หลวงปู่ทิม หลวงปู่หงษ์ ตะกรุด

หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ ยังออกปากชม หลวงปู่หงษ์
เมื่อลูกศิษย์ถามว่า “ ยังมีพระอาจารย์องค์ใดที่มีวิชาอาคมแก่กล้า พอจะเป็นที่พึ่ง อีกหรือไม่ ” ท่านว่า “ มีอยู่องค์หนึ่ง ชื่อพระหงษ์ ( หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ) ลงตะกรุดได้ไม่แพ้นี่ (ข้า) ” …

ก่อนที่หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ จ.ระยอง จะมรณภาพเคยสั่งลูกศิษย์ไว้ว่า …
… หากจะหาพระที่เก่ง ” ตะกรุด ” ให้ไปหาพระชื่อหงษ์(หลวงปู่หงษ์) อยู่วัดเพชรบุรี และเมื่อเจ้านายผู้เล่าได้เข้าทำงานก็เพียรหาพระชื่อหงษ์ วัดเพชรบุรีอยู่นานหลายปี ( สมัยนั้นไม่มีใครรู้จัก ) โดยคิดว่าวัดเพชรบุรีต้องอยู่ในจังหวัดเพชรบุรีแน่ๆ ซึ่งกว่าจะทราบว่าวัดเพชรบุรีอยู่จังหวัดสุรินทร์ ก็เข้าสู่ประมาณปีสองพันห้าร้อยสามสิบต้นๆ และได้มีโอกาสเดินทางไปกราบหลวงปู่หงษ์พร้อมกับได้บูชาตะกรุดมาตามที่ตั้งใจไว้ตามคำกล่าวของหลวงปู่ทิม และทุกวันนี้เจ้านายผู้เขียนยังตั้งคำถามว่า “ ใครเป็นคนตั้งชื่อวัด แหมวัดเพชรบุรี
แต่อยู่จังหวัดสุรินทร์ เด็ดขาดจริงๆ ” …

ข้อความของ …โตการถไฟ เผยแพร่ลงในเว็บคนรักมีด

เรื่องของตะกรุดหลวงปู่หงษ์

จากข้อมูลของคุณโต การรถไฟฯ ได้อ้างอิงไว้ว่า เจ้านายผมมีความศรัทธาในองค์หลวงปู่ทิมแห่งวัดละหารไร่เป็นอย่างมาก จึงหาโอกาสที่จะไปกราบหลวงปู่ทิมที่วัดละหารไร่ให้ได้ (ขณะนั้นเจ้านายผมยังคงเรียนหนังสืออยู่และการเดินทางไปวัดละหารไร่ในสมัยนั้นไม่ง่ายเหมือนเช่นปัจจุบัน) โดยในปี พ.ศ.2518 คุณชินพร สุขสถิตย์ ได้จัดกฐินจากกรุงเทพไปทอดที่วัดละหารไร่ ซึ่งเจ้านายผมจึงได้ซื้อบัตรเพื่อร่วมเดินทางไปกราบหลวงปู่ทิมด้วย แต่เมื่อถึงกำหนดวันทอดกฐินดังกล่าว หลวงปู่ทิมได้ละสังขารไปเสียก่อน (หลวงปู่ทิมมรณภาพวันที่ 16 ตุลาคม 2518 กฐินทอดประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน 2518) จึงทำได้เพียงการกราบสรีระของหลวงปู่พร้อมได้ทำบุญเช่าวัตถุมงคลที่ตู้บูชาของวัดมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งเมื่อครั้งก่อนที่หลวงปู่ทิมจะมรณภาพเคยสั่งลูกศิษย์ไว้ว่า หากจะหาพระที่เก่งตะกรุดให้ไปหาพระชื่อหงษ์ อยู่วัดเพชรบุรี และเมื่อเจ้านายผมได้เข้าทำงานก็เพียรหาพระชื่อหงษ์ วัดเพชรบุรีอยู่นานหลายปี (สมัยนั้นไม่มีใครรู้จัก) โดยคิดว่าวัดเพชรบุรีต้องอยู่ในจังหวัดเพชรบุรีแน่ๆ ซึ่งกว่าจะทราบว่าวัดเพชรบุรีอยู่จังหวัดสุรินทร์ก็เข้าสู่ประมาณปีสองพันห้าร้อยสามสิบต้นๆ และได้มีโอกาสเดินทางไปกราบหลวงปู่หงษ์พร้อมกับได้บูชาตะกรุดมาตามที่ตั้งใจไว้ตามคำกล่าวของหลวงปู่ทิม และทุกวันนี้เจ้านายผมยังตั้งคำถามว่า “ใครเป็นคนตั้งชื่อวัด แหมวัดเพชรบุรี แต่อยู่จังหวัดสุรินทร์ เด็ดขาดจริงๆ” ตะกรุดโทนดอกนี้ได้เช่ามาจากตู้วัตถุมงคลในวันทอดกฐินวัดละหารไร่ปี 2518 ราคาทำบุญดอกละ 50 บาท เป็นตะกรุดโทนเนื้อทองแดงยุคแรก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัตถุมงคลที่หวงแหนมาก แต่ทั้งนี้เมื่อสุสานทุ่งมนดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลหลวงปู่หงษ์ รุ่น 8 รอบ ก็ได้มอบมาให้เพื่อนำถวายหลวงปู่เพื่อใช้เป็นชนวนมวลสารอันศักดิ์สิทธิที่ใช้ในการจัดสร้าง เพื่อให้เป็นวัตถุมงคลที่ดีทั้งนอกและดีทั้งในสมกับเป็นการจัดสร้างวัตถุมงคลในวาระพิเศษของหลวงปู่หงษ์ แห่งสุสานทุ่งมน

ข้อมูลที่นำมาลงเผยแพร่อีกครั้งนี้ เชื่อว่าหลายๆ ท่าน อาจยังไม่รู้ อ้างอิงตามคำกล่าวของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ที่ว่า “หากจะหาพระที่เก่งตะกรุดให้ไปหาพระชื่อหงษ์ อยู่วัดเพชรบุรี” ซึ่งเรื่องนี้เคยตีพิมพ์ในนิตยสารพระเครื่องนะโม ก่อนปี 2543 เสาร์ 5 มังกรทอง ที่หลวงปู่หงษ์ได้อธิษฐานจิตวัตถุมงคลครั้งสำคัญ อาทิ พระพิฆเนศปางอ้อมจักรวาลรุ่นแรก เสียอีก และทางเฟสบุ๊คหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ก็เคยนำมาลงให้ทราบไว้ในช่วงระยะเวลาภายหลังจากหลวงปู่หงษ์ได้ละสังขารไปแล้วนั่นเอง เชื่อว่าอีกไม่นานวัตถุมงคลที่หลวงปู่จาร หรือ เจิมให้ คงหาได้ลำบากเป็นอย่างยิ่ง ส่วนใครที่มีแล้วก็ขอแสดงความยินดี และจงเร่งพากเพียรทำความดี ตามคำสอนของหลวงปู่หงษ์ที่เคยให้ไว้เถอะครับ จะเป็นสมบัติติดตัวไปเพื่อใช้ในภายภาคหน้า ส่วนชาตินี้แม้มีวัตถุมงคลของหลวงปู่หงษ์ติดตัวและมีดีที่ตัวด้วย ไม่นานจะได้เห็นเอง หลวงปู่หงษ์เคยบอกว่าวัตถุมงคลของท่านเกื้อกูลได้แม้ยามล่วงลับดับไปแล้ว ลองคิดดูเถอะครับนี่คือเมตตาของพระโพธิสัตว์แห่งอิสานใต้โดยแท้

ทิ้งท้ายไว้ด้วยข้อความของหลวงปู่ จากเฟสบุ๊คหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ที่ว่า “…ผีตายโหง…ผีตายทั้งกลม…..นั่นเฮี้ยนไหม!…(หลวงปู่ท่านพูดถาม)…..เราก็ว่าเฮี้ยนครับ…..คอยดูเรานะ…ตายไปแล้วเฮี้ยนกว่านั้นหลายร้อนพันเท่า…..หากหลวงปู่ตายแล้วให้เอาน้ำผึ้งกรอกปากหลวงปู่นะแล้วเอาไว้ในโลงสัก 1-2 ปีเสร็จแล้วก็เปิดโลงเอาร่างหลวงปู่จับขึ้นยืนไว้ มือหนึ่งถือไม้เท้าจะได้ไปช่วยศิษย์ได้ไวๆ…..มือหนึ่งถือไม้เรียวจะได้ใช้ตีศิษย์ดื้อๆและใช้ตีคนที่มาทำร้ายศิษย์……หนึ่งนาทีเราจะนิรมานกายลงมาช่วย100ร่าง……ไม่ต้องกลัวหลวงปู่ตายไปแล้วจะมาช่วยได้ไวและเร็วกว่าเก่ามากๆนัก…..ตอนนี้ร่างกายมันไม่อำนวยต้องขอบารมีครูบาอาจารย์ท่านช่วยไปก่อน…..ถึงเวลาเราแล้วคอยดูละกันจะเห็นไว้มากกว่านี้หลายเท่า (แล้วท่านก็หัวเราะแบบอารมณ์ดีตามปกติของท่าน)…”

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพส่วนหนึ่งจากเฟสบุ๊คหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ

Comments

comments

Share: