มนุษย์ต่างดาวกับหลวงปู่เดินหน

มนุษย์ต่างดาวกับหลวงปู่เดินหน เขียน/เรียบเรียงจากความทรงจำโดย : ฅนขลัง คลังวิชา

เรื่องราวลี้ลับอัศจรรย์ของหลวงปู่เดินหนมีมากมาย ยอมรับว่ากาลเวลาทำให้หลงลืมไปพอควร บางเรื่องราวผู้เกี่ยวข้องจดจำก็ต่างล่วงลับกันไปเสียมาก ทำให้รายละเอียดของเรื่องไม่ชัดเจนจึงไม่อาจนำเสนอได้ เรื่องราวที่ข้าพเจ้านำเสนอผ่านมานั้นเป็นเพียงส่วนน้อย หากเทียบจากเรื่องราวที่เหล่าศิษย์เคยพบเห็น วันเวลาผ่านมานานนับปีที่ข้าพเจ้านำเสนอเรื่องราวของหลวงปู่เดินหน อิเกสาโร ต่อสังคม ยอมรับว่าในวันนี้เรื่องราวของหลวงปู่เดินหน หากมาเล่าให้ฅนสมัยนี้ที่ไม่เคยพบเห็นได้ฟัง ก็ไม่ต่างอะไรกับนิทานหรือนิยายสยองขวัญสั่นประสาท หรือนิยายกำลังภายในหรือผจญภัยดั่งเพชรพระอุมา เพราะเรื่องราวที่จำเสนอต่อไปในอนาคตเบื้องหน้า แทบทุกเรื่องอัศจรรย์จนท่านคาดไม่ถึงแน่นอนว่า เรื่องเหล่านี้เคยเกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ด้วยหรือ ?
…………
❀❀❀❀❀❀❀❀
…………
เรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกนี้หลวงปู่เดินหนท่านเคยกล่าวไว้ชัดเจนว่า #มีจริงแท้ ใช้เรื่องลวงหลอก หลวงปู่เล่าว่าในอดีตมีพระสาวกผู้ทรงฤทธิ์อย่างพระมหาโมคคัลลานะ ตลอดจนพระอรหันต์อีกหลายท่าน หรือแม้นแต่พระพุทธองค์ผู้เป็นบรมครูก็เคยไปยังโลกอื่นมาแล้ว หลวงปู่เล่าว่าการเดินทางด้วยจิตนี้ไวมาก ชั่วพริบตาเดียวก็ไปได้ดั่งใจปรารถนา สำหรับหลวงปู่ท่านกล่าวถึงสิ่งมีชีวิตต่างดาวว่า ในอดีตเคยมีชาวต่างดาวมาเชิญ (นิมนต์) ท่านไปเที่ยวท่องยังดาวของเขา เพื่อสอบถามแลกเปลี่ยนความรู้กัน ท่านเล่าว่านอกจากจักรวาลขอเราแล้วยังมีจักวาลอื่นอีก มีจักวาลน้อยใหญ่อยู่อีกมากมาย (ท่านเรียกชื่อเหล่าจักวาลนี้แต่จำไม่ได้) หลวงปู่ว่าท่านเคยไปหลายดวงดาวหลากหลายจักรวาล
…………
❀❀❀❀❀❀❀❀
…………
หลวงปู่ท่านไปในดาวที่เขาเชิญท่านไปแลกเปลี่ยนความรู้นี้ ท่านว่าตัวท่านแผ่เมตตาออกไปให้ไพศาลทั่วจักวาล ญาณวิถีและอำนาจแห่งมหาเมตตาที่ท่านแผ่ไปไม่จำเพาะเจาะจงนี้ แผ่ออกไปไกลลิ่วจนไปกระทบเข้ากับชาวต่างดาวกลุ่มนี้ ซึ่งเขากำลังเดินทางและผ่านมาในจักวาลนี้ เขารับกระแสพลังได้จึงหยุดเดินทาง แล้วใช้กระแสจิตเขาส่งย้อนตามกระแสเมตตาที่ท่านแผ่ไปนี้ แล้วสื่อสารทางโทรจิตกับหลวงปู่ขอเชิญท่านไปที่ดาวของเขา หลวงปู่เล่าว่าชาวต่างดาวนี้ร่างกายโปร่งแสงในใจกลางร่างเขามีละอองคล้ายเกล็ดดาวเล็ก ๆ ลอยอยู่ในตัวเขา
…………
❀❀❀❀❀❀❀❀
…………
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็ลองนึกถึงแก้วใส ๆ ใส่น้ำลงไปแล้วเอาเกล็ดเพชรที่ใช้ตกแต่งเป็นสี ๆ ใส่ลงในน้ำแล้วคนน้ำในแก้ว ละอองเกล็ดนั้นจะฟุ้งอยู่ในแก้ว นั่นเป็นลักษณะคล้ายในร่างกายชาวต่างดาวที่ว่านี้ การสนทนากับเขาท่านใช้กำหนดจิตคุย เพราะภาษาใดก็สื่อได้ด้วยภาษาใจ ท่านใช้กำลังปัญญาญาณกำหนดตามก็ทราบความในทุกสิ่งที่เขาสื่อ สิ่งที่ชาวต่างดาวนี้สนใจ คือ ทำไมพลังที่ท่านแผ่ออกมาจึงชุ่มชื่นเย็นกายเย็นใจเขามาก หลวงปู่จึงบอกว่านั่นเป็นกระแสแห่งธรรม แต่ท่านอธิบายเขาไม่เข้าใจธรรมว่าคืออะไร ที่เขาไม่เข้าใจเพราะเขาไม่มีความทุกข์ หลวงปู่บอกว่าการจะเห็นธรรมต้องเห็นทุกข์ หากไม่มีทุกข์เป็นตัวตั้งจะไม่มีวันเห็นหรือเข้าใจธรรมได้เลย เป็นอันว่าก็เพียงได้สนทนาแลกเปลี่ยนพูดคุยในเรื่องอื่น
…………
❀❀❀❀❀❀❀❀
…………
หลวงปู่ยังเล่าว่าในดาวดวงอื่นที่ท่านเคยไป เห็นเขาไม่มีใบหน้าเนื้อตัวเรียบเนียน ตัวนุ่มชื้นและขาวคล้ายสีกาวแป้งเปียก ในหมู่ชาวต่างดาวนี้เขาสืบพันธุ์โดยสัมผัสจับต้องตัวกัน เพียงแตะตัวกันครู่หนึ่งก็สามารถสืบพันธุ์ได้ ชาวดาวนี้เขาก็สื่อพูดคุยกันด้วยจิตเช่นกัน เมื่อไปไหนเขาจะมีแผ่นแก้วใสเป็นพาหนะพาไปตามความคิด แต่ชาวดาวนี้มีรู้สึกความทุกข์ แต่ไม่มากนักท่านจึงแนะนำธรรมบางประการไป เช่นไม่ให้เบียดเบียนกันเป็นต้น หลวงปู่บอกว่าในจักวาลอื่น ๆ ก็มีศาสนา และมีพระพุทธเจ้าด้วย แต่เป็นจักวาลที่ไกลโพ้นมากเกินอาณาเขตของกำลังจิต หากจะกำหนดจิตไปก็กินเวลานานมาก และเป็นสิ่งที่เกินวิสัยที่ต้องกระทำ ท่านจึงไม่ไปยังที่แห่งนั้น เป็นเพียงบอกยืนยันว่าโลกเราและจักรวาลนี้ เปรียบได้เพียงวงจรเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะในจักวาลอันกว้างใหญ่ที่เราเห็นเรารู้นี้ ซึ่งมนุษย์ก็ยังไปไม่ทั่วทุกมุมทุกที่ในจักวาลของเรานี้ หลวงปู่ว่าในจักวาลยังมีจักวาลที่ซ้อน ๆ กัน และมีอีกมากมายนับพันจักรวาล นับหมื่นดวงดาว
…………
❀❀❀❀❀❀❀❀
…………
ส่วนเรื่องที่ว่าชาวต่างดาวเขามีวิญญาณไหมนั้น หลวงปู่กล่าวว่าเมื่อมีจิต ต้องมีวิญญาณทั้งสิ้นเป็นของคู่กัน เรื่องวิญญาณของชาวต่างดาวนี้เคยเกิดขึ้น และมีประสบการณ์ตรงเกิดขึ้นกับศิษย์ของหลวงปู่ผู้หนึ่ง ซึ่งลูกชายของท่านผู้นี้เป็นมนุษย์ต่างดาวมาเกิดในท้อง เรื่องนี้วันหน้าจะนำมาบอกเล่าให้ฟัง เพราะเรื่องนี้ข้าพเจ้าเห็นมากับตัวเอง ทราบถึงคำที่หลวงปู่กล่าวถึงเด็กชายผู้นี้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จวบจนเขาเติบโตมาก็เห็นจริงดั่งคำหลวงปู่กล่าวไว้ทุกประการ วันหน้าจะนำมาบอกเล่าให้ทราบว่าวิญญาณชาวต่างดาวมาเกิดได้นั้น #มีจริง ข้าพเจ้าเชื่อมั่นสุดใจในเรื่องนี้ และดีใจที่ได้พบหลวงปู่เดินหน ได้รู้เรื่องราวแปลก ๆ ทั้งท่านยังแสดงสิ่งอัศจรรย์ให้เห็นมากมาย ไม่นานนี้จะเขียนเรื่องคุณหญิงของท่านจอมพลสฤษดิ์ เดินทางมาขอให้หลวงปู่ช่วยเหลือบางประการ เรื่องนี้แปลกผู้อยู่ในเหตุการณ์ยังมีชีวิตอยู่ ท่านยืนยันไว้หนักแน่นเดี๋ยวรอนิดครับจะเขียนให้อ่าน
อ่านเพิ่มเติม มนุษย์ต่างดาวกับหลวงปู่เดินหน

วิชา แต่งองค์ ที่หลวงปู่ดู่สั่งสอนให้ศิษย์

วิชา แต่งองค์ ที่หลวงปู่ดู่สั่งสอนให้ศิษย์

เป็น วิชาแต่งองค์ที่ หลวงปู่ดู่ท่านได้เมตตา สั่งสอน เพราะเป็นวิชาที่จะทำให้เข้าถึงกระแสแห่งคุณพระรัตนตรัยและ ปฏิบัติธรรมได้ไว….ท่านใดที่อยากทำความดีเพื่อตัวของท่านเอง และ เข้าถึงสภาวะแห่งธรรมได้โดยง่าย รบกวนลองปฏิบ้ติดู แต่ว่าต้อง ทำจริงๆแล้ว ท่านจะเห็นเอง ว่าธรรมแท้จริงเป็นอย่างไร

วิชาแต่งองค์หลวงปู่ดู่
ล้างหน้าตอนเช้า ให้บริกรรมว่า
“พุทธังล้างหน้า ธัมมังล้างทุกข์”
สังฆังเพิ่มสุข สวัสดีมีชัย

——————————
อาบน้ำ แปรงฟัน ให้บริกรรมว่า
“พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ”
ธัมมง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

——————————-
สวมกางเกง ให้บริกรรมว่า
“อาปามะจุปะ”

——————————-
เวลาใส่เสื้อ ให้บริกรรมว่า

“ทิมะสังอังขุ”
พุทธัง อิมัง องคะพันธะนัง อธิษฐามิ
ธัมมัง อิมัง องคะพันธะนัง อธิษฐามิ
สังฆัง อิมัง องคะพันธะนัง อธิษฐามิ

——————————-
เวลาคาดเข็มขัด ให้บริกรรมว่า

“พุทธัง อิมัง กายะพันธะนัง อธิษฐามิ”
ธัมมัง อิมัง กายะพันธะนัง อธิษฐามิ
สังฆัง อิมัง กายะพันธะนัง อธิษฐามิ
ในกรณีที่เราไม่ใส่เข็มขัดให้ กำหนดจิต ที่มือแล้วนึกมโนภาพว่าสวมใส่เข็มขัดอยู่

———————————
เวลาใส่สร้อยพระ ให้บริกรรมว่า

“อิมัง องคะพันธะนัง อธิษฐามิ กะระมะทะ กิริมิทิ กุรุมุทุ เกเรเมเท”
ถ้าไม่มีสร้อยพระก็ให้ทำการ กำหนดจิต แล้วนึกมโนภาพเช่นเดียวกัน

———————————
วิธีคาดมงคล 3 สาย

-สายที่ 1 ให้เอาหัวแม่มือทั้งสองข้าง จรดที่ หน้าผากแล้วลากอ้อมมาบรรจบกันที่ท้ายทอย และจากท้ายทอยอ้อมมาจรดหน้าผาก แล้วบริกรรมว่า “พุทธะสัง มังคะลัง โลเก”
-สายที่ 2 ให้ลากจากหน้าผากลากเส้นผ่านลงมาที่หน้าอกแล้วอ้อมหันแม่มือมาบรรจบกันที่กลางหลังจากกลางหลังมาบรรจบกันที่หน้าอก แล้วบรกรรมว่า “ธัมมะสัง มังคะลัง โลเก”
-สายที่ 3 ให้ลากจากหน้าอกมาถึงสะดือแล้วอ้อม ไปบรรจบกันที่กระเบนเหน็บ(หมายถึงสีข้าง)แล้วลากมาบรรจบกันที่สะดือ ให้บริกรรมว่า “สังฆะสัง มังคะลัง โลเก”

———————————
วิธีการสวมมงกุฏพระพุทธเจ้า

-ให้เอาหัวแม่มือจรดหน้าผากลากอ้อมมาบรรจบกันที่ด้านหลังศรีษะแล้วอ้อมไปบรรจบกันที่หน้าผาก ให้บริกรรมว่า

“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธะนาเมอิ”
อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสพุทธะปิติอิ

———————————
ก่อนออกจากบ้านให้กลั้นหายใจหยิบดินมาใส่หัว(บางท่านไม่มีเนื้อที่ๆเป็นดินก็ให้กำหนดมโนภาพเอาเช่นเดียวกันแต่ท่านต้องระลึกถึงพระรัตนตรัยตลอด) แล้วบริกรรมว่า
“นางแม่ธรณีเจ้าเอ๋ยอยู่แล้วหรือยัง อยู่ สังขาตังโลกัง วิทู”

——————————————-
ก่อนก้าวเท้าออกจากบ้านให้ยืนเอาเท้าชิดกัน มือประสานข้างหน้า แล้วกำหนดดูลมหายใจ ว่ารูจมูกข้างไหน ลมเดินสะดวกที่สุด ให้ก้าวเท้านั้น ออกไปก่อน แล้วบริกรรมว่า
“อิติปิโส ภะคะวา ยาตรา ยามดี พระอาทิตย์เป็นศรี สวัสดีลาโภ นะโมพุทธายะ”(ถ้าเราจะออกเดินทางวันไหนก็ให้เปลี่ยนไปตามวันนั้นๆ)

———————————–
ก่อนนอนกราบพระ 6 ครั้ง ที่หมอน
1.พุทธัง วันทามิ
2.ธัมมัง วันทามิ
3.สังฆัง วันทามิ
4.อุปัชฌาย์อาจาริยะ คุณัง วันทามิ
5.มาตาปิตุ คุณัง วันทามิ
6.พระไตรสิกขา คุณัง วันทามิ

แล้วตั้งจิตอธิษฐานว่า

ด้วยอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ขอให้บังเกิดเป็นพระเมตตา พระมหาเสน่ห์ พระมหาลาภ พระมหาอุด อยู่ยงคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด อุปัทวะอันตราย หายตัวได้

แล้วบริกรรมว่า

“สิทธะมัตถุ สิทธะมัตถุ สิทธะมัตถุ”
อิทังพะลัง เอตัสมิง ระตะนะตะยัสมิง
สัมปะสาทะนะ เจตะโสพุทธัง อธิษฐามิ
ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

-ขอให้สรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย สรรพเคราะห์ เสนียดจัญไร สูญสลายหายไป ด้วย พุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพ นะเคลื่อน โมถอน พุทคลอน ธาสูญหาย ยะละลาย หายด้วยนะโมพุทธายะ ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา สัพพะพุทธา สัพพะธัมมา สัพพะสังฆานุภาเว
นะ สะทาโสตถีภะวันตุเม

-พุทธังกำลังกล้า ธัมมังกำลังแกร่ง สังฆังกำลังแรง ด้วยฤทธิ์แห่งพระกำลัง ขออัญเชิญพระปัจเจกมาช่วยเสกกับพระอรหันต์ ให้เป็นวิมานแก้วล้อมรอบครอบตัวพัวพัน คอยป้องกันภยันตราย

หลังจากนั้นให้บังสกุลตายเพื่อป้องกันการกระทำคุณไสยจากผู้อื่นขณะนอนหลับ แล้ว ภาวนาไตรสรณคมณ์จนกว่าจะหลับ

ตื่นเช้าก็บังสกุลเป็น

บังสุกุลตาย

“อนิจจาวะตะสังขารา อุปปา”
ทะวะยะธัมมิโน อุปปัชชิตะวา
นิรุธฌันติ เตสัง วูปะสะโมสุโข

บังสกุลเป็น

“อจีรัง วะตะยังกา โยปะฐะวิง”
อธิเสสะติ ฉุฑโฑ อะเปตะวิญญาโณ
นิรัตถังวะ กะลิงคะรัง

ไตรสรณคมณ์ คือ ให้บริกรรม

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ข้อสังเกตุก็คือ หลวงปู่ท่านต้องการให้เรามีสติรู้ตื่นอยู่เสมอครับ เพื่อนๆลองทำดูครับ หลายคนที่ทำตามที่หลวงปู่ท่านสอนก็ล้วนแต่มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตครับ

อ่านเพิ่มเติม วิชา แต่งองค์ ที่หลวงปู่ดู่สั่งสอนให้ศิษย์

หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ศิษย์เอกของ “หลวงปู่ทิม อิสริโก”

 

หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ

หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ศิษย์เอกของ “หลวงปู่ทิม อิสริโก” อดีตเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่ง วัดระหารไร่ จ.ระยอง ต้นตำรับ “ขุนแผนผงพรายกุมาร” อันลือลั่นสนั่นวงการพระเคร ื่อง ได้เมตตาเล่าถึงเรื่องราว เกี่ยวกับการสืบทอดวิชาคาถา อาคมต่างๆ จากหลวงปู่ทิม ตลอดจนการสร้างศาสนวัตถุ โดยเฉพาะ “พิพิธภัณฑ์ยันต์” แห่งแรก และแห่งเดียวในเมืองไทย
เชิญติดตามอ่าน กันได้โดยพลัน… อ่านเพิ่มเติม หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ศิษย์เอกของ “หลวงปู่ทิม อิสริโก”

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ช่วง วรปุญฺโญ

สมเด็จช่วง

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ นามเดิม ช่วง สุดประเสริฐ ฉายา วรปุญฺโญ เป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (พระอารามหลวง) ประธานสมัชชามหาคณิสสร และอดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

อ่านเพิ่มเติม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ช่วง วรปุญฺโญ

หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ (พระครูปราสาทพรหมคุณ) สุสานทุ่งมน (วัดเพชรบุรี) อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
(พระครูปราสาทพรหมคุณ)
สุสานทุ่งมน (วัดเพชรบุรี) อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ประวัติหลวงปู่หงษ์
เด็กชายสุวรรณหงษ์ จะมัวดี เป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียร มีความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา ได้ช่วยกิจการงานทุกอย่าง ทำนา หว่านกล้า เก็บเกี่ยวข้าว ด้วยความวิริยะอดทน จนอายุได้ 18 ปี มารดาขอร้องให้บวชเณร อ่านเพิ่มเติม หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ (พระครูปราสาทพรหมคุณ) สุสานทุ่งมน (วัดเพชรบุรี) อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ประวัติหลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน อยุธยา

หลวงปู่ชื้นวัดญาณเสน

ประวัติหลวงปู่ชื้น
วัดญาณเสน ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
หลวงปู่ชื้นเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดญาณเสน เจ้าตำราเคล็ดวิชา
อันลือลั่น “พระรัตนจักร “ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านไสย
ศาสตร์วิชาอาคมและแพทย์แผนโบราณโดยนำความรู้ทุกแขนงมาช่วยปัด
เป่าทุกข์ให้กับชาวเมืองกรุงเก่าจนเป็นที่เคารพเลื่อมใสในความมีเมตตา
ธรรมอันสูงส่งนอกจากนี้ ยังมีวัตถุมงคลขลังที่มากด้วยประสบการณ์ ด้าน
เมตตา แคล้วคลาด นับเป็นพระดีศรีอยุธยา อีกรูปหนึ่งที่ชาวเมืองกรุงเก่า
ภาคภูมิใจยิ่งนัก อ่านเพิ่มเติม ประวัติหลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน อยุธยา