อวิชชา เป็นมูลรากฝ่ายเกิด หรือที่เรียกว่าสมุทัย

ศิษย์ หลวงปู่สด 7 ชม.  ·

🔺อวิชชา เป็นมูลรากฝ่ายเกิด หรือที่เรียกว่าสมุทัย🔺

🌿“… สมุทัย นั้น แปลความเป็นสยามภาษาว่า อวิชชา เป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร

สังขาร เป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ,

วิญญาณ เป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป,

นามรูป เป็นปัจจัยให้เกิดอายตนะ ๖,

อายตนะ ๖ เป็นปัจจัยให้เกิดผัสสะ,

ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา,

เวทนาเป็น ปัจจัยให้เกิดตัณหา,

ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน,

อุปาทานเป็นปัจจัยให้เกิดภพ,

ภพเป็นปัจจัยให้เกิดชาติ,

ชาติเป็นปัจจัยให้มีความแก่ ความตาย และความเศร้าโศกต่าง ๆ

สิ่งเหล่านี้จะดับได้ก็เพราะชาติดับ,

ชาติดับได้ก็เพราะภพดับ,

ภพจะดับได้ก็เพราะอุปาทานดับ,

อุปาทานจะดับได้เพราะตัณหาดับ,

ตัณหาจะดับได้ก็เพราะเวทนาดับ,

เวทนาจะดับได้เพราะผัสสะดับ,

ผัสสะจะดับได้ก็ต่อเมื่ออายตนะดับ,

อายตนะจะดับได้ต่อเมื่อนามรูปดับ,

นามรูปจะดับได้ต่อเมื่อวิญญาณดับ,

วิญญาณจะดับได้ต่อเมื่อสังขารดับ,

สังขารจะดับลงก็เพราะอวิชชาดับ,

🌿เหตุผลเกิดดับเกี่ยวข้องกันเป็นลูกโซ่เช่นนี้ เรียกว่า ปัจจยาการ ที่พระองค์ได้รู้แจ้งแทงตลอดในวันตรัสรู้นั้นทั้งสิ้น พิจารณาตามลำดับดังที่ยกขึ้นกล่าวมาข้างต้น เมื่อย่นให้ได้ความเข้าใจ อันจะเป็นผลในทางปฏิบัติแล้ว ก็มีตัวสำคัญอันเดียว คือ อวิชชา เป็นมูลรากฝ่ายเกิด หรือที่เรียกว่าสมุทัย และในทางดับ หรือที่เรียกว่า นิโรธ ก็ทำนองเดียวกัน อวิชชาเท่านั้นเป็นตัวการสำคัญ ถ้าดับอวิชชาได้อย่างเดียว อื่น ๆ ดับเรียบหมด เพราะอวิชชาเหมือนต้นไฟ แต่ถ้ายังดับอวิชชาไม่ได้แล้ว ก็ไม่มีหวังว่าอย่างอื่นจะดับได้ ที่หมายสำคัญในคำสอนของพระองค์จึงอยู่ที่ว่า ให้ผู้ปฏิบัติเพียรหาทางกำจัดอวิชชาเสีย จึงจะพ้นจากห้วงลึก คือวัฏฏสงสารได้ …”

✍️คัดลอกบางส่วนจาก✍️

พระธรรมเทศนา เรื่อง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

เทศน์เมื่อ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๘ – ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘

โดยพระเดชพระคุณ #พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

#หลวงพ่อวัดปากน้ำ

แชร์เลย

Comments

comments

Share: