“ญานทิพย์” ของหลวงปู่หงษ์

เกี่ยวกับการ “ญานทิพย์” ของหลวงปู่หงษ์ ฯ ท่าน ๆ เคยเล่าว่าท่าน “เห็น” อะไร ๆ ที่คนทั่วไปไม่เห็นมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ท่านว่าเวลาเดินผ่านป่าช้าเวลา กลับบ้านต้องหันหน้าหนีไปทางอื่นไม่มองไปทางป่าช้า ….ยืนอยู่ในนั้นเต็มไปหมด เรื่องนั้นผมไม่ได้ไปเห็นกับท่านด้วยผมจึง ฟังท่านไว้ด้วยความเคารพอย่างที่สุด

แต่มีครั้งนึงที่วัดนก ซ.พาณิชย์ธนฯ ทางวัดได้นิมนต์หลวงปู่หงษ์ ท่าน มาให้คนทำบุญกับทางวัด หลังจากที่หลวงปู่หงษ์ ท่านไปถึงวัด ทางวัดก็ได้จัดที่พักให้ท่านพักผ่อน มีโยมคนนึงโทรมาที่วัดบอกว่าอ่านหนังสือเจอว่าทางวัดนิมนต์หลวงปู่ ท่านมา เขาบอกว่าเขามีเรื่องให้หลวงปู่ ท่าน ช่วย

คือพ่อของเขาได้ติดคุกแล้วเกิดไปเสียชีวิตในคุก เขาก็ได้ทำพิธีทางศาสนาครบทุกอย่างแล้ว แต่พ่อก็ยังมาเข้าฝันว่ายังออกจากคุกไม่ได้ เขาจึงอยากการบเรียนปรึกษาหลวงปู่หงษ์ ท่าน ๆ ก็เลยบอกว่าให้เอาดินไปวางตรงที่พ่อของเขาตาย แล้วให้นิมนต์พระไปชักบังสกุลตรงดินนั้น แล้วให้เอาดินมาให้ท่านที่วัดนก

พอเวลาผ่านไปเมื่อถึงเวลาหลวงปู่หงษ์ ท่านรับแขก คนก็เข้าแถวกันยาวเหยียด ผมก็นั่งอยู่ข้าง ๆ ท่านคอยรับดอกไม้ที่คนเอามาถวาย อยู่หลวงปู่ ฯ ท่านก็พูดว่า

นั่นมาแล้ว พ่อเขามาด้วย หมดเคราะห์แล้ว

ผมก็ งงอยู่ชั่วอึดใจพอมองไปที่แถวคนที่มากราบท่าน ก็เห็นผู้ชายคนนึงถือถุงกระดาษกำลังเข้ามากราบท่าน พอเข้ามาถึงท่าน ก็ล้วงเอาของจากในถุงกระดาษออกมาถวาย ให้ท่านดูแล้วเรียนว่าหลวงปู่หงษ์ ท่านว่า เขาเป็นคนที่โทรมาปรึกษาเรื่องที่พ่อเขาตายในคุกแล้วออกมาไม่ได้ ตอนนี้เขาทำตามที่หลวงปู่หงษ์ ท่านแนะนำแล้วครับ หลวงปู่หงษ์ ท่านจึงบอกเขาว่าพ่อเขาออกมาแล้ว เขาก็ลากลับไป

ผมพอเข้าใจว่าที่ท่านพูดในตอนแรกหมายถึงอะไร ก็ขนลุก(ขอโทษนะครับ)ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าครับ ไม่ใช่กลัวนะครับแต่ขนมันลุกเองครับ

และจากอีกที่หลาย ๆ คนประสพมาจึงเชื่อได้ว่าเรื่องเห็นอะไร ๆ ของหลวงปู่นี่แน่นอน แม่นยำที่สุดครับ

ต่ออีกเรื่องเกี่ยวกับการ “เห็น”ของหลวงปู่หงษ์ท่าน เรื่องนี้ม่บุคคลผู้มีเกิตริย์(เขียนยังไงหว่า) สูงเข้ามาเป็นผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย กล่าวคือ

เมื่อครั้งที่เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ได้สร้างวัตถุมงคลที่สร้างจากกระเบื้อง หลังคาโบสถ์ของโบสถ์พราหมณ์ ซึ่งมีโบสถ์พระอิศวร โบสถ์พระนารายณ์ โบสถ์พระพิฆเณศวร มาบดผสมทำพระและจัดพิธีมหาพุทธาภิเษก-เทวาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ เหลือที่จะกล่าว เป็นพิธีที่ถูกต้องตามตำรับพราหมณ์อย่างที่สุดเพราะท่านทั้งหลายที่เป็นเจ้า พิธีล้วนแต่เป็นพราหมณ์หลวง เป็นผู้มียศศักดิ์ทางราชการทั้งสิ้นและยังสืบสายเลือดมาแต่ตระกูลพราหมณ์ผู้ มีศักดิ์สูงทุกท่าน

