อานุภาพพระกริ่งจักรพรรดิชัยมงคลเนื้อทองเทพประทาน และ ดวงแก้วพญาเหล็กสีเมฆพัตร

ศร สิทธิโชค 9 ธันวาคม 2012
เล่าสู่กันฟัง ( โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน )
อานุภาพพระกริ่งจักรพรรดิชัยมงคลเนื้อทองเทพประทาน และ ดวงแก้วพญาเหล็กสีเมฆพัตร

ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวการสร้างพระกริ่งจักรพรรดิชัยมงคล ของวัดหลวงพ่อสด มานานพอสมควร แต่เพราะด้วยยุ่ง ๆ กับการจัดบ้านให้เป็นที่พึ่งทางใจให้กับคนที่มีความทุกข์ บวกกับ ความย่ามใจว่าอยู่จังหวัดเดียวกับวัด จึงไม่ได้ขวนขวายในการสั่งจอง

เมื่อทราบกำหนดเวลาว่าจะมีการพุทธาภิเษก ซ้อนวิชชา ในวันใด รุ่งขึ้นก็โทรศัพท์สอบถามกับพระอาจารย์ที่ท่านทำหน้าที่ดูแล เพื่อทำการสั่งจอง แต่ทว่า พระกริ่งจักรพรรดิ์ชัยมงคลในส่วนที่เป็นเนื้อทองเทพประทาน กลับถูกจองไปหมดแล้ว แม้เนื้อเงินฐานทองก็หมด คงเหลือแต่เนื้อนวโลหะฐานเงิน และเนื้อนวโลหะทั้งองค์

ความเศร้าเข้ารุมจิตใจ ด้วยเสียดายที่ไม่ได้ครอบครองธาตุกายสิทธิ์ที่เทวดาท่านเมตตานำมาอนุเคราะห์ จนได้นำมาปรับทุกข์กับพี่ท่านนึงที่รู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ค ซึ่งก็ได้รับการปลอบใจว่าเป็นเรื่องของบุญ หากมีบุญที่จะได้ครองก็ได้ แต่ก็นึกค้านในใจว่า คนอย่างเราหรือไม่มีบุญ ถ้าไม่มีบุญคงไม่ได้เข้าวัดนี้เป็นแน่

ว่าแล้วก็เปิดคอมดูรูปพระกริ่งจักรพรรดิเนื้อทองเทพประทายฃนที่มีการแชร์ผ่านมา เพียงดูแป๊บเดียวก็จำได้ ด้วยอัธยาศัยชอบน้อมพระที่มีวรรณะสีทองเป็นบริกรรมนิมิตในการเจริญภาวนาแทนดวงแก้ว ว่าแล้วนอกเรื่องสักนิด เมื่อครั้งแรก ๆ ที่เข้ารับการอบรมพระกัมมัฎฐาน ในขณะที่แบ่งกลุ่มไปตามวิทยากรท่านต่าง ๆ หลังเลิกนั่งภาวนามีการสอบอารมภ์กัน วิทยากรประจำกลุ่มพูดว่า พระในกายผมไม่ใส แต่เป็นสีเหลืองทอง ซึ่งสร้างความมหัศจรรย์มาก ท่านสามารถมองเห็นบริกรรมนิมิตที่ข้าพเจ้ากำหนดด้วย ระดับวิทยากรยังอย่างนี้ แล้วระดับครูบาอาจารย์จะขนาดไหน จากนั้นเป็นต้นมา ข้าพเจ้าจึงเลิกแสวงหาสำนักสำนักปฏิบัติอื่นใด หันหน้าเข้าสู่วัดนี้ที่เดียว

กลับเข้าเรื่อง…เมื่อจำภาพพระกริ่งจักรพรรดิได้แล้ว จึงน้อมท่านมาตั้งที่ศูนย์กลางกาย บริกรรมภาวนาจนใจนิ่งได้ระดับหนึ่ง และอธิษฐานกับบริกรรมนิมิตนั้นว่า

ในบรรดาพระองค์ทั้ง 84 ผมขออาราธนาสักหนึ่งพระองค์ ขอจงทรงเสด็จมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ให้ผมได้อาศัยเรือนพระองค์ในการกำหนดบริกรรมนิมิต ด้วยถูกจริตอัธยาศัย และอาศัยกายในกายพระองค์ร่วมบำเพ็ญบารมี และคอยชี้แนะป้องกันจากบาปธรรมทั้งปวง แม้จะได้ครององค์ที่มีตำหนิมากที่สุด ก็ยินดี

ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ทราบหรอกว่าท่านจะมาหรือไม่ แต่ก็บริกรรมภาวนาบริกรรมนิมิตเป็นท่านตลอดเวลา ที่มีสัมปชัญญะระลึกได้ เรียกว่าแทบทุกอิริยาบถ

วันหนึ่งในขณะที่กำหนดใจอยู่ อารมภ์กำลังสบาย พลันปรากฏภาพใบหน้าของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเข้ามาในใจ ไม่ใช่เห็นจริง ๆ หรือเป็นญาณทัศนะนะครับ เป็นความรู้สึกด้วยใจเท่านั้น และ มีข้อความซ้อนขึ้นว่า

ท่านผู้นี้ได้ทำบุญรับไปครองเป็นจำนวนมาก หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นของเรา

ข้าพเจ้ามาคิดดู…..เราต่างไม่เคยพูดคุยกัน หรือ สนิทชิดเชื้อกันเป็นพิเศษ เพียงพบกันในงานพิธีของวัดเท่านั้น แต่โดยส่วนตัวก็รู้สึกปลื้มใจกับท่านมาก ด้วยท่านเป็นผู้มีอุปการะกับวัดสูง ก็แล้วอย่างนี้จะให้ข้าพเจ้าไปขอจากท่านหรือ

เมื่อมองไปที่กระดานที่ลงดาวเอาไว้ ก็ทราบว่าระยะนี้ข้าพเจ้ามีดาวคู่สมปรารถนาจรมาเจอกัน และยังให้ผลอยู่ถึงวันที่ 15 อีกทั้งดาวบ้าบิ่นทับดาวเจรจาในเรือนลาภผล แสดงว่า ต้องกล้าที่จะพูด

ขาพเจ้าจึงอธิษฐานผ่านพระกริ่งจักรพรรดิที่ศูนย์กลางกายว่า หากมีพระที่เป็นคู่บารมีกับข้าพเจ้าอยู่ที่ท่านผู้นั้นจริง ขอให้การติดต่อเป็นโดยสะดวกและได้ผลดี และข้าพเจ้าจึงทำการติดต่อกับผู้ใหญ่ท่านนั้นโดยช่องทางที่มี แม้ช่องทางนั้นจะไม่สมควรนักสำหรับเด็กติดต่อกับผู้ใหญ่ และเรียนให้ท่านทราบว่า

หากท่านมีพระครองไว้มาก ข้าพเจ้าของแบ่งสักองค์ โดยการขอแบ่งในครั้งนี้ไม่ใช่การขอเปล่า แต่จะนำเงินมาใช้คืนให้ เท่ากับว่าที่ผ่านมาท่านได้ทำบุญให้ข้าพเจ้าก่อน แล้วเงินจำนวนนี้ข้าพเจ้านำมาใช้คืนท่าน

ท่านก็เงียบไปสักพัก และตอบกลับมาสั้น ๆ ว่า ได้ค่ะ

อัศจรรย์ใจมากเลยทีเดียว…..และท่านก็ได้นัดแนะเวลาในการรับพระ ซึ่งอยู่ในช่วงการอบรมพระกัมมัฏฐานพอดี

เมื่อมาวัดในเย็นวันที่ 5 เช้าวันที่ 6 เดินขึ้นศาลาประชาสัมพันธ์ เห็นมีดวงแก้วกายสิทธ์เปิดให้ทำบุญ ด้วยความอยากได้ แต่เงินที่นำไปไม่พอ จึงเดินออกจากวัด ขึ้นรถเมล์มากดตังค์ที่หน้าตลาดโลตัส ตรงทางแยกก่อนถึงวัด ซึ่งน่าแปลกว่า ธรรมดาการรอรถเมล์หน้าวัดนั้น มักใช้เวลานาน แต่วันนั้นรอแป๊บเดียว ขากลับก็มีรถเข้าท่าโดยไม่ต้องเสียเวลารอ ก็คิดว่ากายสิทธิ์ท่านคงอยากไปกับเรา

ทราบข่าวว่ามีการตั้งกองผ้าป่า ร่วมยกช่อฟ้ากับหลวงป๋าในวันที่ 6 มีนาคม 2556 ใจก็อยากทำมาก แต่คำนวณจากเงินโบนัสที่จะออกปลายปีแล้ว ก็ไม่เหลือ เพราะต้องนำไปใช้หนี้ที่มีอยู่ ข้าพเจ้าจึงหยิบดวงแก้วกายสิทธิ์สีเมฆพัตรที่ทำบุญรับมา ดูให้จำได้ แล้วน้อมลงที่ศูนย์กลางกาย บริกรรมภาวนาจนใจนิ่งได้ระดับหนึ่ง จึงอธิษฐานว่า

ขอท่านจงช่วยดลใจผู้ใหญ่ท่านนั้น ให้ท่านไม่รับเงินจำนวนนี้ที่เตรียมมารับพระกริ่ง กลับเป็นของส่วนตัว ขอให้ท่านเมตตา มอบเงินคืนข้าพเจ้า ให้ไปทำบุญใด ๆ ก็ได้ตามที่ใจปรารถนา

คืนวันที่ 7 ท่านโทรศัพท์มาตามข้าพเจ้าให้เข้าไปรับพระในสถานที่ที่ท่านอยู่ ข้าพเจ้าหยิบเงิน 5 พันบาทเตรียมไว้ แล้วเดินไปหาท่านทันที
“ นี่เงินทำบุญครับพี่ “
“ไม่เป็นไร ให้คุณไปทำบุญที่ประชาสัมพันธ์ได้เลยค่ะ ทำบุญอะไรก็ได้”
“จะดีหรือครับ”
“ดีค่ะ จะทำบำรุงวัดก็ได้ หรือ ทำบุญอะไรก็ได้ ได้บุญ 2 ต่อ”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอเงินจำนวนนี้ไปตั้งกองผ้าป้าร่วมยกช่อฟ้ากับหลวงป๋าในวันที่ 6 มีนาได้มั้ยครับ”
“ได้ค่ะ อนุโมทนาด้วยนะคะ”

อัศจรรย์ใจมาก……..ท่านยังอธิบายว่า พระองค์นี้เป็นองค์ที่ 7 มีเลข 7 ที่ใต้กล่องและใต้ฐาน ซึ่งเวลานั้นเป็นคืนวันที่ 7 และข้าพเจ้าก็เกิดวันที่ 7 จึงเชื่อว่าพระองค์นี้เป็นของข้าพเจ้าจริง และท่านผู้นี้ได้รับไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ไปไกลจนเกินปัญญาที่ข้าพเจ้าจะตาม

ในเวลานั้นข้าพเจ้าไม่ได้สังเกตหรือสนใจในพระมากนัก แต่กำลังสนใจในโฉมของท่านผู้นั้นมากกว่า แม้ก็ทราบว่าท่านอายุพอสมควรแล้ว แต่ยังคงเปล่งปลั่งอ่อนกว่าวัย แม้ในขณะที่รับพระนั้น จะอยู่ในที่ที่อับแสง แต่ท่านก็สว่างมาก เข้าใจว่าคงเป็นลักษณะของคนมีบุญ อีกทั้งใจท่านคงมิได้ยึดติดที่วัตถุแล้ว ด้วยสำคัญว่าบุญได้สำเร็จแก่ท่านแล้วนั่นเอง ท่านจึงมอบพระให้ข้าพเจ้าโดยง่าย

ข้าพเจ้านำเงินจำนวนนั้น ซึ่งข้าพเจ้าไม่ได้คิดว่าเป็นเงินของข้าพเจ้า แต่เป็นเงินของท่านผู้นั้นมอบให้ข้าพเจ้าทำบุญ มาเก็บไว้ เพื่อตั้งกองผ้าป่า และได้ลำดับที่ 157 และคาดว่ากว่าจะถึงวันงาน เงินคงจะเพิ่มพูนขึ้น

ดูฤา…..ขนาดพระของขวัญที่มีระยะเวลาในการสร้างและการซ้อนวิชชาที่ไม่นาน ยังทรงอานุภาพเพียงนี้ แล้วพระในรุ่นเก่า ๆ ที่มีการซ้อนวิชชาที่นาน บางรุ่นตลอดพรรษา และผ่านการคำนวณผ่านทับทวีความศักดิ์สิทธิ์อยูเสมอ จะทรงอานุภาพเพียงใด

แชร์เลย

Comments

comments

Share: