒๕ เล่มเขาใส่ไว้ในกล่องเข็ม ย่อมกระทบกันและกัน เบียดเสียดกันเป็นนิจ ฉันใด แม้นครของเราก็ฉันนั้น เกลื่อนด้วยช้างม้าและรถ คับคั่งด้วยหมู่มนุษย์ น่ารื่นรมย์ เป็นนครอุดม เรากินและดื่มอยู่ในนครนั้น แล้วไปเกิดเป็นเทวดาอีกในภพที่สุด กุศลสมบัติได้มีแล้วแก่เรา เราสมภพในสกุลพราหมณ์ สั่งสมรัตนะมาก ละเงินประมาณ ๘๐ โกฏิเสียแล้วออกบวช คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล.

ทราบว่า ท่านพระมหากัสสปเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.

จบมหากัสสปเถราปทาน.

พระไตรปิฎกฉบับหลวง

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑

__________________

เพจอมตวัชรวจีหลวงป๋า.

แชร์เลย

Comments

comments

Share: