ธรรมกายดับเพราะใบ้หวย

เคยมีพระมาปฏิบัติธรรมที่นี่ ดื้อ มาปฏิบัติรุ่นแรกเดือนกุมภาพันธ์ต่อมีนาคม พ.ศ. 2525 มีพระปฏิบัติได้ผลดี มาจากหนองคาย เป็นพระที่เคยไปปฏิบัติอยู่ฝั่งลาวบ้าง ฝั่งนี้บ้าง ธุดงค์อยู่บ่อย มาถึงก็ปฏิบัติได้ผล

บริเวณตรงนี้เป็นท้องนาหมด ใครเคยมารุ่นแรกนี่ เวลาเดินเท้าเปล่าแสบเท้าเลย แถวๆนี้ร้อนเปรี้ยงๆ ไม่มีต้นไม้เลย เลยข้ามคลองนี้ไปหน่อย มีต้นสะเดาอยู่ต้นหนึ่งตรงนั้น และมีต้นมะขามเทศอีกต้นหนึ่งเท่านั้น นอกนั้นไม่มีอะไร โล้นๆเลย

สมัยนั้นเราอยู่เพิงจาก มุงจากไว้ เสร็จแล้วพอเขาเลิกปฏิบัติธรรม แล้วท่านก็ขออยู่ต่อ เราก็บอกว่าอยู่เถิด จะได้เฝ้าที่ของเราด้วย สมัยนั้นอาตมายังเป็นฆราวาสอยู่ อาตมาก็สอนทั้งเป็นฆราวาสนั้นแหละ

แกยังไม่กลับหนองคาย ขออยู่ต่อ ต่อมาปรากฏว่าคนแถวๆนี้ถูกหวยกันอื้อเลย แกนั่งใบ้หวย ลาภสักการะก็มา อาตมามาบอกให้แกหยุด ลงท้ายแกหยุด และบอกอาตมาว่าหยุดแล้ว กลัวอาตมาเหมือนกัน

วันหลังอาตมามาสืบดูอีก ยังปรากฏว่า ชาวบ้านยังถูกหวยกันตึงๆอยู่แถวนี้ แต่ตอนหลังๆชักจะผิดๆแล้วนา พอบอกให้เขาถูกไปๆ ก็ชักจะผิด เพราะธรรมกายดับหมดแล้ว ธรรมกายเกิดขึ้นเพราะความบริสุทธิ์ เป็นธาตุธรรมที่บริสุทธิ์ ไปเล่นแบบนั้นก็เสร็จ ไม่กี่ทีหรอก อาตมาเลยนิมนต์ท่านให้กลับไปเสีย เพราะกลัวจะเสียชื่อว่าที่นี่เป็นที่ใบ้หวย

เพราะฉะนั้น โปรดทราบว่า ธรรมกายเป็นธาตุธรรมที่บริสุทธิ์ เป็นธรรมขันธ์ที่บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นเมื่อใจเราบริสุทธิ์เราจึงจะเข้าถึง รู้-เห็น และเป็นได้ เมื่อใจเราไม่บริสุทธิ์ ธรรมกายก็ดับ

ความจริง ธรรมกายเขาก็อยู่ในที่สุดละเอียดของเขา แต่ว่าถ้าใจเราไม่บริสุทธิ์พอ ก็เข้าไม่ถึง ก็กลายเป็นใจปุถุชนไปเท่านี้แหละ เรื่องมีแค่นี้แหละ ไม่มีอะไร

แต่ว่านั้นแหละ อาตมาว่าจะไม่ชี้โพรงให้กระรอก สมัยนั้นอาตมาบอกห้ามเท่าไหร่ ได้ยินข่าวมีทุกรุ่น หลายรุ่นทีเดียวชอบใบ้หวย นั่นแหละฆ่าตัวเองแท้ๆ กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรม ณ ภายใน #เป็นเปรตเลยนะจะบอกให้

เพราะว่า นำให้คนอื่นให้เกิดความโลภ ความยึดติด เกิดกิเลสตัณหา ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน อุปาทานเป็นปัจจัยให้เกิดภพชาติเป็นทุคคติภพ ก็จึงเป็นเปรตนั่นแหละ

ธรรมกายน่ะย่อมเห็นกาย เวทนา จิต ธรรม นี้ได้ ตรวจสอบตัวเองได้ อย่าเผลอทีเดียว เล็กๆน้อยๆอย่างนี้ ก็ต้องระวัง

เพราะฉะนั้นผู้ปฏิบัติภาวนาเขาถึงสำรวม แต่คนที่เพิ่งมาปฏิบัติใหม่ๆ ยังไม่เข้าใจ จึงยังไม่สำรวม เมื่อไม่สำรวมก็แย่ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย

ที่ถึงธรรมกายแล้วจะเห็นตัวเองได้ จะเข้าใจได้ แต่มักจะเผลอ เพราะยังไม่ใช่ธรรมกายอริยมรรคอริยผล ก็เหมือนขาข้างหนึ่งก้าวเข้าไปอยู่ในนิพพาน อีกข้างหนึ่งยังอยู่ในภพ 3 ประเดี๋ยวอยู่ๆเมืี่อยขา ก็ผลุบลงมาอยู่ในภพ 3 อย่างเก่า

ถ้ายังอยู่แค่ตอนบนคือสุคติภพก็ยังดี แต่ผลุบลงมาอยู่ข้างล่างถึงทุคคติภพ ตามสายปฏิจจสมุปบาทธรรม ธรรมเปลี่ยนแปลงเร็ว ไม่ใช่ต้องรอให้เราตายก่อน ไม่ใช่นะ มันเปลี่ยนเดี๋ยวนี้เป็นปัจจุบันธรรมเลย ธาตุธรรมเห็น จำ คิด รู้ คือ ใจของกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรม เปลี่ยนแปลงได้เดี๋ยวนี้ฉับพลันทันใด

พอกระดิกจิตไปในทางชั่วปุ่บ ก็เปลี่ยนเลยทันที จิตดวงเดิมจะตกศูนย์ ไปยังศูนย์กลางกายฐานที่ 6 ถ่ายทอดกรรมไปปรุงแต่งขึ้นเป็นจิตดวงใหม่ของกาย เวทนา จิต ธรรม ส่วนละเอียด ณ ภายใน ปรากฏลอยเด่นขึ้นมาใหม่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ 7 กายมนุษย์ละเอียดก็ซ่อมซ่อเศร้าหมอง เป็นอย่างนี้ที่ “#ปฏิจจสมุปบาทธรรม

เห็นตัวเองได้น่ะ มิใช่ไปนั่งท่องเอาแต่ตำรา นั่งท่องเอานั่นตำรา ธรรมปฏิบัติจริงๆเห็นอยู่ในนี้ กาย เวทนา จิต ธรรม ที่พระพุทธเจ้าให้เห็นทั้ง ณ ภายใน และทั้ง ณ ภายนอก คืออย่างนี้.

________________
เทศนาธรรมจาก

พระเทพญาณมงคล
หลวงตาเสริมชัย ชยมงฺคโล
วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
อ.ดำเนินสะดวก
จ.ราชบุรี
_________________
ที่มา
ตอบปัญหาธรรมปฏิบัติ
_________________
เพจอมตวัชรวจีหลวงป๋า
ขอบคุณภาพประกอบธรรมะ

Author:

นวกะ48 http://dhammakaya.tv http://dhammakaya.biz

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.