หลวงปู่ ฯ ท่านก็ได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีด้วย จำได้ว่าในชุดที่หลวงปู่หงษ์ ท่านเสกนั้นมีหลวงปู่เมตตาธรรมคุณ วัดโพธิ์เลื่อนท่านนั่งด้วยแต่ท่านเสกไม่นานประมาณ 30นาทีก็กลับ แต่หลวงปู่หงษ์ ท่านเสกรวดจนจบพิธี พอเสกกันไปสักระยะ (2-3ช.ม.) ใกล้จะเสร็จพิธี ก็เกิดเสียงเหมือนอะไรถล่มลงมาจากทางโบสถ์พระพิฆเณศ ก็ทราบว่าเป็นกองกระเบื้องหลังคาที่ จะเอาไว้มุงโบสถ์ถล่มลงมา พิธีก็ดำเนินไปจนจบ

เมื่อหลวงปู่หงษ์ ท่านกลับไปพักที่บ้านอีตาป๋อง อีตานี่ก็โทรมาบอกว่า หลวงปู่ท่านบอกว่าพิธีนี่พระอิศวรสูง 88 ศอกเสด็จมมาในพิธี มายืนคร่อมโบสถ์(เสกที่โบสถ์พระอิศวร) ในโบสถ์มีเทวดามาชุมมุมประสาทพรกันอยู่แน่นไปหมด และข้างนอกโบสถ์ ก็มีครูบาอาจารย์ที่เป็นพระสงฆ์ มาล้อมโบสถ์พระอิศวรอยู่แน่นไปหมด มองไปทางไหนก็เห็นแต่ครูบาอาจารย์

แต่ครูบาอาจารย์ที่เป็นพระสงฆ์ท่านไม่เข้ามาในโบสถ์เพราะผู้ประกาศโองการ (น่าจะพระราชครูวามเทพมุนี ) ไม่ได้ประกาศกล่าวอัญเชิญ พระสงฆ์ เชิญแต่เทวดา แต่ที่พระสงฆ์มาเพราะพระคณาจารย์ที่รับนิมนต์มาเสกได้อธิฐานจิตอัญเชิญมา ครูบาอาจารย์ที่เป็นพระสงฆ์ท่านจึงทำให้ดูว่าท่านมาจริง ด้วยการทำให้กระเบื้องหลังคาโบสถ์ทางโน้นถล่มลงมา

เราได้ฟังเรื่องแล้วก็ทึ่ง อึ้งกิมกี่ เรื่องอะไรที่ได้รับทราบเกี่ยวกับหลวงปู่หงษ์ ท่านล้วนแล้วแต่มหัศจรรย์ก็จริง แต่ลองนึกภาพว่าในพิธีหลวงปู่ท่านได้เห็นอะไร บ้างก็ไม่รู้จะบรรยายยังไงมันสุดที่จะบรรยายจริง และในวันต่อ ๆ มาผมกับตาป๋องได้ไปที่โบสถ์พราหมณ์กันอีกครั้ง ก็ได้พบกับท่านพระราชครูฯก็เรียนความที่หลวงปู่หงษ์ท่านเล่าให้ฟัง ให้ท่านพระราชครูฯท่านฟังต่อ ท่านก็ยอมรับว่า ท่านไม่ได้อัญเชิญพระสงฆ์ ท่านเชิญแต่เทวดาจริง ๆ เราก็นะหลวงปู่ของเราถ้าเรื่องนี้ไม่พลาดดอก

ครั้งหลังมาพอทางโบสถ์พราหมณ์จัดสร้างพระตรีมูรติทองคำถวายในหลวง ก็ยังได้นิมนต์หลวงปู่หงษ์ ท่านมาอีก และพอหลวงปู่ไปถึง ท่านพระราชครูก็เข้ามาเรียนถามหลวงปู่ ท่านทันทีว่าพิธีที่จัดนี้ถูกต้องหรือยังคราวที่แล้วพลาดไป หลวงปู่ท่านก็ดูให้แล้วบอกว่า ถูกต้องแล้ว

แชร์เลย

Comments

comments

Share: