เรื่องเล่ายามนิทรา91ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม

Mongkol Siriwat

29 นาทีที่แล้ว, ดูโพสต์29 นาที  ·

#เรื่องเล่ายามนิทรา 91.
#ยักษ์ไหว้พระ
#ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม

เมื่อวันที่26/9/69 เป็นวันบรรลุธรรม ของหลวงปู่วัดปากน้ำ พี่ขาวและกัลยาณมิตรมีความตั้งใจ จะปฏิบัติเนสัชชิก ถวายหลวงปู่ จึงเริ่มปฏิบัติตั้งแต่เช้า ไปเรื่อยๆจนถึง 4ทุ่ม นัดหมายกัน กับกัลยาณมิตร ที่วิหารฯ ที่อยู่ข้าง ศาลาประชาสัมพันธ์

สำหรับตัวพี่ขาวเอง ถวายเนสัชชิกเป็นปฏิบัติบูชาให้หลวงปู่ สามวันเป็นอย่างน้อยอยู่แล้ว แทบจะทุกครั้งที่มาปฏิบัติธรรมที่วัด และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ออกมานั่งที่วิหารฯ

เมื่อถึงเวลานัดพี่ขาวแกก็มาตามปกติ ที่วิหารฯ วิหารนี้สวยงามภายในมีภาพจิตกรรม ประดับตกแต่ง แบบวิจิตรปราณีต แอร์เย็นสบาย เงียบสงบ มีประตูเข้า-ออก เป็นประตูกระจกใส ด้านเดียวแบบมหาอุต

เมื่อกราบพระแล้ว พี่ขาวก็เริ่ม นั่งบ้าง เดินจงกลมบ้าง จนถึงเวลา04.50 ของวันใหม่
เป็นวันที่27 พี่ขาวจึงนั่งที่เก้าอี้พลาสติก ของวิหารฯ นั่งพิงหลัง ยืดเท้า เพื่อพักผ่อนอิริยาบท ที่ข้างประตู นั่งสักประมาณ ห้านาที ได้ยินเสียง ประตูสั่น ตึ่งๆๆๆ นึกว่าลมพัดมาปะทะประตู

พี่ขาวแกจึงรีบหันไปดูตามเสียงนั้น ทันที ปรากฏว่า สิ่งที่เห็น เห็นเป็นเหมือนก้อนขาวๆ เหมือนคนใส่เสื้อขาว เดินแว๊ป ออกไปทางขวามือ ในใจก็คิดว่าใคร? วะ หรือจะเป็นลม ที่พัดมาปะทะ ประตู แต่ลมก็ไม่น่าจะแรงขนาดนั้น

เวลาผ่านไปก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง จนถึงช่วงบ่ายๆ ของวันที่27 (เริ่มปฏิบัติธรรมที่หอสังเวชตั้งแต่เวลา 08.30 ตามปกติของทุกวัน) ช่วงพักผ่อนอิริยาบท ได้นั่งพักและคุยกัน

กัลยาณมิตร ท่านนึง ก็เล่าประสบการณ์ ต่างๆให้ฟังเป็นเรื่องสนุกๆ ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าบ้าง มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าบ้าง พอเล่ากันฟังเสร็จแล้ว พี่ขาวจึงเล่าเรื่องตอนเช้ามืด ที่พบที่วิหารให้ฟัง

กัลยาณมิตร จึงลงความเห็นว่าเป็นผี เป็นวิญญาน ฯ แต่ตัวพี่ขาวเอง ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร กัลยาณมิตร ก็ถาม พี่ขาวจึงตอบว่า “ไม่ทราบเหมือนกันครับ”

ได้ยินแต่เสียง เขย่าประตู พอหันไปดูก็เห็นอะไรขาวๆ แว๊ป! ออกไปทางขวามือ พอเดินออกไปดู ก็ไม่มีใคร ขวามือก็เป็นรั้ว สูงประมาณเกือบแอว เพราะที่วิหาร มีบรรได ทางขึ้น ลง ทางเดียว ที่ตรงกับประตู ถ้าใครจะปีนลงคงต้องเห็นแน่ๆ หรือจะเป็นผีมาหลอก พูดถึงผีแล้ว เลยแกล้งพูดแบบขำๆไปว่า ผมยิ่งกลัวๆผีอยู่ มาหลอกกันได้

แต่ในใจพี่ขาว คิดว่า หรือจะเป็นพญานาค ที่ทำหน้าที่ดูแลวัด มาเขย่าประตู คิดไปเรื่อย แต่ไม่ได้บอกใคร ในใจก็ว่า คืนนี้ต้องดูว่า คืออะไร?

ครั้งถึงสี่ทุ่ม ของวันที่27 ตามเวลานัด กัลยาณมิตร มารวมตัวกันแล้วก็นั่งปกติ นั่งไปเรื่อยๆ จนเวลา ประมาณตี 2-3 (ถ้าจำไม่ผิดของวันที่28/9/69) เปลี่ยนอิริยาจากนั่ง มาเป็นเดิน ช่วงเดินจงกลม ในวิหาร นึกถึงเรื่องนี้ได้ เลยกำหนดใจดู

ปรากฏว่า เห็นเหมือนมีคน6-7คน เดินอยู่แถวบริเวณ หลังรูปปั้น ท้าวมหาราชทั้ง4 เดินวนไปวนมา บางครั้งก็หยุดเดินและจับกลุ่มคุยกัน เหมือนจะรออะไรสักอย่าง พี่ขาวเลยออกไปคุยบ้าง

พี่ขาว : คุยอะไร กันจ๊ะ

กายละเอียดในกลุ่มนั้น หันมามองพร้อมกัน ทำท่างงๆ แล้วไม่ได้พูดอะไร

พี่ขาว : เมื่อวาน ใคร เขย่าประตูวิหาร รึป่าวครับ

กายละเอียดตนนึง : ผมครับ
พี่ขาว : เขย่าทำไม? ครับ

กายละเอียด : ผมจะเปิด แต่เปิดไม่ออก ผมพยายามจะเปิดอยู่หลายครั้ง จะเข้าไปข้างใน แต่ก็เปิดไม่ได้ จึงเขย่าครับ
พี่ขาว : อ้อ แล้วจะเข้าไปทำไม?ครับ

กายละเอียด : ผมจะเข้าไปไหว้พระ ผมเข้าไปทุกคืน
พี่ขาว : แล้วพวกคุณ เป็นใคร?

กายละเอียด : เป็นยักษ์ครับ เป็นบริวารของท้าววิรุฬหก แล้วชี้มือไป องค์ริมสุด
(พี่ขาวเห็นแต่ด้านหลัง ของรูปปั้นท้าววิรุฬหก)
พี่ขาว : วันนี้จะเข้าไปข้างใน ไหว้พระมั๊ย

กายละเอียด : ไปครับ รอคุณออกมาก่อน
พี่ขาว : ดีๆ เดี๋ยวผมจะออกแล้ว
………..

เรื่องนี้ก็ยังไม่ได้เล่าให้กัลยาณมิตรฟัง ว่าสิ่งที่ได้ยินและเห็น คืออะไร เดี๋ยวคงได้มาเห็นเรื่องและได้อ่านกันเอง

นำมาลงก่อนเดี๋ยวลืม เรื่องต่างๆที่ลง ส่วนมากเป็นเรื่องจากอดีต บางครั้ง ถ้าไม่มีใครพูดถึงหรือถามเรา เราก็ลืม



#สิ่งที่ละเอียดกว่าตาเนื้อเห็น
#ต้องใช้ใจที่ละเอียดดูสิ่งนั้น จึงจะเห็นได้

#เป็นเรื่องอจินตรัย อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน ควรใช้วิจารณญาณ ในความเชื่อ ผิดถูกอย่างไร พิจารณากันเองนะครับ เค้าบอกว่า เค้าเป็นบริวารของท้าววิรุฬหก ทีแรกก็คิดว่ายักษ์จะเป็นบริวารของท้าวเวสสุวรรณ ซะอีก (ผมบอกตามที่เค้าบอกอีกที)
…………..
(ภาพประกอบในรูป เพิ่งถ่ายตอนเช้า เวลา 08.20
29/9/69 เพราะอยากเห็นว่าท้าววิรุฬหก หน้าตาเป็นยังไง)

19.19 29/9/69

Share: